มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การถึงซึ่ง…พระรัตนตรัย




การถึงซึ่ง…พระรัตนตรัย



นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต  อะระหะโต  สัมมาสัมพุทธัสสะ

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ 
...ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่ง...
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ 
...ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระธรรม เป็นที่พึ่ง...
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ 
...ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระสังฆ์ เป็นที่พึ่ง...
ทุติยัมปิ  พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ 
แม้ครั้งที่สอง...ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่ง...
ทุติยัมปิ  ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ 
แม้ครั้งที่สอง. ...ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระธรรม เป็นที่พึ่ง...
ทุติยัมปิ  สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ 
แม้ครั้งที่สอง....ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระสังฆ์ เป็นที่พึ่ง...
ตติยัมปิ  พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ 
แม้ครั้งที่สาม....ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่ง...
ตติยัมปิ  ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ 
แม้ครั้งที่สาม...ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระธรรม เป็นที่พึ่ง...
ตติยัมปิ  สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ 
แม้ครั้งที่สาม...ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระสังฆ์ เป็นที่พึ่ง...



บทสวดไตรสรณคมณ์ นี้พุทธศาสนิกชนส่วนมากสวดกันได้และเข้าใจ ขอถึงซึ่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แต่จะมีสักกี่คนค่ะที่เข้าใจในความหมายของการเข้าถึงตามบทสวดนั้นอย่างแท้จริงว่า...อย่างไรจึงจะเรียกว่าเป็น การถึง ซึ่งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

หนังสือ การถึงซึ่ง…พระรัตนตรัย ของมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ มีคำตอบค่ะ มาติดตามอ่านกันนะคะ

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [30 ก.ค. 2550 , 08:47:23 น.] ( IP = 124.121.171.120 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

บทนำ


ปัจจุบันหลายคนที่รู้ว่าตนเป็นพุทธศาสนิกชน คือนับถือพุทธศาสนา แต่ยอมรับว่าเป็นการนับถือที่สืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ หรือตามใบสำมะโนครัวเท่านั้น ไม่สามารถบอกหรืออธิบายได้ว่า พุทธศาสนาให้อะไรกับชีวิตบ้าง บางคนปรารภว่าเคยได้รับคำถามจากผู้ที่นับถือศาสนาอื่นว่า พุทธศาสนาสอนอะไร แต่ตนก็ไม่สามารถตอบได้ ซึ่งฟังดูแล้วเสมือนหนึ่งว่าเรามีของวิเศษอยู่กับตัวแล้ว แต่หารู้คุณค่าในสิ่งนั้นไม่

พระพุทธศาสนามีสิ่งสำคัญอันเลอค่าอยู่ ๓ ประการ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รวมเรียกว่า “พระรัตนตรัย”
โดยทั่วไปพุทธศาสนิกชนจะมีการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ คือประกาศตนเป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนามาตั้งแต่วัยเรียน ส่วนใหญ่โรงเรียนจะจัดให้นักเรียนได้กระทำพิธีขณะที่เรียนอยู่ชั้นประถม หรือมัธยมต้น ทำให้เด็กทราบว่าตนนั้นเป็นที่ผู้นับถือพุทธศาสนา ในพิธีมีการนำดอกไม้ ธูปเทียน ไปสวดมนต์ ไหว้พระ ประกาศตนขอถึงซึ่งพระรัตนตรัย พร้อมทั้งสมาทานศีล ๕ จากพระภิกษุ เป็นเสร็จพิธี

การสวดมนต์ไหว้พระ เป็นข้อวัตรที่คนส่วนมากถูกปลูกฝังให้ประพฤติปฏิบัติกันมาตั้งแต่เด็ก แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ทำไปเพื่ออะไร มีประโยชน์อะไรบ้างในการกระทำนั้น การสวดมนต์จึงเป็นเพียงข้อปฏิบัติที่ยึดถือตามความเชื่อโดยสืบต่อกันมา บางท่านก็เชื่อว่าการสวดพระพุทธคุณจะช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้น เจริญรุ่งเรือง และสามารถช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ผู้ที่ทำแล้ว เมื่อประสบผลสำเร็จ ก็จะเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น ส่วนผู้ที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จก็จะท้อแท้ และละเลิกการปฏิบัตินั้นเสีย ทั้งๆ ที่การสวดมนต์เป็นสิ่งที่ดีงาม และจะเกิดประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่เข้าใจเหตุผลได้อย่างถูกต้อง

ก่อนสวดมนต์ไหว้พระ เด็กๆ จะได้รับการสั่งสอนมาว่า ให้กราบพระ ๓ ครั้ง เมื่อโตขึ้นก็ถูกสอนให้ตั้งเจตนาในการกราบแต่ละครั้ง โดยให้กำหนดดังนี้

กราบครั้งที่ ๑ ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า
กราบครั้งที่ ๒ ให้ระลึกถึงพระธรรมเจ้า
กราบครั้งที่ ๓ ให้ระลึกถึงพระสังฆเจ้า
ทุกคนก็ปฏิบัติตามกันมาตลอด โดยที่ไม่ทราบเลยว่าระลึกไปเพื่ออะไร มีจุดมุ่งหมายอะไรในการทำเช่นนั้น ทั้งนี้เพราะในบทสวดไตรสรณคมณ์นั้น มีหลายคนเข้าใจว่า หากผู้ใดได้สวดแล้วจะสามารถเข้าถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสังฆเจ้าได้จริง และผู้ที่ตั้งใจสวดบทนี้ก็ประสงค์จะให้ชีวิตได้เข้าถึงธรรมบทที่กล่าวออกไป เพราะจากการศึกษาทำให้ทราบว่าธรรมบทนี้ เมื่อเราเข้าถึงแล้ว จะสุขตลอดกาล ทุกข์ผ่านพ้น เพราะตัวตนไม่มี ธรรมบทนั้นก็คือ

“พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ซึ่งแปลว่า ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่ง
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ซึ่งแปลว่า ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระธรรม เป็นที่พึ่ง
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ซึ่งแปลว่า ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง”

ผู้ที่เข้าใจอย่างถูกต้องเท่านั้นจึงจะรู้ว่า การขอถึงนี้คือถึงอะไร อย่างไรจึงจะเรียกว่าถึง ไม่ใช่เพียงแต่สวดว่า “พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ” แต่ไม่รู้ความหมาย ย่อมไม่เกิดประโยชน์อะไร สู้เราสวดในใจว่า “พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธเจ้า” แค่พูดในใจแล้วรู้ความหมาย ถือได้ว่ามีประโยชน์มากกว่าการสวดออกเสียงดังๆ โดยไม่รู้ความหมายเสียอีก

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [30 ก.ค. 2550 , 08:50:05 น.] ( IP = 124.121.171.120 : : )


  สลักธรรม 2


ประการสำคัญ ผู้สวดควรต้องทราบว่า การถึงซึ่งพระรัตนตรัย อันหมายถึงแก้วสามประการ (คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) ที่กล่าวนั้น แท้จริงแล้วคืออะไรถ้าไม่รู้ เราจะไม่มีโอกาสถึงได้เลย อุปมาว่า เมื่อต้องการจะเดินทางไปเชียงใหม่ ต้องรู้ก่อนว่าเชียงใหม่เป็นจังหวัดอยู่ทางภาคเหนือ ผู้เดินทางจะต้องไปขึ้นรถที่ขนส่งสายเหนือ ถ้าผู้นั้นไม่รู้จักแล้วไปขึ้นรถที่ขนส่งสายใต้ ย่อมไม่มีโอกาสไปถึงเชียงใหม่ได้ การเข้าถึงพระรัตนตรัยก็ดุจฉันนั้น กล่าวได้ว่าการขอถึงซึ่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะต้องรู้จักว่า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คืออะไร จะต้องรู้จักสามสิ่งนี้ให้ดีก่อน แล้วจึงเขยิบใจตนเองให้รู้ในขั้นต่อไปว่า การจะถึงได้นั้น มีวิธีการเดินทางเพื่อให้ถึงได้อย่างไร หากไม่รู้ เราก็จะไปไม่ถึง แม้จะถึงก็ไปถึงที่ที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สั่งสอน เป็นเสมือนผู้ที่เดินทางเข้าไปในป่า แล้วเก็บแต่ใบไม้ในป่า หาใช่ใบไม้ในพระหัตถ์ของพระพุทธองค์ไม่

เรื่องมีอยู่ว่าในสมัยพุทธกาล ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ ป่าประดู่ลาย พร้อมด้วยหมู่ภิกษุจำนวนนับร้อย พระองค์ทรงหยิบใบไม้มากำพระหัตถ์หนึ่ง แล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า ใบไม้ในกำพระหัตถ์ของพระองค์ กับใบไม้ในป่าทั้งหมด ที่ไหนจะมีมากกว่ากัน เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ใบไม้ในป่าย่อมมีมากกว่าใบไม้ในกำพระหัตถ์อย่างแน่นอน พระตถาคตเจ้าจึงตรัสว่า เช่นเดียวกันธรรมะที่พระองค์ทรงแสดงแก่ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเสมือนใบไม้ในกำพระหัตถ์ ส่วนธรรมะที่พระองค์ไม่ทรงแสดงเปรียบเสมือนใบไม้ในป่า เพราะสิ่งเหล่านั้นคือธรรมะที่ไม่เป็นไปเพื่อความดับทุกข์ ฉันใดฉันนั้น ใบไม้ในพระหัตถ์ที่พระพุทธองค์ทรงกำไว้นั้น จึงเป็นเสมือนธรรมะที่ควรศึกษา ควรทำความเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตที่เราหลงยึดติด หลงอุปาทาน ซึ่งเป็นการกอบกำความทุกข์เอาไว้ หากเราได้เรียนรู้ มีความเข้าใจ และปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ก็จะคลายความยึดติดในชีวิตอันเป็นความทุกข์ออกไปได้ ขณะเดียวกันนั้นพระพุทธองค์ทรงปล่อยใบไม้ในพระหัตถ์ให้ร่วงหล่นลงไป ใบไม้เหล่านี้เองคือธรรมะที่จะช่วยทุกคนให้พ้นไปจากทุกข์ได้ เพราะเป็นธรรมะที่เมื่อผู้ใดนำไปศึกษาและปฏิบัติแล้ว จะเป็นผลให้...

๑. คลายจากความกำหนัด
๒. ปราศจากทุกข์
๓. ไม่สั่งสมกองกิเลส
๔. เป็นเหตุให้เกิดความมักน้อย
๕. สร้างความสันโดษ
๖. ไม่เป็นโทษ เป็นไปเพื่อความเพียร
๗. เลี้ยงชีพง่าย

ฉะนั้นการเข้าถึงพระรัตนตรัย ในบทสวดไตรสรณคมณ์จึงไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยคำพูด แต่จะถึงได้ด้วยความเข้าใจและนำไปปฏิบัติ โดยเฉพาะต้องเข้าใจก่อนว่า พระพุทธเจ้าในที่นี้หมายถึงอะไร เพราะหากจะหมายถึงพระสรีระของพระพุทธองค์ ซึ่งหมายถึงร่างกายของเจ้าชายสิทธัตถะ หรือของสมณโคดมเจ้านั้นเล่า ขณะนี้พระองค์ท่านทรงดับขันธปรินิพพานไปนานแล้ว ซึ่งหมายถึงว่ารูปกายของพระพุทธเจ้าไม่มีปรากฏอยู่ในภพภูมิใดแล้ว แม้จะเป็นผู้วิเศษสักเพียงใดก็ไม่สามารถพาใครไปพบพระองค์ได้ แล้วจะมีผู้ไปถึงพระองค์ได้อย่างไร เป็นไปไม่ไแน่นอน

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าเรามิต้องกราบเพียงสองครั้งเท่านั้นหรือ และคงต้องกล่าวคำขอกันใหม่ เป็นการขอเพื่อเข้าถึงทวิรัตน์ ไม่ใช่ไตรรัตน์ เพราะบัดนี้คงเหลือเพียงแก้ว ๒ ประการคือ พระธรรม และพระสงฆ์เท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่พุทธศาสนิกชนทุกคนจะต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า พระพุทธเจ้าในที่นี้หมายถึงอะไร เช่นดียวกับพระธรรม และพระสงฆ์ ที่ถูกต้องคืออะไร ถึงได้อย่างไร มิฉะนั้นการถึงซึ่งพระธรรม และพระสงฆ์ คงจะง่ายนิดเดียว โดยเราไม่ต้องเสียเวลามานั่งหน้าพระ เพียงเดินไปที่ตู้พระไตรปิฎกก็ถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์แล้ว หรือลงทุนเสียค่ารถไปวัดขึ้นกุฏิเพื่อถึงพระสงฆ์เลยไม่ดีกว่าหรือ ฉะนั้นความเข้าใจถูกต้องเท่านั้นที่จะช่วยให้เราสามารถเดินทางเพื่อเข้าถึงพระรัตนตรัยได้อย่างแท้จริง

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [30 ก.ค. 2550 , 08:52:40 น.] ( IP = 124.121.171.120 : : )


  สลักธรรม 3


หนังสือ “การถึงซึ่ง…พระรัตนตรัย ” เล่มนี้ คงจะเป็นแนวทางให้กับพุทธศาสนิกชนได้เป็นอย่างดี สำหรับการทำความเข้าใจในเรื่องของพระรัตนตรัย และการเข้าถึงพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า จะสามารถเข้าถึงได้อย่างไรจึงจะถูกต้อง เมื่อเรียนรู้แล้วให้เวลากับตนเองวันละนิด คือก่อนนอนใช้ชีวิตให้มีคุณค่า ด้วยการสวดมนต์ บูชาพระรัตนตรัย ทำใจให้เข้าถึงด้วยการระลึกถึงความจริงอันเป็นสัจจธรรมอันล้ำเลิศ และทรงคุณค่าที่องค์พระชินสีห์ศากยมุนีผู้สร้างและผู้ให้ ได้ทรงสั่งสอนเวไนยสัตว์ให้เพียรปฏิบัติที่ใจ เพราะกิเลสเกิดขึ้นที่ใจ

วันทั้งวันชีวิตย่ำอยู่กับกิเลส อันได้แก่ โลภะ โทสะ และโมหะ หากไม่ได้อยู่ในห้องปฏิบัติแล้ว สติสัมปชัญญะย่อมเกิดขึ้นได้ยาก ฉะนั้นเราควรเริ่มฝึกฝนจิตใจ ด้วยการปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์เพื่อลดอัตตา คือลดความเป็นตัวตน คนสัตว์ ลดความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นเรา เป็นของๆ เรา วิธีจะลดได้มีทางเดียวคือ ต้องเรียน เรียนอะไร เรียน ล-ลิง โลดโผน ร-เรือ พายไป เราต้องเรียนเพื่อลดความโลดโผนของชีวิตที่โจนทะยานไปกับกิเลส ด้วยการมาฝึกหัดปฏิบัติพายเรืออยู่ในชลธาร อันเป็นธารน้ำใจของพระผู้ให้ คือพระเมตตาธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

การเรียนและการปฏิบัติจะช่วยให้พุทธบริษัททั้งหลายเข้าใจว่า การที่เราสวดมนต์ไหว้พระ หรือกระทำกุศลกรรมต่างๆ ทำไปเพื่ออะไร มิใช่เพื่อการเข้าถึงธรรมะหรือ เพราะเมื่อใดที่เราเข้าถึงพระธรรม อัตตาย่อมหมด ลดสิ้นซึ่งกิเลส สร้างเหตุให้จิตวิสุทธิ นั่นย่อมหมายถึงการได้เข้าถึงพระปัญญาธิคุณ อันหมายถึงองค์พระพุทธเจ้า และการได้ดวงตาธรรม ย่อมนำชีวิตเข้าสู่การเป็นพระอริยสงฆ์ด้วย ดั่งที่มีพระพุทธภาษิตว่า

“ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต ”
...ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง

การเห็นธรรม คือการเห็นธรรมะด้วยปัญญา เป็นการเห็นสัจจะคือเห็นความจริงด้วยปัญญา ดั่งที่ธรรมจักษุได้บังเกิดขึ้นแก่ท่านอัญญาโกญฑัญญะว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา ” การเห็นการเกิดดับทั้งหลาย เป็นการเห็นสัจจะคือความจริง ดั่งนี้ชื่อว่าเห็นธรรม

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นหน้าที่โดยตรงของพุทธศาสนิกชนผู้ต้องการพ้นไปจากความทุกข์ จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจให้ถูกต้องในธรรมบทที่เรากล่าวในการสวดมนต์ โดยเฉพาะในบทไตรสรณคมณ์ที่ทุกคนจะต้องระลึกถึงในการกราบทุกครั้ง ทั้งนี้เพื่อจะทำคุณค่าให้เกิดแก่ชีวิตให้มากที่สุด และที่สำคัญคือการวางใจในการกระทำย่อมจะนำมาซึ่งประโยชน์อันยิ่งใหญ่ให้แก่ชีวิตของผู้ปฏิบัติเอง


โปรดติดตามตอนต่อไป...พระรัตนตรัย

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [30 ก.ค. 2550 , 08:53:42 น.] ( IP = 124.121.171.120 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบคุณมากครับพี่ดา ที่นำเนื้อเรื่องที่มีประโยชน์มาให้อ่านกันครับ เพราะทำให้รูจักใช้ชีวิตตนเองในการกระทำได้อย่างมีคุณค่าและมีคุณภาพครับ

จะรออ่านต่อไปนะครับผม

โดย เทพธรรม [31 ก.ค. 2550 , 07:48:16 น.] ( IP = 58.9.140.124 : : )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนาและขอบคุณมากค่ะที่นำมาเผยแพร่

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ก.ค. 2550 , 11:20:07 น.] ( IP = 58.9.104.49 : : )


  สลักธรรม 6

“สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา ”

อนุโมทนากับงานกุศลที่พี่ดาได้นำประโยชน์มาฝากค่ะ

โดย เซิ่น [31 ก.ค. 2550 , 23:45:22 น.] ( IP = 58.8.51.233 : : )


  สลักธรรม 7



การถึงซึ่งพระรัตนตรัย เป็นเรื่องที่พุทธศาสนิกชนจำเป็นที่จะต้องรู้และเข้าใจ เพื่อความเข้าถึงได้อย่างแท้จริง

อนุโมทนากับพี่ดาค่ะที่นำบทธรรมที่เป็นประโยชน์มาสร้างประโยชน์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นค่ะ


โดย ธัญธร [1 ส.ค. 2550 , 15:29:39 น.] ( IP = 125.27.188.159 : : )


  สลักธรรม 8

icky.
Halsey's findings dior watches come as a surprise, said new movado Jones, because the difference in ugg romantic flower ability between males and females mens tissot watches was not seen in other new ugg boots studies where people looked at wholesale jewelry symmetry detection.
"Those studies were conducted rolex tudor watches in the lab though," said omega constellation double eagle Jones. "It's possible that these Tissot PRS watch new data show this sex cartier pasha watch effect because people were tested new fendi bags out in the community, and

โดย watches longines - [23 ส.ค. 2553 , 15:31:57 น.] ( IP = 111.78.3.230 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org