มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การถึงซึ่ง...พระรัตนตรัย (ตอนที่ ๔)




ตอนที่ ๓

การถึงซึ่ง...พระรัตนตรัย (ตอนที่ ๔)

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระธรรม เป็นที่พึ่ง



พระธรรม คืออะไร


พระธรรมคือสายธรรมที่ชอบ คำว่าชอบ คือสัมมาทิฏฐิ ที่ชอบและที่ดี ถ้าผู้ใดสามารถทรงไว้ในความดีและความชอบ ผู้นั้นย่อมไม่ตกไปในทางชั่วเลย การไม่ตกไปในทางชั่วโดยอาศัยพระธรรมคำสอนนั้นเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตที่ดี เพราะเมื่อชีวิตผู้นั้นมีพระธรรมเท่ากับมีความดีและความชอบคุ้มครอง

ถ้าเป็นไปในข้อปฏิบัติที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนเพื่อบรรลุคุณอันใดอันหนึ่งที่เป็นของวิเศษ คุณอันวิเศษนั้นก็ชื่อว่า พระธรรม
กว่าเราจะได้ดี ต้องอาศัยพระธรรม ความได้ดีที่เกิดขึ้นนั้นก็เพราะได้อาศัยพระธรรม
  • จงละความชั่วให้หมดจดจากกาย วาจา ใจ ก็เป็นธรรมโอวาท
  • จงทำความดีให้ถึงพร้อมทั้งกาย วาจา ใจ ก็เป็นธรรมโอวาท
  • จงเพียรฝึกจิตให้บริสุทธิ์ หมดจดจากกิเลส ก็เป็นธรรมโอวาท
    ถ้าทำได้ นั่นแหละถึงธรรม

    หรืออาจจะพูดได้อีกนัยหนึ่งว่า พระธรรมคือเหตุผลต่างๆ ของธรรมชาติ คือธรรมชาติของรูป ธรรมชาติของนาม หรือที่เราศึกษากันก็คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน และบัญญัติ ซึ่งจำแนกแล้วมีมากมายหลายชนิด ประมวลแล้วธรรมชาติทั้งหลายที่ทรงสอนมีถึง ๘๔,๐๐๐๐ พระธรรมขันธ์
    เหตุผลของธรรมชาติทั้งหลาย เปรียบเสมือนใบไม้ในป่าทั้งหมด แต่พระองค์ทรงหยิบยกขึ้นมาเพียงกำเดียว ซึ่งในกำพระหัตถ์ที่ทรงแสดงนั้นก็คือ เหตุผลของธรรมชาติอันจะนำไปสู่ความพ้นทุกข์ มี มรรค ผล นิพพาน และศีล สมาธิ ปัญญา เพราะศีล สมาธิ ปัญญา จะพาให้ถึงมรรค ๔ ผล ๔ และนิพพาน ๑ ได้

  • โดย พี่ดา...นำมาฝาก [2 ส.ค. 2550 , 09:10:32 น.] ( IP = 124.121.172.88 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


      สลักธรรม 1


    คำว่าพระธรรม มีความหมายได้กี่อย่าง


    ถ้าพูดถึง "ธรรม" ต้องเข้าใจว่า หมายถึงสภาพที่เป็นกุศลก็มี อกุศลก็มี อพยากฤตก็มี แต่ถ้าพูดถึง"พระธรรม" มีความหมายได้ถึง ๓ อย่าง
    ๑. พระธรรม หมายถึง  พระวาจาที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสั่งสอน
    ๒. พระปริยัติธรรม หมายถึง  ข้อปฏิบัติที่พระพุทธองค์ทรงชี้ทางให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติ
    ๓. ปฏิเวธธรรม หมายถึง  คุณสมบัติที่ได้อารมณ์จากการบรรลุธรรม

    การขอถึงซึ่งพระธรรม เป็นการขอถึงอะไร


    เมื่อเรารู้แล้วว่าพระธรรมคืออะไร การกล่าว  "ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระธรรม"  จึงเป็นการขอถึงซึ่งเป้าหมายสูงสุดที่พระพุทธองค์ทรงต้องการ คือ ความพ้นทุกข์ ได้แก่ มรรค ๔ ผล ๔ และนิพพาน ๑ อันเป็นผล เมื่อปรารถนาผล เท่ากับผู้นั้นขอใช้ชีวิตอยู่กับเหตุ และเหตุนั้นคือ ขอใช้ชีวิตอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา หรือ มรรคอันมีองค์ ๘ มีสัมมาทิฏฐิ อันเป็นสายธรรมที่ชอบเป็นเบื้องต้น และสัมมาสมาธิคือความตั้งมั่นชอบเบื้องปลาย หรือเป็นการใช้ชีวิตเจริญอยู่ในมหาสติปัฏฐาน ๔ ได้แก่
  • กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน  การใช้ปัญญากำหนดพิจารณากาย
  • เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน การใช้ปัญญากำหนดพิจารณาเวทนา
  • จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน  การใช้ปัญญากำหนดพิจารณาจิต
  • ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน การใช้ปัญญากำหนดพิจารณาธรรม

  • โดย พี่ดา...นำมาฝาก [2 ส.ค. 2550 , 09:16:08 น.] ( IP = 124.121.172.88 : : )


      สลักธรรม 2


    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสและประกาศต่อหน้าพระอริยสงฆ์ทั้งหลายว่า นอกจากทางนี้แล้ว ทางอื่นไม่มีเลย พระพุทธองค์ทรงชี้ว่า มีทางเดียวเท่านั้นเป็นเอกยนมรรค คือทางปฏิบัติทางเดียวที่จะทำให้ถึงซึ่งความพ้นทุกข์ เพราะเป็น มัชฌิมาปฏิปทาได้แก่ทางสายกลาง หรือข้อปฏิบัติที่เป็นกลางๆ ไม่หย่อนเกินไปและไม่ตึงจนเกินไป นั่นคือการไม่ข้องแวะในทางสุดโต่ง ๒ อย่างคือ กามสุขัลลิกานุโยค (การข้องติดอยู่ในกาม) และอัตตกิลมถานุโยค (การทรมานตน) มัชฌิมาปฏิปทาจึงนับเป็นทางแห่งปัญญาอันพอดีที่จะให้ถึงจุดหมาย คือความดับกิเลสและความสิ้นทุกข์ หรือความหลุดพ้นอันเป็นอิสระโดยสิ้นเชิง
    เมื่อผู้ใดปฏิบัติอยู่ในทางที่พระพุทธองค์ชี้ให้ ย่อมตัดซึ่งโมหะอันเป็นความหลง หรือความไม่รู้จริง อันเป็นมูลรากของโลภะ ต้นเหตุแห่งความรักหรืออภิชฌา และโทสะต้นเหตุแห่งความชังหรือโทมนัส การปฏิบัติเช่นนี้มีในพระพุทธศาสนาเท่านั้น นับเป็นกุศลคู่บารมีขององค์พระชินสีห์ศากยมุณี ที่ทรงค้นพบด้วยพระปัญญาธิคุณ และด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระพุทธองค์จึงทรงแสดงแก่เวไนยเพื่อโปรดให้สัตว์โลกพ้นไปจากสังสารทุกข์ นั่นคือการปฏิบัติด้วยปัญญาหรือที่เรียกว่า วิปัสสนากรรมฐาน นั่นเอง

    ฉะนั้น การที่จะถึงพระธรรมเจ้าตามที่เราประกาศว่า "ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ" จึงถึงได้โดยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งอาจเรียกการปฏิบัติเช่นนี้ว่า มหาสติปัฏฐาน ๔ หรือมัชฌิมาปฏิปทา หรือมรรคอันมีองค์ ๘ หรือมัคคพรหมจรรย์ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นต้น

    โดย พี่ดา...นำมาฝาก [2 ส.ค. 2550 , 09:19:34 น.] ( IP = 124.121.172.88 : : )


      สลักธรรม 3


    คุณของพระธรรมเจ้ามีอย่างไร


    ในพระธรรมที่ศึกษา ไม่ว่าจะเป็นอภิธรรมมัตถสังคหะ เรื่องจิต เจตสิก รูป หรือนิพพาน เช่นปริจเฉทที่ ๑ กล่าวว่าจิต ๘๙ โดยพิสดาร ๑๒๑ และแบ่งเป็นกามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ โลกุตตรภูมิ หรือในปริจเฉท ๙ เรียนสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน เราต้องรู้ว่าศึกษาแล้วได้ประโยชน์อย่างไรจากพระธรรม เพราะเมื่อรู้ว่ามีประโยชน์ ก็จะเป็นคุณ เป็นการเติมกำลังความศรัทธา ทำให้ไม่หวั่นไหวไปตามกระแสโลก จึงต้องรู้ว่าพระธรรมมีคุณอย่างไร เพราะไม่ว่าเมื่อใด ไม่ว่าใคร ไม่ว่าชั้นวรรณะใดจะเป็นผู้ดีหรือไพร่ ยาจกหรือเศรษฐี เมื่อใดมีโอกาสมาศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรมแล้ว ผลที่จะได้รับคือ
    ๑. พระธรรมจะคุ้มครองรักษาผู้นั้นไม่ให้ตกไปในทางชั่ว
    เพราะพระธรรมเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุ และผล คือกรรมและวิบาก  "ธรรมทั้งหลายย่อมไหลมาแต่เหตุ" ใครสร้างเหตุไว้อย่างไร ผลที่ได้รับย่อมเป็นไปตามเหตุที่สร้างนั้น ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ไม่มีอะไรเก่งเกินกรรมเมื่อใดผู้ที่ศึกษาธรรมะ มีความเข้าใจในธรรมะ จะเกิดความเลื่อมใสในศรัทธา โดยเฉพาะศรัทธา ๔ คือเชื่อเรื่องกรรม  เชื่อเรื่องวิบากกรรม  เชื่อเรื่องสัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของๆตน  และเชื่อในคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เมื่อนั้นธรรมย่อมกลับมาคุ้มครองผู้นั้นให้ปลอดภัยจากความชั่ว เพราะหิริ-โอตตัปปะจะทำให้บุคคลนั้นไม่เกลือกกลั้วกับบาปอกุศลเอง

    ๒. ผู้ปฏิบัติธรรมนั้นจะสามารถดับทุกข์ทางใจทั้งปวงได้ในที่สุด

    เมื่อผู้ใดมีความเลื่อมใสและมั่นใจในศรัทธา ๔ ย่อมทราบดีว่าชีวิตมีอยู่คู่กับความทุกข์ ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้พ้น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุและปัจจัย สิ่งที่เป็นผลย่อมเกิดขึ้นเพราะเหตุ เช่นเดียวกัน ผลคือวิบากขันธ์ มีมาได้ เพราะเหตุแห่งกรรมอันเนื่องด้วยกิเลส อาจพูดได้ว่าเหตุคือโลภะ หรือที่เรียกว่า สมุทัย ทำให้บังเกิดผลคือ วิบากขันธ์ ได้แก่ ทุกข์ นั่นเอง

    ผู้ปฏิบัติที่มั่นคงในคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมดำเนินตามคำสั่งของพระพุทธองค์ที่ทรงชี้ว่ามีหนทางเดียวเท่านั้น
    ที่จะทำให้พุทธศาสนิกชนพ้นไปจากความทุกข์ได้ คือเดินตามทางมรรคอันมีองค์ ๘ เป็นการสร้างเหตุเพื่อได้ถึงซึ่งผล คือ นิโรธ หรือนิพพาน อันเป็นความดับสิ้นซึ่งเหตุแห่งความทุกข์ ถึงซึ่งความสุขอันสถาพรได้

    นับว่า คุณของพระธรรมเจ้ามีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อบุคคลที่ศึกษา และปฏิบัติ


    โปรดติดตามตอนต่อไป...สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

    โดย พี่ดา...นำมาฝาก [2 ส.ค. 2550 , 09:25:59 น.] ( IP = 124.121.172.88 : : )


      สลักธรรม 4

    ตามมาอ่านต่อจากเมื่อวานครับ
    ขอบพระคุณมากเลยครับพี่ดาสำหรับเรื่องนี้ครับ

    โดย เทพธรรม [2 ส.ค. 2550 , 15:24:32 น.] ( IP = 58.9.147.216 : : )


      สลักธรรม 5


    อนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาเผยแพร่ให้ทราบ

    โดย น้องกิ๊ฟ [2 ส.ค. 2550 , 17:18:21 น.] ( IP = 58.9.105.67 : : )


      สลักธรรม 6

    อนุโมทนาค่ะพี่ดา

    โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ส.ค. 2550 , 19:25:50 น.] ( IP = 125.24.59.105 : : )

    ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
    จาก : *
    Code :
    กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
    อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
    รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
    รายละเอียด :
    Icon Toy
    Special command

    * *
    กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

    คำเตือน
    • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

    ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

    [ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

    ลานภาพ

    อบรมวิปัสสนา

    ค้นหา

    ค้นหา-GooGle

    สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org