มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การถึงซึ่ง...พระรัตนตรัย (ตอนจบ)




ตอนที่ ๕

การถึงซึ่ง...พระรัตนตรัย (ตอนจบ)

สำรวจชีวิต กำหนดทิศทาง


พุทธศาสนิกชนที่แท้จริงต่างมีความปรารถนาที่จะเข้าถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยกันทั้งสิ้น และผู้ที่สามารถเอาชนะกิเลส มาสร้างเหตุแห่งการเข้าถึง ด้วยการปฏิบัติวิปัสสนาย่อมเป็นที่น่าอนุโมทนายิ่งนัก การปฏิบัติวิปัสสนานั้น คือการทำใจให้แยบคายถูกต้องตรงต่อปรมัตถ์ด้วย โยนิโสมนสิการ ลอง สำรวจชีวิต แล้วตั้งคำถามถามตนเองว่า "มีเวลาเข้าปฏิบัติสัก ๗ วัน ๑๐ วัน หรือไม่" ถ้าไม่มีโอกาส ก็จงอาศัยเวลาที่มีน้อย อย่าปล่อยใจให้คล้อยไปกับกิเลส รีบสร้างเหตุเพื่อทำรอยด่างอันได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ ซึ่งมีอยู่เป็นประจำในชีวิตปุถุชนคนธรรมดาให้หมดไป

ทุกวันนี้ที่ปฏิบัติกันไม่ได้ ก็ไม่เพราะกิเลสหรือ กิเลสมันห้ามไว้ เราตกอยู่ภายใต้คำสั่งของกิเลส พอตั้งใจจะปฏิบัติ ๕ วัน ๗ วัน กิเลสมันบอกทันทีว่าไม่ได้ ธุระก็มี ภาระก็มาก งานที่ทำงานก็รออยู่ บ้านไม่มีคนเฝ้า หลานไม่มีคนเลี้ยง สารพัดที่กิเลสจะสรรมาอ้าง ซ้ำยังมีการขู่เข็ญสำทับว่า ถ้าไปแล้วขโมยอาจขึ้นบ้านก็ได้ หรือไม่ก็ถูกไล่ออกจากงาน พอกิเลสตัวนี้มันขู่ กิเลสโลภะที่มีอยู่ก็เกิดความกลัว กลัวไม่ได้เงินเดือนขึ้น กลัวตกงาน เลยต้องหยุดการเดินทาง ทั้งนี้ก็เพราะเราเป็นทาสกิเลส ตกอยู่ในอำนาจการบงการของมัน

กิเลสไม่ปล่อยโอกาสให้เราได้ไปปฏิบัติ ไม่เปิดโอกาสให้เราได้ใช้ชีวิตอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา หรือมหาสติปัฏฐาน ชีวิตเราจึงต้องคืบคลานอยู่ในสังสารวัฏฏ์

ฉะนั้น จงใช้เวลาที่เรามีโอกาสในขณะนี้ที่กิเลสพ่ายแพ้ มาสร้างความแน่วแน่ให้แก่ใจ โดยอาศัยช่วงเวลาที่มีน้อยนิด กำหนดทิศทาง ให้กับชีวิตตนเอง โดยพยายามทำจิตให้เกิดความตั้งมั่น เพื่อไปถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพราะเราไม่อาจรู้ได้เลยว่า วันหน้า เดือนหน้า ปีหน้า กิเลสจะควบคุมเราแค่ไหน ฉะนั้นเมื่อมีเวลาจงใช้เวลาให้มีคุณค่าด้วยการเรียนรู้แนวทางการปฏิบัติ และพึงระวังสังวรสอนใจตนเองว่า ขณะนี้เรากำลังเดินขึ้นยานพาหนะที่วิเศษที่สุด ซึ่งมนุษย์ เทวดา หรือพรหม ไม่ว่าจะเก่งขนาดไหน จะมีฤทธิ์มากเพียงใด ก็ไม่สามารถสร้างยานพาหนะนี้ได้ ยาพาหนะนี้บัดนี้เรามีแล้ว เราต้องรีบขึ้น รีบแจว รีบจ้ำ เพื่อชีวิตจะได้ไม่คว่ำอยู่ในแม่น้ำตัณหาที่นำมาแต่ความทุกข์ทั้งสิ้น ยานพาหนะนี้ก็คือ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั่นเอง


โดย พี่ดา...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2550 , 07:57:48 น.] ( IP = 124.121.173.160 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ดังนั้นการที่ทุกคนมาสร้างกุศลในพระพุทธศาสนา ด้วยการฟังธรรมอันเป็นสัจธรรมก็ดี หรือการทำความเข้าใจในเรื่องการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน หรือมหาสติปัฏฐานก็ดี เราจะมีโอกาสได้ก็ต่อเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ถ้าพระองค์ไม่ตรัสรู้ ยานพาหนะนี้ก็เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าถามว่า เราขึ้นยานพาหนะนี้ได้เพราะอะไร ...คำตอบคือ เพราะกิเลสอนุญาตแต่ถ้าถามว่า ยานพาหนะนี้เกิดขึ้นได้เพราะใคร...เท่ากับถามว่าการปฏิบัติอย่างนี้เกิดขึ้นได้เพราะใคร...ก็ต้องตอบว่า เพราะมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาเมื่อพระองค์ตรัสรู้แล้ว ทรงสั่งสอนเพื่อให้ผู้อื่นได้รู้ตามด้วย ในสมัยก่อนพุทธกาลก็มีบรรดาฤาษีชีไพรมากมายที่สามารถทำอิทธิวิธีต่างๆ ได้ เช่นเหาะเหินเดินอากาศ หูทิพย์ ตาทิพย์ ฯลฯ ซึ่งจัดเป็นวิชชา แต่ขาดอยู่เพียง ๒ อย่างคือ วิปัสสนาญาณ และอาสวักขยญาณ ซึ่งวิชชาทั้ง ๒ นี้มีขึ้นมาได้ ก็ต่อเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมา ซึ่งก่อนที่พระองค์จะตรัสรู้ การปฏิบัติมีอยู่สารพัด แต่ก็ยังเป็นทางเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏะ ต่อเมื่อพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ ได้พบทางที่ไม่วนเวียน อันเป็นเส้นทางที่มีที่สิ้นสุด เป็นมรรคาแห่งสันติสุข คือพระนิพพาน อันเป็นความสิ้นสุดทุกข์นั่นเอง ดังนั้นผู้ปฏิบัติจึงต้องอาศัยทางนี้ คือมหาสติปัฏฐานเป็นทางเดินของชีวิต

ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสสร้างกุศลด้วยการเรียนและปฏิบัติธรรม จงเตือนความจำว่า เรากำลังขึ้นยานพาหนะอันวิเศษ เหตุนี้จะมีได้ก็ต่อเมื่อมีการตรัสรู้ และ ทุกคนทราบว่าศาสนาพระตถาคตก็จะต้องหมดไปในเวลานั้นพวกเราก็ต้องอยู่ตรงนั้นด้วย ช่วงเวลาที่ว่างจากศาสนา ขณะนั้น ยานเช่นนี้จะมีได้หรือ คำตอบคือ มีไม่ได้ ไม่มีแล้วสำเภาทอง หมดแล้วซึ่งยานพาหนะที่จะพาเราให้แผ้วพานพ้นภัยไปจากความทุกข์ได้ ไม่มีแล้วทางมรรคผล นิพพาน ไม่มีแล้วศีล สมาธิ ปัญญา แต่บัดนี้สายสัมพันธ์เหล่านั้นยังพอมีอยู่ เราจึงควรอย่างยิ่งที่จะรีบฉกฉวยโอกาสอันประเสริฐนี้ เท่าที่จะหาได้ ด้วยการศึกษาเล่าเรียน และเพียรปฏิบัติให้อยู่ในทางซึ่งจะทำให้เราพ้นไปจากความทุกข์ ไดแก่ ศีล สมาธิ ปัญญาที่พระบรมศาสดาได้ทรงบัญญัติไว้ ซึ่งในสมัยที่พระพุทธองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ก็มีผู้รู้ตามกันมาแล้วเป็นอนันต์ เพราะท่านเหล่านั้นได้ปฏิบัติตามพระองค์ (ผู้รู้ตามคือผู้ที่ถึงซึ่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) และมีการดำรงสืบต่อกันมาเป็นศาสนทายาทจนตราบเท่าทุกวันนี้

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2550 , 08:05:55 น.] ( IP = 124.121.173.160 : : )


  สลักธรรม 2


ปัจจุบันพระพุทธศาสนาได้ล่วงเลยมาเกินกึ่งพุทธกาลแล้ว ความเสื่อมย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา เพราะแม้พระธรรมก็ย่อมต้องอยู่ภายใต้กฏเกณฑ์ของ ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง  ทุกขัง  อนัตตา  ซึ่งเราจะเห็นว่าพระธรรมก็เสื่อมไปจากความเข้าใจที่ถูกต้องของคนสมัยนี้ บางครั้งคำสอนบางแห่ง บางที่ เริ่มผิดเพี้ยนไปตามความเข้าใจของแต่ละบุคคล พุทธบริษัทส่วนหนึ่งชั่วชีวิตของเขาไม่เคยได้รู้จักหนทางที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้เลย ในขณะที่พระพุทธศาสนากำลังค่อยๆ เสื่อมลง โอกาสที่เราจะมาสร้างกุศลเช่นนี้นับวันจะน้อยลงไปทุกที เพราะอุปสรรคที่มีอยู่มากจาก มลภาวะ และสิ่งแวดล้อม กำลังน้อมไปสู่ความวิบัติ ประกอบกับกิเลส และวิบากของแต่ละคนต่างก็มีกันอย่างท่วมท้น อีกทั้งชีวิตของทุกคนยังต้องผจญกับคนพาลที่นับวันจะมีมากขึ้น

แม้บางท่านมีโอกาสเรียนก็จริง แต่ก็ไม่เข้าใจการปฏิบัติ ทำอย่างที่รู้ คือ ผิดบ้าง ถูกบ้าง  บางท่านเรียนรู้เข้าใจปฏิบัติได้ถูก แต่มีเวลาให้กับการปฏิบัติน้อย เพราะต้องคอยไปเข้าเวรยามกับงานทางโลก  ในขณะที่บางท่านปฏิบัติผิดแต่มีเวลาให้กับการปฏิบัติมาก   จึงยากที่จะมีผู้รู้เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะสถานที่บางแห่งโฆษณาว่า สามารถพาผู้ปฏิบัติไปเที่ยวนรก สวรรค์ได้ ผู้ที่ปฏิบัติเห็นนรกแล้วเกิดความหวาดกลัว สยองขวัญ พอเห็นสวรรค์เกิดความยินดี ติดใจ อภิชฌาและโทมนัสเข้ามาเป็นทิวแถว ล้วนไม่ใช่แนวทางที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอน เพราะทางที่พระพทุธองค์ทรงชี้ให้เดินนั้น คือ มัชฌิมาปฏิปทา ซึ่งเป็นทางที่ขวางกั้นอภิชฌาและโทมนัสไม่ให้เกิดขึ้นโดยตรง

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2550 , 08:07:23 น.] ( IP = 124.121.173.160 : : )


  สลักธรรม 3


บัดนี้เมื่อรู้แล้วว่าเรากำลังเดินทางมาอย่างถูกต้องตามครรลองที่พระบรมศาสดาทรงให้ไว้ ก็จงสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นในใจอย่างมั่นคงว่า เมื่อตายแล้วเรายังต้องเกิดอีกอย่างแน่นอน และที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นก็คือ เราไม่รู้ว่าจะไปเกิด ณ ที่ใด เกิดเป็นอะไร เพราะไม่มีใครสามารถรู้มรณาสันนกาล และมรณาสันนวิถีของตนเองได้ แต่สำหรับ ผู้ที่ไม่เกิดมีจริง และมีบุคคบเพียงประเภทเดียว คือพระอรหันต์ ซึ่งเป็นผู้หมดสิ้นจากอาสวะกิเลสเท่านั้น ทว่ากำลังสร้างเหตุของความดีด้วยการศึกษาให้มีปัญญา เพื่อนำพาชีวิตออกจากความเป็นปุถุชนสู่กัลยาณชนจนสามารถพาตนสู่อริยชนได้ในที่สุด ฉะนั้นเราจงหันหน้ามาสร้างกำลังใจให้กับตนเองว่า เราจะต้องสร้างทางเพื่อการเป็นพระอรหันต์ให้จงได้

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2550 , 08:10:46 น.] ( IP = 124.121.173.160 : : )


  สลักธรรม 4


กำลังใจย่อมยิ่งใหญ่และสำคัญ จงหมั่นบอกตนเองในขณะที่กำลังทำความดี หนีความชั่ว ไม่เกลือกกลั้วกับกิเลสว่า "ชาตินี้เราโชคดีที่มีโอกาสได้นั่งอยู่ในยานพาหนะ ยวดยานที่พระพุทธเจ้าเพียรสร้างขึ้นมาโดยใช้เวลานับเป็นกัปป์เป็นกัลป์" เรากำลังพูดอะไร ฟังอะไร อ่านอะไร ไม่ใช่สัจธรรมหรอกหรือ เราไม่ได้สนใจใคร เราไม่หวั่นไหวในผลลัพธ์ เพราะเรามั่นใจว่าเราทำความดี ถ้าผู้ปฏิบัติมีความตั้งใจเช่นนี้ก็จะไม่สั่นคลอนในเจตนา เพราะชาติหน้า หรือชาติต่อๆไป ไม่มีใครรับรองได้ว่าเราจะมีโอกาสได้เกิดในบวรพระพุทธศาสนาหรือไม่ จะมีโอกาสได้ทำกุศล ได้พบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และมีความเข้าใจเช่นทุกวันนี้หรือไม่ หรือพบแล้วจะมีโอกาสถึงได้หรือไม่ เพราะในเวลานั้นยังคงมีวิธีการที่ถูกต้องเช่นทุกวันนี้อยู่อีกหรือไม่ ไม่มีใครล่วงรู้ได้ อาจไม่มีหนทางเลย หรืออาจไม่มีโอกาสเลย เมื่อเป็นเช่นนี้การสร้งกุศลอันเป็นเครื่องบันดลให้พ้นทุกข์ก็จะอับปางโดยสิ้นเชิง

โดย พี่ดา...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2550 , 08:11:50 น.] ( IP = 124.121.173.160 : : )


  สลักธรรม 5


ดังนั้นเมื่อมีโอกาสในชาตินี้ วันนี้ ขณะนี้ จึงควรที่จะรีบเร่งขวนขวายสร้างสายสัมพันธ์ของศีล สมาธิ และปัญญา ด้วยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน โดยอาศัยหลักการใหญ่ ๓ ประการ คือ

๑. ต้องระวัง ไม่ให้จิตตกไปจากอารมณ์ของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน คือ รูป-นาม โดยการสำรวมอินทรีย์ เป็นการใช้ชีวิตอยู่ใน ศีล ที่เรียกว่า อินทริยสังวรศีล

๒. ต้องสังเกต ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในปัจจุบันอารมณ์นั้น ด้วยการมีความระลึกรู้สึกตัว ไม่เผลอไปจากสติ พลาดจากปัจจุบัน นึกไปในเรื่องของอดีต หรือคิดไปในเรื่องของอนาคต ซึ่งล้วนไม่เป็นความจริง เพราะ  "อดีตคือความปด อนาคตคือความฝัน  ปัจจุบันคือความจริง" ผู้ปฏิบัติจึงต้องมี สมาธิ ตั้งมั่นอยู่กับอารมณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นด้วยขณิกสมาธิ

๓. ต้องรู้ด้วยปัญญา ว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นขณะนั้น เป็นรูปอะไร หรือนามอะไร เพราะ รูป-นาม คือความจริงที่เป็นปรมัตถ์อันเป็นปัญญา หรือสัมมาทิฏฐิ ที่จะพาชีวิตออกจากความหลงผิดที่คิดว่าเป็นตัวเรา

ผู้ปฏิบัติต้องมีความเข้าใจเป็นอย่างดีใน ภูมิของวิปัสสนา  ต้องรู้ว่าอะไรเป็นรูป อะไรเป็นนาม ต้องกำหนดได้ถูกต้อง ต้องรู้เหตุผลว่ากำหนดไปเพื่ออะไร เพราะถ้ากำหนดผิดพลาด การปฏิบัติย่อมปราศจากผล เพราะไม่สามารถแก้ไขความโง่หรืออวิชชา อันเป็นต้นตอของวัฏฏะได้ ฉะนั้นจึงต้องรู้ว่าโง่ที่ไหน ก็ต้องแก้ไขที่นั่น เช่น ความโง่ที่เกิดขึ้นทางตา เพราะเราหลงผิดคิดว่าเราเป็นผู้เห็น แท้จริงนามเป็นผู้เห็น จึงต้องกำหนด นามเห็น เพื่อป้องกันไม่ให้อภิชฌาและโทมนัสเกิดขึ้น ซึ่งเป็นวิวัฏฏะคามินีปฏิปทา ตัดสิ้นซึ่งตัณหาอันเป็นสมุทัย เหตุแห่งกองทุกข์ใหญ่ทั้งปวง

ขอน้อมนำกุศลเจตนาทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นตั้งแต่บุพพเจตนา มุญจเจตนาและอปรเจตนา
ในการเพียรนำข้อธรรมที่ควรรู้และทำความเข้าใจให้ชัดเจนมาเผยแพร่เป็นธรรมทานนี้
รวมทั้งกุศลที่เกิดขึ้นแด่ท่านทั้งหลายในขณะที่อ่านและทำความเข้าใจ  "การถึงซึ่ง...พระรัตนตรัย"   ที่นำมาฝากนี้
เป็นเครื่องกราบสักการะบูชาพระคุณ ครูบาอาจารย์ทุกท่าน ณ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิแห่งนี้ค่ะ

ด้วยความระลึกถึงพระคุณครูบาอาจารย์
และด้วยปรารถนาดีต่อทุกท่านค่ะ
ภญ.ธัญนันทน์ เลิศหิรัญวงศ์



โดย พี่ดา...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2550 , 08:20:36 น.] ( IP = 124.121.173.160 : : )


  สลักธรรม 6


มาถึงตอนสุดท้าย..ได้รับข้อเตือนใจหลายอย่าง ซึ่งในเวลาของชีวิตที่อาจมีเหลืออยู่น้อยแล้วนี้ จะพยายามหมั่นบอกตนเองว่า "ชาตินี้เราโชคดีที่มีโอกาสได้นั่งอยู่ในยานพาหนะ ยวดยานที่พระพุทธเจ้าเพียรสร้างขึ้นมาโดยใช้เวลานับเป็นกัปป์เป็นกัลป์" เพื่อจะได้กำหนดทิศทางของชีวิตได้อย่างตรงเป้าหมายต่อไป

ขอบพระคุณในความเสียสละที่พิมพ์ถ่ายทอดออกมาเผยแพร่เป็นธรรมทาน ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาทั้งปวงที่เกิดขึ้นแล้วในงานเผยแพร่นี้รวมทั้งจิตใจที่มากไปด้วยความกตัญญูกตเวทิตานั้นด้วยค่ะ ...สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [4 ส.ค. 2550 , 21:16:06 น.] ( IP = 58.9.237.169 : : )


  สลักธรรม 7

การถึงซึ่ง...พระรัตนตรัย
เริ่มต้นด้วยการสร้างศรัทธา ทำความเห็นให้ถูกต้อง และเดินไปตามทางที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ ด้วยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ได้ประโยชน์อย่างมากจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่ดาที่นำธรรมอันทรงคุณค่ามาเผยแพร่เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณชนค่ะ

โดย ธัญธร [7 ส.ค. 2550 , 17:59:50 น.] ( IP = 125.27.188.125 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org