มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การสร้างสติ







การสร้างสติ


ความทุกข์โศกในโลกนี้ที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์นั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการกระทำความชั่วโดยจงใจ แต่เกิดเนื่องจากอวิชชา มีความประมาทขาดการไตร่ตรอง และมีความผลุนผลันขาดการควบคุมตัวเองเสียมากกว่า ซึ่งถ้ามีสติเข้าไปร่วมในการกระทำงานนั้นๆ ก็จะสามารถช่วยป้องกันผลต่อเนื่องอันยาวไกลซึ่งเป็นความผิดหรือความทุกข์ยากมิให้เกิดขึ้นได้

แต่เพราะความขาดสติ จึงมีการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายมาสู่ผู้กระทำ เช่น เราจะเห็นได้จากคนที่ต้องติดคุกติดตาราง หรือที่ต้องถูกประหารชีวิตไปนั้น ก็เพราะเขาเหล่านั้นไม่มีสติในการกระทำ ปล่อยให้ตกเป็นทาสของอารมณ์

ดังนั้น สติจึงมีความสำคัญมากที่ควรจะเร่งฝึกฝนให้มีเกิดขึ้นกับตน เมื่อสติหยั่งรากลงมั่นคงแล้ว สติจะไม่ถูกถอนออกไปได้ง่าย สติช่วยในกิจทั้งปวง สติสามารถที่จะนำและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง และทางสายเดียวเท่านั้น ที่ดำเนินไปเพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อระงับความโศกเศร้าคร่ำครวญ เพื่อทำลายล้างความทุกข์และโทมนัสและเพื่อเห็นแจ้งพระนิพพาน ทางสายนี้ก็คือ สติปัฏฐาน ๔

ในชีวิตประจำวันนั้นมีความสำคัญมากที่ควรสร้างสติเอาไว้ให้เกิดอยู่เสมอ ถ้าเรามองข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นจำเจเล็กๆ น้อยๆ ไป ก็เท่ากับเป็นการฝึกความคุ้นเคยกับการงานที่ขาดการพิจารณาโดยรอบคอบ (ขาดสติควบคุม) และเมื่อถึงคราวที่เราต้องการเจริญสติปัฏฐานก็จะทำได้ยาก เพราะมีความคุ้นเคยกับการงานที่ไม่มีระเบียบในเรือนใจ การพิจารณาอย่างไม่ถี่ถ้วนก็จะมีบทบาทเข้ามากีดขวางในการกำหนดนั้นๆ โดยมีวิธีการง่ายๆ คือ หยุดชะงักก่อนทำ มีระเบียบในเรือนใจ และเรียกชื่อให้ถูกต้อง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 พ.ค. 2559 , 14:19:19 น.] ( IP = 101.51.103.124 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

๑. หยุดชะงักก่อนทำ

ความสำคัญของการปลูกฝังสตินั้น เราสามารถฝึกฝนได้ด้วยการ “หยุดชะงักก่อนทำ”

มีลักษณะเช่นเดียวกับการกำหนดซึ่งเป็นขณะสั้นๆที่จิตยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกวิธีการที่จะกระทำลงไป

ในขณะสั้นๆ นั้นสามารถเปิดโอกาสให้สติเข้ามาควบคุมจิตเพื่อชี้แนะสิ่งที่ถูกต้อง

เพื่อที่ขณะจิตต่อไปสติก็จะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ให้สามารถเอาชนะต่อแรงกระตุ้นของอาสวะกิเลสได้

เพราะการหยุดชะงักก่อนทำนี้ช่วยให้มีเวลาพอสำหรับการตัดสินใจที่รอบคอบ ทำให้การกระทำไม่ว่าทางกายหรือวาจา ก็จะสามารถชะงักจากอกุศลได้เช่นกัน

เมื่อฝึกฝนจนเป็นนิสัยก็จะเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพต่อต้านความผลุนผลันทั้งทางคำพูดและการกระทำ ซึ่งทำให้เกิดการรู้จักหยุดยั้ง รู้จักช้าลง และรู้จักเลิกได้ จนทำให้ปฏิกิริยาที่ไม่พึงปราถนาไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเองบ่อยครั้งเหมือนดังแต่ก่อน

การหยุดชะงักยังให้เวลาเราได้คิดทบทวนว่า ในสถานการณ์นั้นๆ การกระทำ การพูด หรือการคิดต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นหรือควรทำหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องฝึกเพราะจะช่วยให้หลีกเลี่ยงให้พ้นจากความทุกข์ หรือความยิ่งเหยิงวุ่นวายได้

“คิดให้ดีก่อนทำ” ให้โอกาสจิตสำรวจสิ่งต่างๆ ได้นานขึ้นและรอบคอบขึ้นเพื่อยับยั้งแรงเร้าชนิดที่เรียกว่า “ขอทำให้ได้ ฉิบหายช่างมัน”

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 พ.ค. 2559 , 14:19:58 น.] ( IP = 101.51.103.124 : : )


  สลักธรรม 2

สตินอกจะสามารถหยุดชะงักความวุ่นวายต่างๆ ที่เราไม่ต้องการแล้ว สติยังช่วยสอนให้เราเผชิญหน้ากับปัจจุบันไม่หลีกหนีเข้าไปอยู่ในความคิดที่เกี่ยวกับอดีตและอนาคต

เรื่องของอดีตและอนาคตไม่ใช่เรื่องที่ควรนำมากำหนด แต่เป็นเพียงเรื่องที่ใช้ประกอบการพิจารณาไตร่ตรองเท่านั้น นอกจากนี้เรื่องของอดีตและอนาคตนั้นยังเป็นศัตรูตัวสำคัญของสติอีกด้วย

คนเรานั้นสูญเสียพลังงานไปมากมายเหลือเกินด้วยการใช้ความคิดไปถึงอดีตที่ไร้ประโยชน์ ด้วยการคิดหรือพูดเพ้อเจ้อไร้สาระซ้ำๆซากๆ ในเรื่องเก่าๆ ผลที่เสียตามมาก็คือการเศร้าโศกเสียใจอย่างไร้สาระในความผิดพลาดที่ผ่านไป

หรือนึกคิดไปในเรื่องอนาคต ความฝัน ความหวังลมๆแล้งๆ ความกลัวที่ไม่มีเหตุผล และความวิตกกังวลอย่างไร้ประโยชน์ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของความเศร้าโศกเสียใจและความผิดหวัง

ซึ่งเราสามารถหลีกเลี่ยงและสามารถขจัดออกไปได้ถ้ามีสติ สติก็จะนำอิสรภาพอันมีคุณค่ายิ่งกลับคืนมา สติสามารถตัดความผูกพันที่มนุษย์มีอยู่กับอดีต สติหยุดมนุษย์จากการพันธนาการตัวเองด้วยความคิดอันเพ้อฝัน ความกลัว และความหวังต่อเหตุการณ์ที่คิดเอาเองในอนาคต

การมีสติอยู่กับปัจจุบันได้จุดหมายก็คือพ้นทุกข์ เพราะอดีตคือความปด อนาคตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 พ.ค. 2559 , 14:20:18 น.] ( IP = 101.51.103.124 : : )


  สลักธรรม 3

๒. มีระเบียบในเรือนใจ

นอกจากฝึกหยุดชะงักก่อนทำเพื่อสร้างสติแล้ว ยังจะต้องฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีระเบียบในเรือนใจ หมายถึงจัดการสะสางงานต่างๆให้ถูกต้องเป็นระบบระเบียบ เมื่อจะทำอะไรก็ให้มีสติ และทำให้เสร็จสิ้นไปทีละอย่าง อย่าด่วนได้จนเสียระเบียบจากสภาพความเป็นจริงไป

ตัวอย่างเช่น เมื่อมีงานที่จะต้องรับประทานอาหารเกิดขึ้น ก็ควรมีสติกำหนดรู้อยู่กับหน้าที่ในการรับประทานอาหารนั้น ไม่ควรรับประทานไปพูดไป หรืออ่านหนังสือไปพลาง เพราะจะทำให้ความปนเปสะเพร่าเกิดขึ้นในเรือนใจ

เมื่อเราสามารถบังคับปรับปรุงระเบียบให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของตนเองได้ดีแล้ว เมื่อถึงเวลาที่จะถ่ายถอนความไม่มีสาระแก่นสารต่างๆ ก็จะทำได้ง่ายขึ้น เปรียบเสมือนบ้านที่จัดไว้ดีมีระเบียบ เมื่อถึงคราวจะหาหรือหยิบอะไรก็จะสามารถหาได้สะดวกและรวดเร็วกว่าบ้านที่ไม่เคยจัดให้มีระเบียบ

การที่มีระเบียบในเรือนใจจะช่วยขจัดความฟุ้งซ่านได้ เพราะการที่เราประคองจิตให้จดจ่อต่อหน้าที่ จิตก็จะมีพลังต่องานนั้น แต่ถ้าใครไม่มีระเบียบในเรือนใจ ก็จะมีความฟุ้งซ่านวุ่นวายมาก เพราะการทำงานของจิตไม่ถูกควบคุมไว้ด้วยความมีระเบียบ

สติจะเป็นตัวคอยควบคุมความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่จะมามีอิทธิพลทำให้เกิดความนึกคิดไปในอารมณ์ต่างๆ ได้สารพัดเรื่อง เช่น ถ้าไม่มีระเบียบในการรับประทานอาหาร (ขาดสติคอยควบคุม) รับประทานไปด้วยและก็อ่านหนังสือไปด้วย บางคนก็พอใจในเนื้อหาเหล่านั้น จิตก็สร้างภาพพจน์ โดยสร้างจินตนาการเอาเองบ้าง บางคนก็ไม่พอใจในเนื้อหาสาระที่ตนได้อ่าน ความขุ่นมัวก็เกิดขึ้นในจิตใจ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะการขาดระเบียบในเรือนใจนั่นเอง

ด้วยเหตุของการเวียนว่ายตายเกิดอันยาวนานในสังสารวัฏ ทำให้คนเรามีการอบรมสั่งสมระบบอันสานกันเข้าไว้อย่างหนาแน่นด้วยสัญชาตญาณและการสนองตอบสิ่งเร้าทั้งที่เป็นประโยชน์และเป็นโทษ รวมทั้งยังสั่งสมอคติแห่งอารมณ์ที่ไม่เคยถูกซักถามถึงเหตุผลกันมาเลย จึงเป็นต้นเหตุให้ความยุ่งเหยิงในจิตใจมีมากมายนัก

การที่เราจะสามารถแก้ไขความยุ่งเหยิงไม่มีระเบียบนี้ได้ ก็ต้องเริ่มต้นสร้างความมีระเบียบให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของตนเองก่อนเป็นสำคัญ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 พ.ค. 2559 , 14:20:35 น.] ( IP = 101.51.103.124 : : )


  สลักธรรม 4

๓. เรียกชื่อให้ถูกต้อง

นอกจากความมีระเบียบแบบแผนในเรือนใจแล้ว ยังควรฝึกเรียกชื่อและรู้จักความหมายของชื่อนั้นๆให้ถูกต้อง ว่าชื่อนั้นๆ ดีหรือชั่ว ให้ผลอย่างไร ซึ่งเป็นแนวแห่งความมีสติเช่นกัน

การเรียกชื่อและรู้จักความหมายของชื่อนั้นๆ ก็เท่ากับเป็นการรู้จักแขกที่มาเยือนบ้านของเรา (จิตใจ) จะได้รู้ว่าคนใดควรต้อนรับ คนใดควรหลีกหนีและพยายามมิให้มาสู่บ้านของเราได้

เช่น เมื่อมีอารมณ์โกรธเคืองเกิดขึ้นก็รู้ว่าขณะนั้นตัวโทสะมาเยือนจิตใจของเราอยู่ ความหมายของโทสะก็คือ ความไม่สบายใจ รำคาญใจ ให้ผลก็คือทำให้จิตหดหู่เศร้าหมองซึ่งเป็นอกุศลจิต

หรือเมื่อมีความปีติเกิดขึ้น ก็รู้จักว่าให้ผลดี จิตก็เป็นกุศล ก็เท่ากับเป็นการรู้คุณภาพของการงานของจิตที่ถูกปรุงแต่งได้ถูกต้อง และเป็นการฝึกที่ให้เกิดผลดีต่อผู้ปฏิบัติอย่างมากที่จะช่วยทำให้ไม่ฝักใฝ่ลุ่มหลงเพลิดเพลินไปในอารมณ์ที่เป็นฝ่ายไม่ดี ไม่มีประโยชน์ และเป็นการพัฒนาสติให้เกิดเร็วขึ้น

การเรียกชื่อต่างๆ และรู้คุณสมบัติของชื่อนั้นๆ เป็นความสำคัญและเป็นการกระทำที่ถูกต้อง ไม่ใช่การหลบหนีซ่อนเร้น แต่เป็นการฝึกจิตใจให้กล้าเผชิญหน้าด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง และการเผชิญหน้านี้ก็มีผลให้แก่การกำจัดต่อไปในสิ่งที่เรารู้ดีว่า มันดีหรือชั่ว ให้ผลอย่างไร

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 พ.ค. 2559 , 14:20:51 น.] ( IP = 101.51.103.124 : : )


  สลักธรรม 5

ทุกๆ อย่าง ถ้าเราคิดถูกด้วยการมีสติคอยควบคุมความคิดนั้น การกระทำไม่ว่าทางกาย หรือทางวาจาก็ย่อมจะถูกตามไปด้วย เพราะสติเป็นกุศลอันทรงพลังที่ยิ่งใหญ่ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น ดังนั้นจงอย่าประมาท หมั่นฝึกฝนสติ และมีสติเป็นเครื่องรักษาใจ

หลักในการรักษาใจ คือ อย่าให้หลงใหลในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด อย่าขัดเคืองในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง อย่าให้หลงใหลในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความหลง และอย่าให้หลงใหลมัวเมาในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา

ในข้อที่ว่าอย่าหลงใหลในธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมานี้อาจทำให้เกิดความรู้สึกจะปฏิบัติได้ยากมาก เพราะในชีวิตที่รุมเร้าไปด้วยสังคมนิยมต่างๆ อันเป็นเครื่องล่อกิเลสตัณหาซึ่งมีอยู่มากมาย

เราจึงต้องมีวิธีที่จะควบคุมอารมณ์ต่างๆ ไว้ให้มีสติเกิดอยู่เสมอกับตนด้วยวิธีการหลีกเว้นสิ่งที่ต่ำทราม และหลีกเว้นสิ่งที่ไร้สาระและเปล่าประโยชน์ด้วยการมีสติอยู่ตลอดเวลา

เราจะมีสติได้อย่างไร? เริ่มต้นด้วยการมีฉันทะอย่างมั่นคง

ฉันทะจะมีได้อย่างไร? มีได้ด้วยการที่รู้คุณค่าอย่างแน่ชัดว่าความยิ่งใหญ่จะมีอยู่ในความสงบ

ความสงบจะมีได้อย่างไร? มีได้เมื่อมีสติ

ไม่มีอะไรจะสง่างามไปกว่าการรักษาความสงบนิ่งในการทำ การพูด มิให้เรื่องเริ่มต้นขึ้นอีก ผู้ใดที่งดเว้นจากการยุ่งไม่เข้าเรื่องได้ ย่อมจะมีความมั่นคงและปลอดภัยในทุกสถานที่ ผู้ใดที่รักษาความสงบนิ่งไว้ได้ คือรู้ว่าควรหยุดตรงไหน ก็จะไม่ประสบอันตรายเลย

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 พ.ค. 2559 , 14:21:11 น.] ( IP = 101.51.103.124 : : )


  สลักธรรม 6

พลังแห่งสติ

เมื่อรู้จักฝึกฝนสติและการกระทำให้ถูกต้องมีระเบียบแล้ว พลังของสตินั้นก็จะทำให้พ้นไปจากความทุกข์ และทำให้เกิดประโยชน์มากมายในการดำรงชีวิตที่ต้องพบเจอกับสิ่งต่างๆ ได้ เช่น

ทำให้เป็นผู้ไม่ท้อถอยในปัญหาและม่งมงายในเรื่องไร้สาระประโยชน์ เป็นคนที่มีการใคร่ครวญไตร่ตรองอยู่เสมอ มีการพิจารณาหาเหตุผลที่ถูกต้อง มีความรวดเร็วและฉับไวในการแก้ปัญหา มีความสงบจากความฟุ้งซ่านรำคาญใจ มีความแช่มชื่นเบิกบานอยู่เป็นนิจ มีความกล้าหาญ ไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตราย มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีการดูแลตนเองได้ดี และมีการกระทำตนให้ผู้อื่นเชื่อถือได้

ชีวิตคนเรานี้น้อยนัก รวดเร็วเหมือนฟองน้ำ เหมือนพยับแดด ซึ่งปรากฏอยู่เพียงชั่วครู่แล้วก็หายไป ล้วนไม่มีแก่นสารที่จะยึดเป็นที่พึ่งได้เลย ดังนั้น จงรีบเอาชีวิตที่ไม่ค่อยมีสาระนี้มาทำให้เกิดสาระขึ้น เพราะเวลาจะมีค่า เวลานั้นต้องประกอบไปด้วยสติและปัญญา

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 พ.ค. 2559 , 14:22:23 น.] ( IP = 101.51.103.124 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org