มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บางเรื่องที่น่าเสียดาย




บางเรื่องที่น่าเสียดาย


บางครั้งในการศึกษาเพื่อไปสู่ความรู้ขั้นสูง ความรีบเร่งอาจทำให้เราผ่านเลยเรื่องที่สำคัญบางเรื่องไปอย่างน่าเสียดาย อย่างเช่นผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมเบื้องต้นในปริจเฉทที่ ๑ หากเพียงแต่มุ่งหวังที่จะเข้าใจและจดจำได้ถึงชื่อจิตในกลุ่มต่างๆ และเภทนัยที่จำแนก โดยทอดทิ้งที่จะให้ความสนใจกับความหมายและความสำคัญของเรื่อง อำนาจจิต ก็จะเป็นที่น่าเสียดาย เพราะความเข้าใจในเรื่องของอำนาจจิตนี่แหละจะช่วยตอบคำถามและให้ความเข้าใจในเรื่องของชีวิตที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดได้เป็นอย่างดี ทั้งยังจะช่วยวางรางชีวิตทิศทางที่ประสริฐให้พ้นไปจากห้วงทุกข์ทั้งปวงได้

อำนาจจิตคืออะไร? อำนาจจิตก็คือความสามารถของจิตที่กระทำความเป็นอยู่ของสัตว์ให้วิจิตรได้ถึง ๖ ประการ คือ

๑.วิจิตรโดยการกระทำ คือทำให้งดงาม แปลกประหลาด น่าพิศวง เช่น การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ วัตถุเครื่องมือเครื่องใช้ งานศิลปะทั้งหลาย หรืออาวุธเป็นต้น

๒.วิจิตรด้วยตนเอง คือ จิตสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ต่างๆได้สลับไปสลับมาทั้งในด้านกุศลและอกุศล คือมีทั้งจิตที่ดีใจ-เสียใจ ฟุ้งซ่าน-สงบ มากด้วยปัญญา-เบาปัญญา จำได้แม่นยำ-จำได้ลางเลือน เป็นต้น

๓.วิจิตรในการสั่งสมกรรม คือ จิตนั่นเองที่เป็นต้นเหตุในการก่อกรรมทำอกุศลและกุศลต่างๆ เมื่อกระทำลงไปแล้วก็เก็บความดีความชั่วนั้นไว้ได้ด้วย จิตจึงเป็นทั้งผู้ก่อกรรมและสะสมกรรมและกิเลสที่ตัวเองได้ทำลงไปในแต่ละครั้งไว้อย่างน่าพิศวง

๔.วิจิตรในการรักษาวิบาก ที่กรรมและกิเลสได้สั่งสมไว้ คือ ผลของกรรมที่เคยกระทำไว้จะติดตามมาให้ผลแน่นอนเมื่อสบโอกาส ไม่ว่าจะเป็นกุศลกรรมหรืออกุศลกรรมที่จิตได้ทำลงไปแล้วนั้น จะไม่สูญหายไปไหนเลยไม่ว่าจะช้านานปานใดเมื่อได้โอกาสที่เหมาะก็จะส่งผลกรรมนั้นมาให้ผู้กระทำได้รับ

๕.วิจิตรในการสั่งสมสันดานตนเอง คือ การกระทำที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆนั้นจะทำให้เกิดความชำนาญและกลายเป็นความชอบเป็นนิสัยสันดาน เพราะมีการส่งมอบการงานซ้ำๆกันนั่นเอง

๖.วิจิตรด้วยอารมณ์ต่างๆ คือ สามารถรับอารมณ์ต่างๆได้อยู่เสมอ ทั้งอารมณ์ที่ดีไม่ดี ทั้งปรมัตถ์และบัญญัติ แต่มีข้อสังเกตที่น่าสนใจอยู่ว่า คนพาลจะรับอารมณ์ที่ไม่ดีที่ชั่วได้ง่าย แต่บัณฑิตจะรับอารมณ์ที่ดีได้ง่าย

ซึ่งหากทำความเข้าใจทั้ง ๖ ประการให้ถ่องแท้แล้ว ก็จะทำให้ฉุกใจคิดถึงความน่ากลัวในการกระทำกรรม เพราะจิตและอำนาจจิตนี่แหละที่เป็นกลไกของกฎแห่งกรรม นอกจากนี้ยังทำให้มีการตระหนักถึงทางเลือกที่จะกระทำกรรมได้มากยิ่งขึ้น โดยยังไม่ต้องรอให้เรียนจบหลักสูตร แม้จะเรียนเพียงปริจเฉทที่ ๑ ก็เรียกได้ว่าสามารถเริ่มลิขิตชีวิตตนเองไปในทางที่ถูกได้

โดย เทพธรรม [15 ส.ค. 2559 , 11:16:26 น.] ( IP = 61.90.82.123 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

หรืออย่างในเรื่องของเจตนาที่หลายคนปล่อยปละละเลยให้เสียโอกาสไป เจตนาก็คือตัวกรรม เป็นการจงใจกระทำทางกาย ทางวาจา และทางใจ

ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรมมาพอสมควรก็จะมีแนวทางในการเลือกกระทำกรรมที่ตนเองปรารถนา เพราะต่างก็ทราบถึงศักยภาพของตนเองดีว่า การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของตนเองนั้นไม่อาจบรรลุมรรคผลนิพพานได้ในชาตินี้ และก็แน่แก่ใจว่า ภพชาติต่อไปนั้นยังเป็นไปได้ทั้งทุคติและสุคติ

แม้จะรู้ว่า การทำบุญสุนทานนั้นยังนับเนื่องเป็นเจตนาที่ก่อให้เกิดภพชาติอยู่ แต่ส่วนใหญ่ก็ปรารถนาที่จะกระทำกรรมที่สมบูรณ์แบบ คือ ให้ผลอย่างยอดเยี่ยมมีอานิสงส์มาก เป็นการกระทำที่ประกอบไปด้วยปัญญา ต่างก็ปรารถนาที่จะทำกุศลชั้นสูงที่มีกำลังมาก ที่เรียกว่า ติเหตุกอุกกัฏฐุกกัฏฐกุศล

หลายคนได้เรียนรู้ว่า ติเหตุกกุศล เป็นการกระทำกุศลกรรมที่ประกอบไปด้วยปัญญา ซึ่งให้ผลเป็นบุคคลไตรเหตุสามารถเจริญวิปัสสนากรรมฐานให้บรรลุญาณขั้นต่างๆได้ ส่วนการกระทำกุศลที่ไม่ประกอบไปด้วยปัญญานั้นก็จะส่งผลให้เป็นบุคคลทวิเหตุซึ่งไม่อาจบรรลุมรรคผลนิพพานในชาตินั้นได้

โดย เทพธรรม [15 ส.ค. 2559 , 11:17:52 น.] ( IP = 61.90.82.123 : : )


  สลักธรรม 2

บางท่านทราบจากทฤษฎีดีว่า ในการกระทำกรรมไม่ว่ากุศลหรืออกุศลล้วนต้องประกอบไปด้วยเจตนา ๓ กาล คือ บุพพเจตนา มุญจเจตนา และอปรเจตนา

ผู้ที่ปรารถนากุศลชนิดเยี่ยมยอดนั้น ในขณะมุญจเจตนานอกจากจะต้องมิให้อกุศลมาแผ้วพานแล้วยังต้องมีปัญญาประกอบกับการกระทำ จึงจะเป็นกุศลประเภทไตรเหตุ และในขณะอปรเจตนาคือระลึกถึงกุศลที่ตนเองได้ทำไปแล้วนั้น ก็จะต้องมีความเบิกบานใจมีศรัทธาและปัญญาเข้ามาประกอบในขณะนั้นด้วยจึงจะเป็นกุศลประเภทอุกกัฏฐะหรือกุศลชั้นสูง รวมการกระทำทั้งสองกาลจึงจะได้กุศลที่เรียกว่า ติเหตุกอุกกัฏฐุกกัฏฐกุศล

เหตุที่บุพพเจตนาไม่มีส่วนเป็นเงื่อนไขกำหนดชั้นของกุศลนั้นก็เพราะว่า บุพพเจตนาเป็นเพียงการตั้งความปรารถนาที่ยังไม่ได้ลงมือกระทำ อาจเปลี่ยนแปลงไปมาได้เรื่อยๆ จะวางแผนให้ยิ่งใหญ่เพียงใดก็เป็นเพียงการนึกคิดในเบื้องต้นเท่านั้น

แต่มุญจเจตนา จะต้องอาศัยความหาญกล้าในการทำกุศล ละคลายความตระหนี่หวงแหนและความโง่เขลาออกไปได้ในระดับหนึ่ง และอปรเจตนาก็เป็นส่วนที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะจิตนั้นเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ที่เข้ามาอยู่เสมอโดยเฉพาะอารมณ์ที่มีความต้องการรับมากกว่าการสละออก

โดย เทพธรรม [15 ส.ค. 2559 , 11:19:08 น.] ( IP = 61.90.82.123 : : )


  สลักธรรม 3

อปรเจตนานี้อรรถกถาจารย์ท่านได้แบ่งออกไปอีกเป็น อปราปรเจตนา คือ เจตนาที่ขึ้นในภายหลังอปรเจตนาไปแล้ว และเงื่อนไขสำคัญของการจำแนกกุศลเป็นชั้นสูงและชั้นต่ำนี้ ก็อาศัยอปรเจตนา และอปราปรเจตนาเป็นสำคัญ ถ้าอปรเจตนาดี และอปราปรเจตนาดี ก็จัดเป็น อุกกัฏฐุกกัฏฐะ

ความรู้ในส่วนนี้สามารถนำไปก่อประโยชน์ให้ผู้อื่นได้ เช่น เราอาจใช้วาจากระตุ้นเตือนบุคคลผู้ใกล้ชิดให้ระลึกถึงกุศลที่เคยทำไว้ได้ เพื่อเพิ่มกำลังกุศลของเขาให้ยิ่งขึ้นไป

นอกจากนี้ ในขณะมุญจเจตนา ยังมีข้อปลีกย่อยที่ส่งผลถึงจริตในภพชาติต่อๆไปของแต่ละคนอีกด้วย เช่น ผู้ที่กระทำกุศลกรรมนั้นหากมีการกระทำที่เรียกว่า มีกิเลสล้อมหน้าล้อมหลัง ก็จะส่งผลให้เป็นบุคคลที่มีจริตพื้นสันดานที่แตกต่างกันไป เช่น ผู้ที่ชอบประดิดประดอยก็จะกลายเป็นบุคคลราคจริต ผู้ที่ชอบสนุกสนานเฮฮาก็จะเป็นบุคคลวิตกจริต เป็นต้น

หลายท่านอาจเคยพบกับอุปสรรคในขณะที่กำลังกระทำกุศล เช่น ขณะที่กำลังตั้งเจตนากระทำทาน หรือกระทำกุศลบางอย่าง ก็จะมีบุคคลมารบกวนหรือซักถามในสิ่งที่ไม่เป็นกุศล ทำให้การงานนั้นหยุดชะงัก หรือต้องตั้งเจตนาซ้ำใหม่ บางครั้งมีความรู้สึกไม่พอใจ บางครั้งมีความรู้สึกพอใจ และละทิ้งการกระทำกุศลนั้นทันที

แต่หากพิจารณาสถานการณ์เช่นนั้นแล้วก็จะทำให้รู้ว่าเป็นการสูญเสียโอกาสที่ดีทั้งยังเป็นนำไปสู่จริตที่ไม่สมควร ทั้งยังเป็นข้อเตือนใจตนเองที่จะไม่กระทำเยี่ยงนั้นกับผู้อื่นให้กุศลของเขาต้องเสียหายไป

นี่เป็นบางมุมในทฤษฎีที่หลายคนอาจมองผ่านไปไม่อาจนำมาประยุต์ใช้กับชีวิตตนได้อย่างน่าเสียดาย



โดย เทพธรรม [15 ส.ค. 2559 , 11:21:03 น.] ( IP = 61.90.82.123 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org