| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ส่งท้ายปีเก่ากับอาจารย์บุษกร
สลักธรรม 1
ฟังแล้ว ...พวกเรา(ผู้มีปัญญาน้อย) ก็ยังไม่กระจ่างซักเท่าไร หากท่านอาจารย์ไม่เฉลยว่า
"ผู้ที่ช่างฝัน เพ้อฝัน ได้แก่ผู้ที่มองออกไปภายนอก"
...คนบางคนชอบที่จะมองบุคคลอื่น ว่าเขาเป็นอย่างโน้น เขามีอย่างนี้ ถ้าเราเป็นเขา เราจะทำอย่างนี้ ถ้าเรามีอย่างเขาก็ดี เราจะได้.....อย่างโน้นอย่างนี้ ซึ่งทั้งหมดล้วนไม่ใช่ความจริง
ผู้ที่เรียนอภิธรรมต้องรู้ว่า ขณะนั้นความฟุ้งซ่านซึ่งเป็นอกุศลได้เกิดขึ้นแล้ว หรือการเห็นอะไร เห็นใครทำไม่ดี แล้วคิดตำหนิ ก็เป็นอกุศลจิต(โทสะ)ที่เกิดกับตนเองแล้ว หรือแม้เต่การมองธรรมชาติรอบตัวเกิดความพอใจ ก็ยังเป็นกิเลสอยู่ดี
แต่สำหรับ ผู้ที่มองเข้ามาภายในใจตัวเองนั้น เป็นผู้ตื่น เพราะผู้ที่มองมาภายในตนเองนั้น ย่อมมีโอกาสรู้ว่าขณะนั้นมีอะไรเกิดขึ้น โดยเฉพาะการปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนานั้น หัวใจสำคัญคือ สติ ความระลึกรู้สึกตัวว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับตนเองในขณะปัจจุบันนั้น จะทำให้บุคคลผู้นั้นเป็นผู้รู้(ความจริง) เป็นผู้ตื่นอยู่กับสิ่งที่เป็นจริง เพื่อที่จะเป็นผู้เบิกบาน ได้ในที่สุด โดย วยุรี [24 ธ.ค. 2549 , 13:28:29 น.] ( IP = 58.9.96.243 : : )
สลักธรรม 2
ท่านสอนว่า.... ให้เราหัดทำในสิ่งที่ยาก ตอนที่สิ่งนั้นยังง่ายอยู่
ท่านอาจารย์ยกตัวอย่างลูกศิษย์บางคนอยากเรียนปริเฉทที่ ๘ อยากเรียนเรื่องมหาปัฏฐาน ซึ่งเป็นคัมภีร์สุดท้ายของพระอภิธรรม นับว่าเป็นคัมภีร์ที่ยากที่สุด แต่อย่าลืมว่าท่านพระอนุรุทธาจารย์ได้นำพระอภิธรรมทั้งหมดมาเรียบเรียงให้ง่ายขึ้น โดยแยกเป็น ๙ ปริเฉท เริ่มจากเรื่องที่ง่ายและใกล้ตัวก่อน คือปริเฉทที่ ๑ จิต ฉะนั้นขณะที่เราเรียนปริเฉทที่ ๑ เท่ากับเรากำลังหัดทำในสิ่งที่ยาก ตอนที่สิ่งนั้นยังง่ายอยู่ แล้วไล่ไปปริเฉทที่ ๒...๓ ตามลำดับจนในที่สุดก็ถึงปริเฉท ๘ ที่ยากได้ในที่สุด
หรือยกตัวอย่างที่เห็นกันในวันนี้....
ตามลำพังเราคนเดียว จะมาปล่อยปลา ๔ หลังนับเป็นพันๆ ตัวอย่างวันนี้ คือได้ว่าเป็นสิ่งที่ยาก แต่ถึงอย่างไรเราก็มาปล่อยได้ในวันนี้ด้วยการทำในสิ่งที่ยังง่ายอยู่ คือเพียงแค่ทุกคนเสียสละเวลาส่วนตัว แทนที่จะรีบกลับบ้าน ก็เดินขึ้นรถมูลนิธิ รถของเพื่อนๆ ที่กำลังจะมาปล่อยปลาซึ่งปลาจำนวนมากมายขนาดนี้ เราก็ไม่ต้องไปซื้อเอง นี่ก็เป็นการทำในสิ่งที่ยาก ตอนที่สิ่งนั้นยังง่ายอยู่ โดย วยุรี [24 ธ.ค. 2549 , 14:02:58 น.] ( IP = 58.9.94.119 : : )
สลักธรรม 3
ส่วน จงทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ในขณะที่สิ่งนั้นยังเล็กน้อยอยู่
สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีอยู่เพียงประการเดียวเท่านั้น คือ พระนิพพาน ซึ่งกว่าจะได้มานั้นต้องผ่านวิสุทธิ ๗ และญาณ ๑๖
เมื่อสามารถทำสิ่งที่เล็กน้อยเช่นนี้ก็จะเป็นหนทางให้รูปและนามที่ปรากฏชัดนั้นแสดงออกถึงลวดลายของไตรลักษณ์ เป็นการนำสู่วิปัสสนาปัญญา คือ ญาณ ๑๖ และวิสุทธิ ๗ จนสามารถถึงพระนิพพานได้ในที่สุด การกระทำตั้งแต่เริ่มต้นเช่นนี้ได้ ถือว่าเรากำลังทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ในขณะที่สิ่งนั้นยังเล็กน้อยอยู่ โดย วยุรี [24 ธ.ค. 2549 , 14:03:43 น.] ( IP = 58.9.94.119 : : )
สลักธรรม 4
การที่หลวงพ่อบอกว่า เพราะสิ่งต่างๆ ในโลกนี้ ล้วนแต่เคยเป็นสิ่งที่ง่ายมาแล้ว
ให้ทุกคนนึกถึงเด็กเล็กๆ ซึ่งเราเองก็เคยผ่านวันนั้นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกิน การแต่งตัว
กล้วยบดที่แม้ป้อนให้ เด็กเล็กๆ ก็กินได้ จะแต่งตัวอย่างไร สีอะไร ก็ได้ ล้วนเป็นสิ่งที่ง่ายกันมาก่อนทั้งสิ้น แต่เมื่อโตขึ้น กิเลสก็มากขึ้น วิปลาสก็มากตาม จะกินก็เลือกอย่างโน้นอย่างนี้ จะใส่เสื้อผ้าก็ต้องเลือกให้เข้ากัน ทำให้อยู่ยากกว่าเดิม ทั้งที่ก่อนหน้านี้สิ่งเหล่านี้ยังเป็นของง่ายอยู่
โดย วยุรี [24 ธ.ค. 2549 , 14:04:29 น.] ( IP = 58.9.94.119 : : )
สลักธรรม 5
เช่นเดียวกัน...สิ่งต่างๆ ที่ยิ่งใหญ่ในโลกนี้ ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เล็กน้อยมาแล้วทั้งสิ้น
อย่างเช่นพระอรหันต์ กว่าท่านจะวางทุกสิ่งทุกอย่างได้หมด หมดจดจากกิเลสได้นั้น ท่านก็เริ่มมาจากสิ่งที่เล็กๆ น้อยๆ คือคำพูดที่ว่า ไม่เอา ไม่เป็นไร จนสามารถวางใจได้ในที่สุด
หรืออย่างที่เราเรียนรู้กันมาว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กว่าจะมาตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณนั้น ท่านต้องบำเพ็ญเพียรนานถึง ๔ อสงไขยกำไรแสนมหากัป เราก็รู้สึกว่าสิ่งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่แท้ที่จริงนั้น กว่าจะถึงวันนั้น พระองค์ท่านสร้างบารมีถึง ๓๐ ทัศ แล้วก็ไม่ได้สร้างพร้อมกันในชาติเดียว แต่สร้างนานนับเป็นอสงไขยทีเดียว
เช่นนี้นับได้ว่าจากสิ่งที่เล็กน้อย เมื่อสร้างสมมากเข้าๆ ก็จะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในโลกได้ โดย วยุรี [24 ธ.ค. 2549 , 14:08:02 น.] ( IP = 58.9.94.119 : : )
สลักธรรม 6
หลวงพ่อจึงสรุปท้ายให้กับพวกเราว่า...
...การเดินทางนับพันไมล์ ก็เริ่มด้วยก้าวเดียวเช่นกัน...
นับเป็นกำลังใจให้กับพวกเราที่ยังไม่รู้ว่า หนทางเดินข้างหน้านั้นจะมีกี่ล้านพันไมล์ ซึ่งอย่างไรก็เริ่มด้วย ก้าวเดียวเช่นกัน
ทำให้นึกถึงที่หลวงพ่อบอกพวกเราว่า ให้เริ่มต้นทุกวัน และต้องไม่ลืมคติที่หลวงพ่อให้เราท่องว่า จริงซะอย่างเดียว ย่อมสำเร็จทุกอย่าง
ฉะนั้น หากเราเริ่มต้น ก้าวเดียว ๆ ทุกๆ วัน ชีวิตเราก็จะไม่ย่ำอยู่กับที่ ถึงจะกี่ล้านพันไมล์ก็คงจะเข้าถึงเส้นชัยได้ในสักวัน
ท่านอาจารย์จึงให้ชื่อเรื่องนี้ว่า ร้อยพันไมล์ด้วยใจที่ศรัทธา โดย วยุรี [24 ธ.ค. 2549 , 14:08:42 น.] ( IP = 58.9.94.119 : : )
สลักธรรม 7
เรื่องนี้ วันนั้นไม่ได้รับฟังเฉพาะลูกศิษย์ที่มามูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิเท่านั้น แต่ยังมีลูกศิษย์ทั้งต่างแดน (ญี่ปุ่น) และต่างจังหวัด (พิจิตร) คือ น้องโด่ง และคุณศิษฎ์รับฟังไปพร้อมๆ กับพวกเราด้วย
จากนั้นท่านอาจารย์ก็นำพวกเราปล่อยปลา เป็นการทำกุศลส่งท้ายปีเก่า และท่านอาจารย์ฝากคำถามมาให้พวกเราได้คิด เพื่อเป็นการต้อนรับปีใหม่ (ขอเชิญชวนให้พวกเราตอบคำถามผ่านมาในลานธรรมนี้ได้) คือ
๑. จะเอาอะไรกับชีวิตกันหนักหนา
๒. มีอะไรติดตามเรามาบ้างในปีนี้ นอกจาก ความทรงจำ และจำอะไรมากันบ้าง แล้วมีประโยชน์ไหม
๓. มีอะไรที่เราต้องควรเลิกทำเสียทีในปีนี้ เพราะนอกจากจะไม่เป็นประโยชน์แล้ว ยังเป็นเพราะเราแก่แล้วด้วย
![]()
โดย วยุรี [24 ธ.ค. 2549 , 14:09:45 น.] ( IP = 58.9.94.119 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |