พระราชปุจฉาธรรมของพระภูมิพโลภิกขุ
เมื่อครั้นพระพรหมมุนีขึ้นถวายบทความธรรมะ เรื่อง การใช้ปัญญา จบแล้วพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนทนาธรรมกับพระพรหมมุนี เรื่องสัจจะและเรื่องสังขาร
พระราชปุจฉา(คำถาม) ขณะที่ทรงพระผนวชอยู่นี้ เรียกกันว่า พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยที่ทรงดำรงฐานะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยังมีอยู่ เป็นเพียงแต่ทรงจีวรเช่นภิกษุเท่านั้น ขอความเห็นจากพระพรหมมุนี
พระพรหมมุนี ถวายวิสัชนาว่า เรื่องนี้ทางธรรมะเรียกว่า สมมติซ้อนสมมติ สัจจะซ้อนสัจจะ ความเป็นพระเจ้าแผ่นดินก็เป็นสมมติอย่างหนึ่ง เรียกว่า สมมติเทพ ความเป็นภิกษุก็เป็นสมมติอีกอย่างหนึ่ง ซ้อนขึ้นในสมมติเทพนั้น ในการเช่นนี้ ผู้ปฏิบัติต้องปฏิบัติให้เหมาะสมกับสมมตินั้น ๆ เช่น เมื่อได้รับสมมติเป็นพระภิกษุแล้วก็ต้องปฏิบัติตามสิกขาบทของพระภิกษุโดยเคร่งครัด จักปฏิบัติแต่หน้าที่สมมติเทพอย่างเดียวไม่ได้ แต่ถ้าหน้าที่ของสมมติเทพไม่ขัดกับสิกขาบทวินัยก็อาศัยได้ เช่น
คำที่เรียกว่า เสวย สรง "บรรทม เป็นต้น ยังใช้ได้
สัจจะ คือความจริงนั้น ตามที่ท่านอธิบายกันมีหลายอย่าง แต่เมื่อกล่าวโดยหลักธรรมก็มี 2 อย่าง คือ
1. สมมติสัจจะ จริงโดยสมมติยกย่องขึ้น ให้เป็นอย่างนั้นให้เป็นอย่าฆนี้ เช่น สมมติใษ้เป็นเทวดา สมมติให้เปในพระอินทร์ พระพรหม ผู้น้นก็เป็นตามเขาสมมติเพียงแต่ชื่อ แต่ไภ่ได้เป็นจริงไปเช่นนั้นด้วย เช่น เขาสมมติให้เป็นพระอินทร์ ชื่อพระอินทร์ก็มีอยู่แก่ผู้นั้น แต่ผู้นัแนไม่ใช่พระอินทร์ตัวเขียวไปด้ฦย เขาสมมติให้เป็นพระนาระยณ์ชื่อพระนารายณ์ก็มีอยู่แก่ผู้นั้น แต่ผู้นั้นก็หาได้เป็นพระนารายณ์ตัวจริงมี 4 กรไม่
2. สภาวะสัจจะ จริงตามสภาวะเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เน็นดินก็เป็นดินจริง ๆ เป็นน้ำก็เป็นน้ำจริง เป็นทุกข์ก็เป็นทุกข์จริง เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ก็เป็นเหตุให้เกิดทุกข์จริง เป็นความดับทุกข์ก็เป็นความดับทุกข์จริง เป็นทางให้ถึงความดับทุกข์ก็เป็นทางให้ถึงความดับทุกข์จริง อย่างนี้เป็นจริงตามสภาวะ
ท่านเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปรมัตถสัจจะ เมื่อพิจารณาดูแล้วเป็นชั้นของสัจจะไปแล้ว ไม่ใช่ตัวสัจจะ เพราะปรมัตถสัจจะแยกออกเป็นปรมะ แปลว่า อย่างยิ่ง อัตถะ แปลว่า ประโยชน์ สัจจะ แปลว่า ความจริง รวมกันแปลว่า ความจริงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เมื่อมีความจริงที่เป็นประโยชน์ก็มี จังได้ชั้นดังนี้
1. ปรมัตถสัจจะ ความจริงที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
2. อัตถสัจจะ ความจริงที่เป็นประโยชน์อย่างสามัญ
3. อนัตถสัจจะ ความจริงที่ไม่เป็นประโยชน์
|