มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๖)






สสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา เล่ม ๒ (๖๓)
โดย ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

นิพพาน


เมื่อผู้ใดกล่าวถึงคำว่า "นิพพาน" บุคคลส่วนใหญ่ต่างก็พากันพิศวงสงสัย บางท่านกล่าวว่า พูดไปอย่างไรก็เข้าถึงไม่ได้ การพูดเช่นนี้เป็นการปิดประตูเสียมิดชิด ไม่ให้คิด ไม่ให้พิจารณา บางท่านก็ตีความเอาง่ายๆ โดยตัดสินไปตามความคิดเห็นของตนเองทั้งๆ ที่ยังมิได้ศึกษาเล่าเรียนจริงจังอะไรเลย เช่น เอาความว่างมาเป็นนิพพาน หรือเอาจิตที่เข้าจับความว่างเป็นนิพพานไปเสีย

ผู้ที่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมีความเข้าใจ แม้จะพูดให้ปรากฏเป็นความจริงโดยยกเอาขึ้นมาให้ดูให้มารู้เห็นไม่ได้ แต่ก็มีคำอธิบายแวดล้อมหลายแง่หลายมุมจนผู้ศึกษาหายสงสัยได้ มีหรือเรื่องที่สำคัญที่สุดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง พระองค์จะไม่บรรยายโดยยกสภาวธรรมต่างๆ ขึ้นมาวางเอาไว้พร้อมทั้งตัวเลขที่ควบคุม เพื่อมิให้ผู้ศึกษาไถลออกไปนอกทางได้

ก็เหมือนกับเรื่องผีสางเทวดาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเอาไว้ทั่วไปในพระไตรปิฎก ผู้ที่ศึกษาเข้าถึงความลึกซึ้งไม่ได้ ก็ว่าเป็นเรื่องเหลวไหลเป็นนิยายที่เขาแต่งขึ้นมา เพื่อให้อ่านกันเล่น เป็นของศาสนาพราหมณ์ เป็นเรื่องของคนโบราณที่ล้าสมัยเชื่อถือไม่ได้ และอะไรๆ ที่สรรหามาว่าให้บังกิดความสียหาย แต่ตัวเองก็พูดได้แต่ศีลธรรมจรรยา และสมาธิขั้นต้นๆ เท่านั้น

แต่เมื่อได้ศึกษาพระอภิธรรมปิฎก ซึ่งเป็นปิฎกที่เป็นวิชาวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจลึกซึ้งอย่างยิ่งแล้วก็ทราบว่า ผู้ที่ช่างตำหนิติเตียนทั้งหลายเหล่านั้น ไม่มีปัญญาในปัญหาของชีวิตจิตใจเอาเสียเลย เอาความคิดเห็นแบบปุถุชนผู้หนาไปด้วยกิเลสที่ตื้นๆ เปินๆ ของตนเองออกมา ก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่จะเข้าถึงความจริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ไม่ได้

เราก็ควรให้อภัยในความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเขา ยกเว้นอยู่ผู้เดียวเท่านั้นคือ บุคคลผู้ดื้อรั้น คิดว่าตนเองนั้นเฉลียวฉลาดมีความรู้มีความสามารถมาก แล้วบังอาจชี้ว่า ผีสางเทวดานั้นไม่มี โดยยกเอาความคิดตื้นๆ ของตนเข้ามาหักล้างทำลายคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้เสียหาย แล้วยังขบายความเสียหายนี้ให้กระจายออกไปกว้างขวาง

โดย พี่เณร...นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ธ.ค. 2549 , 08:43:44 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

บางท่านศึกษาเข้าไปไม่ไหว ขึงชี้เอาง่ายๆ ว่าพระอภิธรรมนั้นไม่ใช่พุทธพจน์ นักปราชญ์เขาแต่งขึ้นมาภายหลัง และบางท่านที่ว่านี้เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาเสียด้วย

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องของชีวิตจิตใจเอาไว้แล้ว แม้จะลึกซึ้งหรือเร้นลับมหัศจรรย์ประการใด มีหรือพระองค์จะไม่ให้เหตุผลและข้อเท็จจริงพร้อมทั้งบทพิสูจน์เอาไว้ด้วย มีหรือที่พระองค์ผู้ซึ่งเป็นสัพพัญญูจะขอให้แต่เชื่อ แล้วก็ให้เชื่อไปโดยปราศจากเหตุผล

เรื่องสสารและพลังงานในพระพุทธศาสนาที่ได้เสนอต่อท่านไปแล้ว ตั้งแต่ต้นมาก็จะเห็นได้ว่าไม่มีผู้ใดสามารถที่จะแต่งขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการชั้นไหนๆ ก็ตาม ผู้ที่ได้ติดตามมาตั้งแต่ต้นก็คงจะพอมองเห็นได้ แต่เรื่องทั้งหมดดังที่ได้แสดงมาแล้วนั้น เป็นการแสดงโดยย่อพอให้เป็นหนทาง

สำหรับเรื่องของพระนิพพานอันเป็นเรื่องสุดท้ายของปริจเฉทที่ ๖ ก็เหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นเรื่องลึกซึ้งเข้าไปถึงได้ยากยิ่งก็จริง แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้วางหลักการ และวิธีอธิบายแวดล้อมจนพอที่จะทำความเข้าใจได้ ผู้ที่ตั้งใจศึกษาก็จะค่อยๆ คลายความสงสัยลงไปเรื่อยๆ


โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ธ.ค. 2549 , 08:45:22 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2

วจนัตถะของนิพพาน


พระนิพพานนั้นมีความหมายหลายนัย ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า พระนิพพานไม่ใช่เป็นสิ่งใด ที่บรรดาประชาชนทั้งหลายต่างก็มีก็เป็นได้ หรือได้ประสบพบเห็นมา พอพูดออกไปก็พากันเข้าใจ ดังนั้น ท่านจึงแสดงเอาไว้หลายนัย เพื่อว่าจะได้ช่วยทำความเข้าใจให้ง่ายยื่งขึ้น

กล่าวโดยทั่วไป หรือกล่าวอย่างธรรมดาสามัญก็ว่า พระนิพพานนั้นเป็นที่ดับสนิทแห่งตัณหา ซึ่งมุ่งหมายว่า เมื่อตัณหาดับหมดสิ้นแล้ว ชีวิตก็ไม่อาจจะเกิดขึ้นมาได้อีกเลย

ในธัมมสังคณี อธิบายไว้ว่า "นิพพาน" นั้น มาจากคำว่า นิ แปลว่า พ้นจาก, วานะ แปลว่า ตัณหา ด้วยเหตุดังนี้เอง นิพพาน จึงแปลว่า ธรรมที่พ้นจากตัณหา

ในอภิธรรมมัตถสังคหบาลี แสดงว่า วาน สงฺขตาย ตณฺหาย นิกฺขนฺตตฺตา นิพฺพานํ แปลว่า ธรรมชาติที่พ้นจากตัณหาเครื่องร้อยรัดนั้น เรียกว่า นิพพาน

ในปรมัตถทีปนีฎีกา แสดงว่า นตฺถิ วานํ เอตฺถาติ นิพฺพานํ แปลว่า ธรรมชาติของสันติที่เกิดโดยพ้นจากตัณหานั้น เรียกว่า นิพพาน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ธ.ค. 2549 , 08:46:25 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3

ตามหลักฐานที่ได้แสดงมาทั้งหมดก็จะเห็นว่า พระนิพพานนั้น เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้พ้นจากตัณหา แต่ตัณหาคืออะไร และตัณหาทำให้เกิดอะไร

ตามที่ได้แสดงมาแล้วว่า ตัณหานั้นก็ได้แก่ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ ทั้ง ๖ ทวาร องค์ธรรมได้แก่ โลภะเจตสิก ที่เกิดอยู่ในโลภะมูลจิตทั้ง ๘ นั่นเอง

ตามที่ได้แสดงมาแล้วว่า โลภะหรือตัณหานั้น เป็นสมุทัยอันเป็นตัวต้นเหตุของทุกข์ ที่ว่าเป็นต้นเหตุของทุกข์ก็เพราะมันเป็นตัวการที่ทำให้เกิดในชาติใหม่ เมื่ออำนาจของตัณหาเป็นตัวการทำให้ชีวิตต้องเกิดขึ้นมาในชาติใหม่ ดังนั้น มันจึงเป็นตัวการทำให้เกิดความทุกข์ เพราะเม่อมีชีวิตขึ้นมาแล้ว ก็ย่อมจะต้องแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตอยู่ตลอดเวลา

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ธ.ค. 2549 , 08:47:14 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4

ด้วยเหตุดังนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้สอนให้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อปลูกสร้างปัญญาให้เกิดขึ้น เพื่อทำลายตัณหาอันเป็นตัวการทำให้ต้องเกิดใหม่ เมื่อไม่ต้องเกิดใหม่ หรือชีวิตจิตใจไม่มีเสียแล้ว จะเอาความทุกข์มาแต่ไหน

เมื่อผู้ปฏิบัติได้ปฏิบัติไปตามหนทางเดินที่พระองค์ได้แสดงเอาไว้แล้ว ญาณปัญญาก็จะเกิดขึ้นมาเป็นขั้นๆ ไป ผู้ที่ปฏิบัติได้ญาณปัญญาปรากฏขันธ์ ๕ รูปนาม เป็นอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ตั้งแต่ต้นเป็นลำดับไป อันเป็นญาณปัญญาโลกีย์ แล้วต่อจากนี้ผู้ปฏิบัติก็จะก้าวขึ้นสู่ญาณโลกุตตระ และในขณะนี้ก็มีนิพพานเป็นอารมณ์ เรียกว่า มรรคจิต ซึ่งมีเจตสิกร่วมกันทำการประหาณกิเลสให้เป็นสมุจเฉทถึง ๓๖ ดวง และขณะนี้มีมรรคจิตเกิดทำงานพร้อมกันทั้ง ๘ ดวง เป็นหัวหน้า

พระนิพพานนั้นเป็นอารมณ์ มิได้เป็นบ้าน เป็นเมือง หรือสิ่งใด ไม่ปรากฏในสายตา หรือในความนึกคิดของผู้ใด แต่ถ้าทำให้ถึงก็ปรากฏได้ และเมื่อปรากฏแล้วขณะใด ในขณะนั้น(มรรคจิต) ก็จะประหาณกิเลสให้ออกไปจากจิตใจ จนเป็นสมุจเฉทได้ และก็ได้จำนวนมากน้อยตามลำดับ เช่น โสดาปัตติมรรค อนาคามิมรรค เป็นต้น


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ธ.ค. 2549 , 08:48:11 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5

คำว่า "นิพพาน" เป็นคำที่จำเป็นจะต้องศึกษาให้เข้าใจ จะได้ไม่หลงเข้าใจผิดไป

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ธ.ค. 2549 , 22:04:26 น.] ( IP = 58.8.45.105 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org