มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หลักการพัฒนาตน (๔)






หลักการพัฒนาตน (๔)
โดย พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเดโช)


ตอนที่ผ่านมา


ตอนที่๔ พัฒนาด้านการควบคุมตนเอง

คุณค่าของการควบคุมตนเอง

การที่สังคมทั่ว ๆ ไปวุ่นวาย ยุ่งเหยิง ไม่มีระเบียบ ขาดความเรียบร้อย ไม่น่าดู ไม่น่าอยู่นั้น ส่วนหนึ่งสาเหตุมาจากบุคคลในสังคมขาดการควบคุมตัวเอง ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่สังคมวางไว้บ้าง ไม่สามารถระงับใจระงับอารมณ์ของตนบ้าง ขาดความยั้งคิดบ้าง เหล่านี้ทําให้สังคมส่วนมากเป็นสังคมพิการอย่างที่เห็น ๆ กันอยู่ เพราะฉะนั้น หากจะพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพ มีระเบียบมีความน่าดูและน่าอยู่แล้ว เบื้องต้นจําต้องเริ่มพัฒนาตัวบุคคลให้รู้จักควบคุมตนเองได้ก่อน แล้วสิ่งเลวร้ายอันไม่พึงปรารถนาจะหมดไปเอง

จริงอยู่ เด็ก ๆ หรือคนป่วยไม่อาจจะควบคุมตัวเองได้ จะต้องอาศัยพี่เลี้ยงหรือพยาบาลคอยควบคุมดูแล แต่การดูแลนั้นก็เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อเด็กเติบโตแล้วหรือการป่วยหายดีแล้วก็เป็นหน้าที่ของตัวเองต่อไปและผู้อื่นนั้น ก็สามารถจะควบคุมดูแลได้ก็เฉพาะร่างกายเท่านั้น ส่วนจิตใจและอารมณ์นั้นผู้อื่นไม่อาจจะควบคุมได้ดีกว่าตัวเอง อย่างดีก็เพียงเตือนสติเตือนใจในบางคราวเท่านั้น

การควบคุมเอง ซึ่งในที่นี้หมายถึงการควบคุมจิตใจตนเอง จึงเป็นหน้าที่ของตัวเองโดยเฉพาะในพระพุทธศาสนาได้เสนอแนะหลักธรรมสําหรับพัฒนาบุคคลให้มีการควบคุมตนเองไว้หลายประการด้วยกัน คือ

โดย ทวีพร [2 ม.ค. 2550 , 19:04:50 น.] ( IP = 58.9.97.218 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

๑. หลักศีลหรือวินัย

ศีล มีความหมายหลายนัยหลายระดับคือ

ศีล คือ เจตนา หรือความตั้งใจในอันที่จะประพฤติปฏิบัติในทางดี ในสิ่งที่ดีอันเป็นประโยชน์แก่ตนเองโดยงดเว้นจากปาณาติบาต เป็นต้น (เจตนา สีลํ)

ศีล คือ คุณธรรมที่เกิดขึ้นในใจอันที่จะไม่เพ่งเล็งเพราะอยากได้ ไม่พยาบาทปองร้ายเขา และมีความเห็นถูกต้องตามคลองธรรม (เจตสิกํ สีลํ)

ศีล คือ ความสํ ารวมระวังคอยป้องกั้นหลีกเว้นมิให้ความชั่วเกิดขึ้นในตน (สัวโร สีลํ)

ศีล คือ ความคิดไม่ล่วงละเมิดระเบียบกฎเกณฑ์ หรือวินัยของหมู่ที่กําหนดวางไว้เป็นหลักปฏิบัติกันในหมู่นั้น และไม่ล่วงละเมิดในอธิปไตยในความเป็นเจ้าของของผู้อื่นคือไม่คิดเบียดเบียนผู้อื่น (อวีติกกโม สีลํ)

โดย ทวีพร [2 ม.ค. 2550 , 19:05:25 น.] ( IP = 58.9.97.218 : : )


  สลักธรรม 2

โดยนัยนี้อาจกล่าวรวม ๆ ได้ว่า ศีล คือเจตนาที่จะละเว้นความชั่วอย่างนั้น ๆ จนถึงประพฤติดีงามที่ตรงข้ามกับความชั่วนั้น ๆ โดยความสํารวม ระวัง ควบคุม บังคับกิริยาอาการทางกาย เป็นต้น ให้เป็นปกติธรรมดา ไม่ล่วงละเมิดข้อระเบียบต่าง ๆ ตามที่ใจปรารถนาและไม่เบียดเบียนผู้อื่น

วินัยคือ กฎหรือระเบียบสํ าหรับฝึกกาย วาจา ใจ ป้องกันกีดกันมิให้ล่วงละเมิดศีลหรือล่วงละเมิดกุศลกรรม เป็นแบบแผนหรือข้อบังคับที่บัญญัติไว้ หรือกําหนดไว้สําหรับกํากับความประพฤติของสมาชิกในหมู่คณะ โดยสอดคล้องกับความคิดเห็น หรือความยอมรับของหมู่คณะนั้นโดยเฉพาะ เมื่อผู้ใดล่วงละเมิดย่อมมีความผิดตามอาณาของหมู่และได้รับโทษตามที่กําหนดกันขึ้นไว้

ดังนั้น วินัยตามนัยที่กล่าวนี้ก็คือส่วนหนึ่งของศีล หรือพูดอีกแง่หนึ่งก็คือ วินัยจัดเป็นศีลด้วยอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้น หากอธิบายว่าศีลก็คือวินัย วินัยก็คือศีล ย่อมมีส่วนถูกต้องทีเดียว แต่แท้จริงแล้วมีความหมายกว้างกว่าวินัยมาก

ในทางปฏิบัติ บุคคลผู้ฝึกอบรมตนในทางความประพฤติดีงาม ไม่ล่วงละเมิดในระเบียบข้อห้ามต่าง ๆ ทั้งที่เป็นศีลและวินัยได้จัดว่าเป็นผู้ศึกษาสําเหนียกในวินัยดีแล้ว ย่อมสามารถจะควบคุมประพฤติกรรมคือ การแสดงออกทางกาย ทางวาจาให้อยู่ในกรอบระเบียบวินัย ควบคุมใจมิให้ฟุ้งซ่าน สามารถควบคุมความคิดให้อยู่ในทางที่ถูกต้องได้ นั่นก็คือสามารถจะควบคุมตัวเองได้นั่นเอง เพราะว่าในการปฏิบัติตามศีลไม่ล่วงละเมิดวินัยนั้นเป็นการควบคุมตัวเองอยู่ในตัวแล้ว

โดย ทวีพร [2 ม.ค. 2550 , 19:05:53 น.] ( IP = 58.9.97.218 : : )


  สลักธรรม 3

อนึ่งในข้อนี้ท่านวางหลักเป็นแนวปฏิบัติไว้เรียกว่า ปาริสุทธิศีล มี ๔ ประการ คือ

๑. ปาติโมกขสังวร สํารวมในพระปาติโมกข์ เว้นข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ทําตามข้อที่ทรงอนุญาต

๒. อินทรียสังวร สํารวมอินทรีย์ ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ยินดียินร้ายในเวลาที่เห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้อง โผฏฐัพพะ รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจ

๓. อาชีวปาริสุทธิ เลี้ยงชีวิตโดยทางที่ชอบ ไม่หลอกลวงเขาเลี้ยงชีวิต

๔. ปัจจยปัจจเวกขณะ พิจารณาเสียก่อน จึงบริโภคปัจจัย ๔ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และเภสัช ไม่บริโภคด้วยตัณหา

โดย ทวีพร [2 ม.ค. 2550 , 19:06:23 น.] ( IP = 58.9.97.218 : : )


  สลักธรรม 4

ตามหลักที่ท่านวางแนวปฏิบัติโดยมุ่งไปที่บรรพชิต หากจะน้อมมาเป็นแนวปฏิบัติสําหรับบุคคลเพื่อฝึกให้สามารถควบคุมตัวเองได้ ก็สามารถทําได้ดังนี้

๑. ฝึกให้เป็นคนมีสติระวังตัว ไม่ทําผิดกฎหมาย กฎระเบียบของหมู่คณะ ไม่เป็นคนเอาแต่ใจตัวเองและไม่มักง่าย เพราะจะทำให้ลืมตัวทําผิดระเบียบได้ง่าย

๒. ฝึกให้เป็นคนมีสติระวังตัว มิให้ตกเป็นทาสของสิ่งที่ผ่านทางประสาท ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางสัมผัส และทางความนึกคิดจนเกินไป เพราะหากควบคุมใจมิได้ ก็ย่อมจะหลงระเริง แล้วทําผิดได้ง่าย

๓. ฝึกให้เป็นคนไม่เห็นแก่ปากท้อง เห็นแก่ได้จนเกินขอบเขต ฝึกหากินในทางสุจริต และซื่อสัตย์ในอาชีพของตนเสมอ

๔. ฝึกให้เป็นคนมีสติระวังในเรื่องการบริโภคปัจจัย ๔ ไม่ผลีผลามบริโภค ใช้สอยด้วยความระมัดระวังมีสติยั้งคิดเสมอ เพราะผู้ขาดสติลืมตัวมักตกเป็นทาสของปัจจัย ๔ เหล่านั้น จะขาดความพอดีทั้งในการหาทั้งในการรักษา และในการใช้สอย บุคคลผู้มีศีลวินัยดี จะสามารถควบคุมตัวเองได้ และได้ชื่อว่าได้พัฒนาตัวเองในเรื่องนี้แล้วด้วยประการฉะนี้

โดย ทวีพร [2 ม.ค. 2550 , 19:06:53 น.] ( IP = 58.9.97.218 : : )


  สลักธรรม 5

๒. หลักขันติโสรัจจะ

ขันติ คือ ความอดทนได้เมื่อถูกกระทบด้วยสิ่งอันไม่พึงปรารถนา เป็นลักษณะของกายและใจที่พร้อมจะเผชิญกับเหตุการณ์ที่พึงทําหรือที่จะเกิดขึ้นในทุกรูปแบบ ไม่มีความย่อท้องอแงเมื่อประสบสิ่งที่ลําบากหรือที่ไม่ต้องการ ในเชิงปฏิบัติท่านแบ่งขันติออกเป็น ๔ ลักษณะ คือ

๑. อดทนต่อความลําบากตรากตรํ า ไม่แสดงอาการย่อท้องอแงเมื่อทําหน้าที่การงาน

๒. อดทนต่อทุกขเวทนา คือ ในคราวเจ็บไข้ได้ป่วยไม่แสดงอาการทุรนทุรายจนเกินเหตุ รู้จักระงับสติอารมณ์ ไม่ทําใจอ่อนแอจนเกินไป ถ้าอดทนไม่ได้ ก็ไม่อาจต่อสู้กับโรคได้

๓. อดทนต่อความเจ็บใจ คือ เมื่อถูกต่อว่ากระแทกแดกดัน หรือเมื่อเขาแสดงกิริยาอาการดูถูก ดูหมิ่น ก็อดกลั้นทนเก็บไว้ในใจได้

๔. อดทนต่ออํานาจกิเลส คือ เมื่อถูกกิเลสต่าง ๆ ยั่วยุ เช่น ถูกความอยากได้อยากดี อยากมีอยากเป็น มาครอบงํา ก็อดทน ต่อความอยาก คือระงับความอยากนั้นได้ หรือเมื่อได้ลาภได้ยศ ก็อดทนอดกลั้น ไม่แสดงอาการดีใจจนเกินไป เป็นต้น

โดย ทวีพร [2 ม.ค. 2550 , 19:07:19 น.] ( IP = 58.9.97.218 : : )


  สลักธรรม 6

โสรัจจะ คือ ความสงบเสงี่ยมเจียมใจเจียมกาย หมายถึงสามารถอดทนด้วยขันติได้แล้วก็พยายามสงบใจ ทําใจให้เย็นให้ปลอดโปร่ง ไม่เก็บเอาความลําบาก ความเจ็บปวด ความเจ็บใจและความอยากนั้นมาใส่ใจมาคิดอีก เมื่อใจสงบ ใจเย็นได้แล้ว กิริยาทางกายและคําพูดที่แสดงออกก็จะสงบเสงี่ยมเรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลักธรรม ๒ ข้อนี้มาด้วยกันเสมอเพราะต้องมีติดต่อกันเรื่อยไป หากมีแต่ขันติทนได้อย่างเดียวแต่ขาดโสรัจจะก็ยังไม่สํ าเร็จอยู่ดี เช่น เมื่อเขาด่าแม่ทนได้ไม่โต้ตอบ แต่ยังมีความไม่พอใจอยู่ อาการก็แสดงออกมา เช่น หน้าแดง ปากสั่น มือสั่น เป็นต้น ลักษณะเช่นนี้ เรียกว่ามีขันติแต่ขาดโสรัจจะ

ดังนั้น ทั้ง ๒ ข้อนี้จึงไปด้วยกันเหมือนสติกับสัมปชัญญะ แต่ในการอธิบายธรรมทั่วไปมักยกเพียงขันติขึ้นแสดงอย่างเดียว แต่เป็นอันรู้กันว่าแม้ยกขันติขึ้นอ้างก็หมายรวมไปถึงโสรัจจะด้วย

บุคคลผู้ฝึกฝนให้มีขันติโสรัจจะเป็นประจําได้แล้ว ย่อมเป็นผู้ควบคุมตนเองได้ดีทีเดียว ได้ทั้งกาย วาจา และใจ จะแสดงท่าทีต่าง ๆ รวมทั้งหน้าตาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มองดูน่านับถือ มองดูน่าเลื่อมใสเพราะฉะนั้น ท่านจึงเรียกขันติและโสรัจจะว่า “เป็นธรรมอันทํ าให้งาม” เพราะห้ามใจกายมิให้ผลุนผลันพลันแล่น ป้องกันมิให้แสดงกิริยามารยาทอันไม่สมควรหรือไม่งดงามอันจะทํ าให้เสียบุคลิกได้

เพราะฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่าหลักธรรมทั้งสองประการนี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เพื่อเป็นหลักฝึกหัดให้บุคคลรู้จักควบคุมตนเองได้ โดยมิได้มีใครบังคับ แต่เป็นไปโดยความสมัครใจ เพราะฝึกฝนปฏิบัติตามหลักมาดีแล้ว

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย ทวีพร [2 ม.ค. 2550 , 19:08:41 น.] ( IP = 58.9.97.218 : : )


  สลักธรรม 7

คุค่

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2550 , 22:00:43 น.] ( IP = 125.24.44.238 : : )


  สลักธรรม 8

มาติดตามอ่านต่อค่ะ...ขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ม.ค. 2550 , 23:26:22 น.] ( IP = 58.8.47.122 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org