มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เรื่อง นายนันทิยะ




เรื่อง นายนันทิยะ

จิรปฺปวาสึ ปุริสํ ทูรโต โสตฺถิมาคตํ
ญาตี มิตฺตา สุหชฺชา จ อภินนฺมนฺติ อาคตํ
ตเถว กตปุญฺญมฺปิ อสฺมา โลกา ปรํ คตํ
ปุญฺญานิ ปฏิคณฺหนฺติ ปิยํ ญาตีว อาคตํ.

ญาติ มิตร และคนมีใจดีทั้งหลายเห็นบุรุษ
ผู้ไปอยู่ต่างถิ่นมานาน มาแล้วแต่ที่ไกลโดยสวัสดี ย่อมยินดียิ่งว่า ‘มาแล้ว’ ฉันใด,
บุญทั้งหลายก็ย่อม ต้อนรับแม้บุคคลผู้กระทำบุญไว้
ซึ่งไปจากโลกนี้สู่โลกหน้า ดุจพวกญาติเห็นญาติที่รักมาแล้ว ต้อนรับอยู่ ฉันนั้นแล.



ในกรุงพาราณสี ได้มีบุตรแห่งตระกูลซึ่งถึงพร้อมด้วยศรัทธาคนหนึ่ง ชื่อนันทิยะ เขาได้เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศรัทธาบำรุงสงฆ์

ครั้นในเวลาที่เขาเจริญวัย มารดาบิดาได้มีความจำนงจะให้แต่งงานกับธิดาของลุง ชื่อว่าเรวดี แต่นางเป็นคนไม่มีศรัทธา ไม่มีการให้ปั่นเป็นปกติ นายนันทิยะจึงไม่ปรารถนานาง

โดย TaRa [5 ม.ค. 2550 , 12:49:49 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

มารดาของเขากล่าวกะนางเรวดีว่า "แม่เจ้าจงฉาบทาสถานที่นั่นของภิกษุสงฆ์ แล้วปูลาดอาสนะไว้ในเรือนนี้ จงตั้งเชิงบาตรไว้ ในเวลาภิกษุทั้งหลายมาแล้ว จงรับบาตร นิมนต์ให้นั่ง เอาธมกรกกรองน้ำฉันถวาย แล้วล้างบาตรในเวลาฉันเสร็จ เมื่อเจ้าทำได้อย่างนี้ ก็จักเป็นที่พึงใจแก่บุตรของเรา "

เมื่อนางได้ทำอย่างนั้นแล้ว มารดาบิดาของนันทิยะจึงเล่าถึงความประพฤติของนางนั้นให้บุตร นันทิยะจึงยอมแต่งงานด้วย

ลำดับนั้น นายนันทิยะกล่าวกะนางว่า "ถ้าเธอจักบำรุงภิกษุสงฆ์และมารดาของฉัน เป็นเช่นนี้ เธอก็จักได้พัสดุในเรือนนี้ จงเป็นผู้ไม่ประมาทเถิด"

นางรับว่า "ดีละ" แล้วทำทีเป็นผู้มีศรัทธาบำรุงอยู่ ๒-๓ วัน จนคลอดบุตร ๒ คน เมื่อมารดาบิดาของนายนันทิยะได้ตายลงแล้ว ความเป็นใหญ่ทั้งหมดในเรือน ก็ตกอยู่แก่นางเรวดีนั้นคนเดียว

โดย TaRa [5 ม.ค. 2550 , 12:51:19 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

เมื่อมารดาบิดาของนายนันทิยะตายแล้วนั้นนายนันทิยะก็เป็นมหาทานบดี โดยเตรียมตั้งทานสำหรับภิกษุสงฆ์ และเริ่มตั้งค่าอาหารสำหรับคนกำพร้าและคนเดินทางเป็นต้น ไว้ที่ประตูเรือน

ในกาลต่อมา เขาได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา ทราบอานิสงส์ในการถวายอาวาสแล้ว ก็ให้ทำศาลา ๔ มุข ประดับด้วยห้อง ๔ ห้อง ในมหาวิหารในป่าอิสิปตนะแล้ว ให้ลาดเตียงและตั่งเป็นต้น เมื่อจะมอบถวายอาวาสนั้น ได้ถวายทานแก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข แล้วถวายน้ำทักขิโณทก แด่พระตถาคต

ปราสาททิพย์สำเร็จโดยรัตนะ ๗ ประการ สมบูรณ์ด้วยหมู่นารี มีประมาณ ๑๒ โยชน์ในทิศทั้งปวง เบื้องบนสูงประมาณ ๑๐๐ โยชน์ ผุดขึ้นในเทวโลกชั้นดาวดึงส์ พร้อมกับการตั้งน้ำทักขิโณทกในพระหัตถ์ของพระศาสดาทีเดียว

โดย TaRa [5 ม.ค. 2550 , 12:52:24 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

ภายหลังวันหนึ่ง พระมหาโมคคัลลานเถระไปสู่ที่จาริกในเทวโลก ยืนอยู่แล้วในที่ไม่ไกลจากปราสาทนั้น ถามเทวบุตรทั้งหลายซึ่งมาสู่สำนักของตนว่า "ปราสาททิพย์เต็มด้วยหมู่นางอัปสรนั่น เกิดแล้วเพื่อใคร"

ลำดับนั้น พวกเทวบุตรนั้นจึงกล่าวว่า "ท่านผู้เจริญ วิมานนั่นเกิดแล้วเพื่อประโยชน์แก่บุตรคฤหบดี ชื่อนันทิยะ ผู้สร้างวิหารถวายพระศาสดา ในป่าอิสิปตนะ"

ฝ่ายหมู่นางอัปสรเห็นพระเถระนั้นแล้ว ลงจากปราสาทกล่าวว่า "ท่านผู้เจริญ พวกดิฉันเกิดในที่นี้ ด้วยหวังว่า ‘จักเป็นนางบำเรอของนายนันทิยะ’ แต่เมื่อไม่พบเห็นนายนันทิยะนั้น ก็รู้สึกระอาเหลือเกินในการรอ ขอให้พระผู้เป็นเจ้าพึงบอกเขา เพื่อประโยชน์แก่การมา ณ ที่นี้ ด้วยว่าการละมนุษยสมบัติ แล้วถือเอาทิพยสมบัติ ก็เช่นกับการทำลายถาดดินแล้วถือเอาถาดทองคำฉะนั้น "

โดย TaRa [5 ม.ค. 2550 , 12:56:58 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

พระเถระกลับมาจากเทวโลกนั้นแล้ว เข้าไปเฝ้าพระศาสดาทูลถามว่า "พระเจ้าข้า ทิพยสมบัติจะเกิดแก่บุคคลผู้ทำความดีที่ยังมีชีวิตอยู่ในมนุษย์โลกนี่ได้ด้วยหรือ?"

พระศาสดา : โมคคัลลานะ ทิพยสมบัติที่เกิดแล้วแก่นายนันทิยะในเทวโลก อันเธอเห็นแล้วเองมิใช่หรือ? ไฉนจึงถามเราเล่า?

โมคคัลลานะ: ทิพยสมบัติเกิดได้อย่างนั้นหรือ? พระเจ้าข้า

ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสว่า "โมคคัลลานะ เธอพูดอะไรนั่น? ก็เหมือนอย่างว่า หมู่คนที่ยืนอยู่ที่ประตูเรือน พอเห็นบุตรพี่น้องผู้ไปอยู่ต่างถิ่นมานาน กลับมาถึงถิ่นที่จากไปก็พากันมาชุมนุมที่เรือนโดยเร็ว แล้วบอกกันว่า ‘คนชื่อโน้นชื่อนี้กลับมาแล้ว’ เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกญาติของเขาก็ยินดีร่าเริง แล้วออกมาต้อนรับโดยขมีขมัน ฉันใด

เหล่าเทวดาต่างถือเอาเครื่องบรรณาการอันเป็นทิพย์ ๑๐ อย่างเพื่อคอยต้อนรับ ย่อมยินดียิ่งกะสตรีหรือบุรุษผู้ทำความดีไว้ในโลกนี้ ซึ่งละโลกนี้แล้วไปสู่โลกหน้าฉันนั้นเหมือนกัน "


(ตัดความจากคาถาธรรมบท)


โดย TaRa [5 ม.ค. 2550 , 12:58:05 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

ความดีย่อมได้รับผลดี เพราะเหล่าเทวดา,ทิพยสมบัติ ย่อมต้อนรับผู้ที่ทำความดี

ขอบพระคุณค่ะ..ที่นำมาให้อ่าน

โดย เซิ่น [5 ม.ค. 2550 , 22:57:11 น.] ( IP = 58.8.46.164 : : )


  สลักธรรม 6

คุค่

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ม.ค. 2550 , 17:23:54 น.] ( IP = 125.24.62.22 : : )


  สลักธรรม 7

ได้อ่านเรื่องดีๆ ขอบคุณมากๆครับ

โดย น้ำใส (น้ำใส) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2550 , 13:07:59 น.] ( IP = 58.10.128.234 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org