มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หลักการพัฒนาตน (๗)






หลักการพัฒนาตน (๗)
โดย พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเดโช)


ตอนที่ผ่านมา

หลักธรรมที่จะพัฒนาบุคลิกภาพของบุคคลในด้านนี้ก็คือ

๑. หลักอัปปมาทธรรม

อัปปมาทะ คือ ความไม่ประมาท ความไม่เลินเล่อเผลอไผล ไม่ปล่อยใจไปตามอารมณ์หรือตามสิ่งแวดล้อมที่มาทําให้เกิดความคิดหันเหไปนอกทาง เป็นลักษณะของใจที่หนักแน่นมั่นคง มีสติสัมปชัญญะคอยควบคุมให้เกิดสํานึกในภาวะ และหน้าที่อยู่ตลอดเวลา

อัปปมาทะ เป็นธรรมฝ่ายดีที่คู่กับปมาทะซึ่งเป็นธรรมฝ่ายตํ่า และท่านจัดว่าอัปปมาทะนั้นเป็นยอดแห่งคุณธรรมทุกอย่างตามพระบาลีว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนปทชาต (รอยเท้า) ทั้งหลายของสัตว์ผู้ท่องเที่ยวไปบนแผ่นดินบรรดามีทั้งหมดด้วยกัน ย่อมถึงการรวมลงในรอยเท้าช้าง รอยเท้าช้างจัดว่า เป็นยอดกว่าปทชาตทั้งหลายเหล่านั้น เพราะรอยเท้าช้างเป็นรอยเท้าใหญ่ฉันใด

ฉันนั้นแล ภิกษุทั้งหลาย กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งบรรดามีกุศลธรรมทั้งหลายเหล่านั้นทั้งหมด มีความไม่ประมาทเป็นมูล (เหตุ) รวมลงในความไม่ประมาท จัดว่าเป็นยอดแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้น”

โดย ทวีพร [8 ม.ค. 2550 , 09:34:59 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

นั่นก็คือ กุศลธรรมหรือคุณความดีทั้งหมด มีความไม่ประมาทเป็นฐานรองรับเป็นบ่อเกิด เป็นเหตุให้มีขึ้นทั้งสิ้น โดยนัยตรงข้ามย่อมแสดงว่าอกุศลธรรมทั้งหลายก็หมดสิ้นไปเพราะอาศัยความไม่ประมาทเช่นเดียวกันดังที่ตรัสว่า

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดเกิดขึ้น หรือกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว เสื่อมไปเหมือนความไม่ประมาท ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อบุคคลไม่ประมาทแล้ว กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นย่อมเกิดขึ้น และอกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเสื่อมไป”

ความไม่ประมาทนี้จัดว่าเป็นยอดแห่งธรรม เป็นคําสอนรวบยอดในพระพุทธศาสนา เป็นบ่อเกิดแห่งการปฏิบัติธรรมทั้งหมด เมื่อบุคลิกมีแล้วได้ชื่อว่ามียอดธรรมประจําใจ ย่อมได้รับความสุขอันไพบูลย์ และได้รับประโยชน์ทั้งสองคือประโยชน์ในปัจจุบันและประโยชน์ในอนาคต

เพราะฉะนั้น แม้ก่อนปรินิพพานพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้ตรัสเตือนเป็นพระดำรัสสุดท้าย (ปัจฉิมวาจา ปัจฉิมโอวาท) ว่า “อปปมาเทน สมปาเทถ ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด”

ในทางปฏิบัติ ความไม่ประมาท ก็คือการไม่ปล่อยสติสัมปชัญญะนั่นเอง หมายความว่า จะทํากิจใด หน้าที่ใดก็ตาม ก็ทําไปด้วย มีสติสัมปชัญญะกํากับ มิได้เผลอไผลหลงลืม เตือนใจตนเองได้ตลอดเวลา ปลุกใจให้ตื่นตัวอยู่ทุกเมื่อ ดังนี้ชื่อว่าไม่ประมาท

เพราะฉะนั้น เมื่อบุคคลได้ฝึกฝนอยู่ในหลักธรรมข้อนี้จึงปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ด้วยความเรียบร้อย ไม่ผิดพลาด ซึ่งแสดงว่าเป็นผู้มีความรับผิดชอบนั่นเอง ตรงกันข้าม บุคคลผู้ประมาทแล้วมักจะทํางานผิดพลาดพลั้งเผลอบ่อย ๆ มักขาดสติ ขาดความยั้งคิดในขณะทํางาน งานก็ไม่สําเร็จบรรลุเป้าหมายได้ เป็นการแสดงว่าไม่มีความรับผิดชอบไปในตัว

โดย ทวีพร [8 ม.ค. 2550 , 09:35:36 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

๒. หลักสัจจะ

สัจจะ แปลว่า ความจริง จําแนกได้เป็น ๒ ประการ คือ จริงวาจา กับ จริงใจ

สัจจะที่เป็นแหล่งควบคุมตนเองนั้นหมายเอาสัจจะที่หมายถึงความจริงใจ

ความจริงใจนั้น คือความตั้งใจเด็ดเดี่ยวไม่ย่อท้อ ไม่ถอยหลัง ไม่หวนกลับในอันที่จะทําความดีหรือทําภารกิจหน้าที่ของตน มุ่งความสําเร็จเป็นเบื้องหน้า เช่น จะเรียนวิชาใดก็เรียนไปจนได้ ความรู้ความจริงในวิชานั้น จับงานใดก็ทําจนได้ผลจริง เป็นต้น อย่างนี้เรียกว่าเป็นคนจริงคือ “เอาจริง” นั่นเอง

สัจจะนี้เป็นหลักธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ เรียกว่า อธิษฐานธรรม หรือ “สัจจาธิษฐาน” โดยการปฏิบัติทางจิตหรือนึกคิดว่า จะไม่ย่อท้อ จะฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ จะมั่นคงในการปฏิบัติภารกิจนั้น ๆ

โดย ทวีพร [8 ม.ค. 2550 , 09:35:58 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

เมื่อบุคคลได้ตั้งสัจจาธิษฐานหรือตั้งใจแน่วแน่ดังนี้แล้ว ก็สามารถประคับประคอง หรือควบคุมใจให้ปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ด้วยความรับผิดชอบได้โดยไม่ย่อท้อ ไม่ถอยกลับ แต่จะมั่นคงจริงจัง

บุคคลผู้มีสัจจะนั้น เป็นผู้มีหลักประกันตัวเองในอันที่จะให้ผู้อื่นเชื่อถือไว้วางใจ จะทําการสิ่งใดก็สํ าเร็จสมหมาย เพราะได้รับความสนับสนุนด้วยดี แม้จะมีอุปสรรคใด ๆ มาขัดขวาง ก็ฝ่าฟันอุปสรรคนั้น ๆ ด้วยกําลังใจที่มั่นคง

บุคคลผู้ได้รับความสําเร็จในสิ่งที่ตนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นพระศาสดาของศาสนาต่าง ๆหรือเป็นอิสรชนคนใหญ่โดยมีอํานาจวาสนา ล้วนแล้วแต่มีสัจจะมั่นคงทั้งสิ้น

ตรงข้ามบุคคลผู้ไร้สัจจะหรือสัจจะคลอนแคลน มักจะมีใจกวัดแกว่งไม่มั่นคง พอพบอุปสรรคเข้ามาแม้เพียงเล็กน้อยก็ยอมแพ้ ถอยหลังไม่กล้าสู้ไม่กล้าเสี่ยงอีกต่อไป ท้ายที่สุดก็ล้มเลิก ทิ้งภารกิจนั้นเสียทําให้กลายเป็นคนขาดความรับผิดชอบไปในที่สุด

เพราะฉะนั้น หลักสัจจะนี้จึงนับเข้าในบารมีอย่างหนึ่งในบารมี ๑๐ ของผู้มีเป็นพระโพธิสัตว์เรียกว่า “สัจจะบารมี” และเป็นหลักธรรมที่จะพัฒนาบุคลิกภาพของบุคคลให้มีความรับผิดชอบได้ประการหนึ่ง

โดย ทวีพร [8 ม.ค. 2550 , 09:36:21 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

๓. หลักหิริโอตตัปปะ

หิริ หมายถึง ความละอายใจ มีลักษณะรังเกียจต่อบาปทุจริตทุกชนิด ปรากฏให้เห็นได้โดยมีอาการละอายใจตัวเองที่จะทําบาปทุจริตนั้น

โอตตัปปะ หมายถึง ความเกรงกลัวต่อบาป มีลักษณะสะดุ้งกลัวในเมื่อทําบาปทุจริต

สองประการนี้จัดว่าเป็นโลกปาลธรรม เป็นธรรมคุ้มครองโลก และเป็นธรรมที่ขาวสะอาด ดังพระบาลีว่า

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้เป็นธรรมฝ่ายขาว ๒ อย่างเป็นไฉน คือ หิริ ๑โอตตัปปะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมฝ?ายขาว ๒ อย่างนี้แล”

โดย ทวีพร [8 ม.ค. 2550 , 09:36:51 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5

หลักธรรม ๒ ข้อนี้ มิใช่หลักธรรมพัฒนาบุคลิกภาพของบุคคลในด้านความรับผิดชอบโดยตรง แต่เป็นธรรมที่สนับสนุนให้บุคคลเกิดความคิดหรือสํานึกในอันที่จะไม่ทําความชั่วความผิด ซึ่งเป็นการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

ซึ่งความรับผิดชอบต่อตนเองขั้นพื้นฐานดังกล่าวมาในตอนต้น เพราะบุคคลผู้ฝึกฝนจิตให้อายความชั่วกลัวบาปได้ดีแล้วนั้น จึงจะไม่ทําความผิดทั้งต่อหน้าและลับหลังทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ไม่มีอุปนิสัยโกงเวลา โกงแรงงาน โกงทรัพย์สิน หรือพูดปดมดเท็จ หลอกลวงในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ

และจะเป็นธรรมสนับสนุนให้บุคคลเป็นคนซื่อตรง ซื่อสัตย์ ไม่คดในข้องอในกระดูก เพราะมาทราบชัดว่าสิ่งนั้นเป็นความชั่วความผิด และจะติดเป็นอุปนิสัยทําให้จิตใจมีระดับตํ่าลงเรื่อย ๆ เป็นต้น จึงนับได้ว่าทั้งหิริโอตตัปปะนี้เป็นเหตุให้บุคคลเกิดความรับผิดชอบได้โดยอ้อมประการหนึ่ง

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย ทวีพร [8 ม.ค. 2550 , 09:37:33 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 6

มาติดตามอ่านหลักธรรมเพื่อพัฒนาตนต่อค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ม.ค. 2550 , 22:12:11 น.] ( IP = 58.8.49.55 : : )


  สลักธรรม 7

contemporary bedding designer bedding are less expensive It boys bedding Bed Linens Sheets month and year The design of the watch is quite luxury bedding collections normal hair is thick you could need to microbead pillow Curtains.

โดย vuitton - [5 พ.ค. 2554 , 13:17:18 น.] ( IP = 123.153.79.148 : : )


  สลักธรรม 8

cartier la dona de watches fake watches they seem especially watches replica deployment clasp and the screw in case back Swiss watches replica talking about is the Audemars Piguet Royal Oak.

โดย piguet - [5 พ.ค. 2554 , 13:46:37 น.] ( IP = 123.153.79.148 : : )


  สลักธรรม 9

aquanaut watches replica watches a woman becomes more mature the watches replica mens and ladies burberry designer luxury watches replica watches their wigs shown on models or.

โดย mir - [5 พ.ค. 2554 , 13:59:59 น.] ( IP = 123.153.79.148 : : )


  สลักธรรม 10

designer bedding obvious reasons.. the watch must be adorned with organic bedding luxury bedding stainless steel or as black pvd version The.

โดย divers - [7 พ.ค. 2554 , 08:34:53 น.] ( IP = 123.153.70.216 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org