พุทธวิธีสอนด้วยอุปมา
สารัตถธรรมใน พระไตรปิฎก
พระเทพดิลก (ฐิตญาณเถร)ประธานหลักสูตรปริญญาเอก มมร.
พุทธวิธีสอนด้วยอุปมานั้นพระพุทธองค์ทรงใช้วิธี
1.ยกสิ่งต่าง ๆ ที่เห็นได้ในขณะนั้นมาเป็นอุปมาในการทรงแสดงธรรม
2.หรือนำสิ่งนั้นมาเป็นปัจจัยสนับสนุนกัน
3.นำสิ่งที่มีเรื่องราวอยู่ก่อนแล้วมาเป็นเรื่องเปรียบเทียบ
4.นำความจริงที่แท้มาเป็นอุปมา
จึงขอยกตัวอย่างเรื่องราวในพระสูตรที่ทรงอุปมาพระสูตรในโอปัมมสังยุตมีรวมกันทั้งหมด ๑๒ สูตร พระพุทธองค์ทรงยกสิ่งต่าง ๆ ที่เห็นได้ในขณะนั้นมาเป็นอุปมาในการทรงแสดงธรรม แต่ละสูตรมีความสมบูรณ์ในตัว และเป็นปัจจัยสนับสนุนกันอยู่ จะได้สรุปนำมาเรียบเรียงไว้ในที่เดียวกัน พระสูตรอื่น ๆ นอกจากพระสูตรที่ ๘ ทรงแสดงเมื่อประทับ ณ พระเชตวัน กรุงสาวัตถี ส่วนพระสูตรที่ ๘ ทรงแสดงเมื่อเสด็จประทับ ณ กูฏาคารศาลาป่ามหาวัน เมืองเวสาลี ซึ่งมีเนื้อหาที่ควรศึกษาตามลำดับดังนี้
๑. กลอนแห่งเรือนยอดทั้งสิ้นมารวมกันที่ยอด มียอดเป็นที่ประชุม รวมกับยอดฉันใด อกุศลธรรมทั้งปวง มีอวิชชาเป็นยอดเป็นรากเหง้า รวมลงในอวิชชา พวกเธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า
"พวกเราจักเป็นผู้ไม่ประมาท"
๒. ทรงช้อนฝุ่นด้วยปลายพระนขามาเพียงเล็กน้อยแล้วรับสั่งถามว่า ฝุ่นที่ปลายนขากับมหาปฐพีอย่างไหนจะมากกว่ากัน เมื่อภิกษุกราบทูลว่า มหาปฐพีมากกว่าจนไม่อาจเทียบกันได้ รับสั่งว่า
"สัตว์กลับมาเกิดในหมู่มนุษย์มีประมาณน้อย สัตว์ไปเกิดในกำเนิดอื่น นอกจากมนุษย์มากนัก"เหมือนมหาปฐพีมากกว่าฝุ่นที่ปลายเล็บ ฉะนั้น เหตุนี้พวกเธอพึงศึกษาว่า เราจักเป็นผู้ไม่ประมาท
๓. ตระกูลใดมีบุรุษน้อยมีสตรีมาก อาจถูกโจรปล้นได้ง่ายฉันใด ภิกษุผู้ไม่เจริญไม่กระทำให้มากในเมตตาเจโตวิมุติ ย่อมถูกอมนุษย์กำจัดได้ง่ายฉันนั้น แต่ตระกูลใดที่มีชายมากมีสตรีน้อย โจรทำอันตรายได้ยาก ฉันใด
ภิกษุผู้กระทำให้มากเจริญเมตตาเจโตวิมุตติ อมนุษย์จะกำจัดเธอได้ยากฉันนั้น ดังนั้นขอให้เธอทั้งหลายทำความศึกษาว่า "เราจักเจริญกระทำให้มากซึ่งเมตตาเจโตวิมุติ ทำให้เป็นประดุจยาน เป็นที่ตั้งอาศัยให้มั่นคง ปรารภด้วยดี" เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ
๔. บุคคลพึงให้ทานวันละ ๓ เวลา คราวละ ๑๐๐ หม้อใหญ่ แต่ผลแห่งทานนั้น ไม่อาจเทียบเมตตาเจโตวิมุตติ อันบุคคลเจริญวันละ ๓ เวลา คราวละชั่วขณะการหยดแห่งน้ำนมโคได้เลย ให้พวกเธอทำความศึกษาว่า เราจักเจริญกระทำให้มากซึ่งเมตตาเจโตวิมุติ
|