มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หลักการพัฒนาตน (๙)






หลักการพัฒนาตน (๙)
โดย พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเดโช)


ตอนที่ผ่านมา

ตอนที่ ๗ พัฒนาด้านความรู้จักพอ

ความหมายและคุณค่าของความรู้จักพอ

การแสวงหาปัจจัย ๔ และสิ่งอํานวยความสุขอื่น ๆ เป็นสิ่งจําเป็นสําหรับชีวิต เพราะชีวิตมีความต้องการสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ การแสวงหาบุคคลจําต้องใช้เรี่ยวแรงใช้สติปัญญา หรือความรู้ความสามารถที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เป็นการลงทุนเพื่อให้เกิดปัจจัยเหล่านี้ขึ้นมาบํารุงบําเรอชีวิตร่างกาย

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีหลักอยู่ว่า ผู้มีสติปัญญามีความสามารถหรือมีเรี่ยวแรงมาก ย่อมหาได้มาก ผู้มีเครื่องมือคือสติปัญญาเป็นต้นเหล่านี้น้อย ย่อมหาได้น้อย แต่ในขณะเดียวกันทุกคนย่อมมีความต้องการปัจจัย ๔ หรือสิ่งอํานวยความสุขในปริมาณเท่า ๆ กัน

เพราะฉะนั้น เมื่อวัตถุ คือ ปัจจัย ๔ สิ่งอํานวยความสุขของชีวิตมีจํานวนจํากัด แม้ว่าเราจะพัฒนาอย่างไรผลผลิตก็ยังจํากัดอยู่ดี จึงเกิดปัญหาว่า เมื่อฝ่ายหนึ่งสามารถหาได้มาก มีไว้มาก อีกฝ่ายหนึ่งที่ไม่สามารถหาได้น้อย ความขาดแคลนของฝ่ายหลังจึงเกิดมีขึ้น เมื่อความขาดแคลนเกิดขึ้น และความต้องการในปัจจัยที่จําเป็นเกิดขึ้นตามมา

บุคคลจึงต้องดิ้นรนแสวงหาเพิ่ม เมื่อแสวงหาได้ไม่พอเท่าที่ต้องการ เพราะใช้ความสามารถเฉพาะตัวหมดสิ้นแล้ว จึงหันมาแสวงหาในทางที่ได้ง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้ความรู้ความสามารถมากนัก เพียงอาศัยความกล้าและโอกาสเท่านั้น นั่นก็คือวิธีการปล้น ลักขโมย ทุจริต คอรัปชั่น เป็นต้น

โดย ทวีพร ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2550 , 08:54:05 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อนึ่ง ผู้ที่มีความสามารถมากเล่า แม้จะได้วัตถุปัจจัยมากพอเลี้ยงตัวแล้วก็ตาม ยังใช้ความสามารถนั้นแสวงหาวัตถุปัจจัยเหล่านั้นเรื่อยไป หาได้แล้วก็นํามาเก็บกักมาตุนไว้หรือใช้ในทางที่ฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่ายจนเกินขอบเขตที่จําเป็น ความรู้สึกว่า “พอ” หรือ “หยุด” ไม่เคยมีในใจ ทําให้ทะเยอทะยานอยากได้เรื่อยไป ไม่อาจควบคุมความอยากของจิตไว้ได้

ยิ่งได้มากยิ่งอยากได้เพิ่มขึ้นการแสวงหาก็มีวิธีที่วิจิตรพิสดารมากขึ้น มิใช่เฉพาะจะทําให้ตัวเองเดือดร้อนเพราะความอยากเท่านั้น หากควบคุมไม่ได้จริง ๆก็อาจแสวงหาในทางทุจริต เช่น ฉ้อโกง เอารัดเอาเปรียบ หรือคอรัปชั่นได้เท่ากับว่าเป็นทาสของความอยากรํ่าไป

ความรู้จักพอ คือการรู้จักยับยั้งความปรารถนา ความอยากของตนในขอบเขตที่เหมาะสมแก่ภาวะและฐานะของตน รู้จักควบคุมความอยากไว้ให้พอดีไม่เกินขอบเขตนัก เช่น ในกรณีที่ขาดแคลนก็แสวงหาวัตถุปัจจัยมาบํารุงตัวเองและครอบครัวพอให้เป็นอยู่ได้อย่างเป็นสุขก็เพียงพอแล้ว เพราะพอเหมาะพอสมกับความรู้ความสามารถของตัวเองแล้ว ไม่พยายามทะเยอทะยานจนเกินขอบเขตหรือเกินขีดความสามารถของตัว อันจะทําให้เกิดการทำทุจริตขึ้นดังกล่าว

หรือในกรณีหลัง ซึ่งบุคคลนั้นหาวัตถุปัจจัยได้มาก แล้วก็ยับยั้งความปรารถนา ความต้องการลงบ้าง ไม่ดิ้นรนทะเยอทะยานให้มากไปกว่านี้อีก เพราะเกินขอบเขตความต้องการของชีวิตไปมากแล้ว เมื่อยับยั้งได้แล้ว ชีวิตก็จะเริ่มสงบสุข มีเวลาเป็นตัวของตัวเองบ้าง คิดถึงตัวเองได้บ้าง ต่อจากนั้นก็จะคิดถึงคนอื่น คิดถึงสังคม และต่อจากนั้นก็จะนําส่วนเกินนั้นออกเฉลี่ยเจือจานผู้อื่นได้

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2550 , 08:56:29 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

ความรู้จักพอ มีคุณค่ามหาศาลต่อชีวิตมาก ผู้รู้จักพอเป็นย่อมมีความสุข มีความสงบ เย็นทั้งกายและใจ ย่อมจะมีวิธีปรับปรุงชีวิตพัฒนาความเป็นอยู่ของตัวเองให้ดีขึ้นทีละน้อย ๆ ไม่ทะเยอทะยานใฝ่สูงจนเกินขอบเขต ทําให้ชีวิตมั่นคงทีละก้าว ๆ ไม่ฮวบฮาบ

ส่วนผู้ไม่รู้จักพอเลยนั้น ย่อมจะมีความวิตกกังวล มีความกระวนกระวาย มีความเร่าร้อน และรีบร้อนอยู่เสมอ บางครั้งจะขาดความเป็นตัวของตัวเอง บางคราวไม่มีเวลาแม้จะรับประทานอาหารให้เป็นสุข หรืออยู่กับภรรยาและบุตรให้เป็นสุข ต่อไปอาจเป็นโรคประสาทหรือเป็นโรคอายุสั้นได้

หลักธรรมที่พัฒนาเรื่องความรู้จักพอ

ความรู้จักพอ เป็นเหตุให้บุคคลมีความคิดที่จะช่วยเหลือผู้อื่น ทําให้เสียสละได้ เป็นเหตุให้คิดถึงตัวเองเพียงเพื่อเป็นอยู่แบบพอดี ๆ แต่คิดถึงผู้อื่นมากกว่านั้น ดังนั้น ความรู้จักพอจึงเป็นสิ่งที่ควรปลูกฝังพัฒนาให้เกิดขึ้นในใจของบุคคลแต่ละคนก่อนเป็นประการสําคัญ ในพระพุทธศาสนาท่านแสดงหลักธรรมสําหรับพัฒนาให้เกิดความรู้จักพอ หรือความพอดีในใจไว้ เช่น

๑. หลักสันโดษ

“สันโดษ” แปลตามรูปศัพท์ว่า “ความยินดี” แต่ในเชิงปฏิบัติ สันโดษมีความหมายกว้างขวางมาก เริ่มตั้งแต่ความหมายในทางความคิดจนถึงลงมือปฏิบัติการ เพื่อให้กระจ่างชัด ท่านได้แบ่งสันโดษออกเป็น ๓ ลักษณะความหมายด้วยกัน คือ

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2550 , 08:57:08 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

๑.๑ ยถาลาภสันโดษ ความยินดีพอใจในสิ่งที่ตนได้ในสิ่งที่ตนมี เมื่อได้แค่ไหนก็ยินดีแค่นั้น มีอย่างไรกินใช้อย่างนั้น แต่มิได้หมายความว่า ให้หยุดขวนขวายต่อไป ไม่ต้องคิดก้าวหน้าหรือหามาเพิ่มเติม มิใช่เช่นนั้น

สันโดษข้อนี้เพียงให้ฝึกหัดใจให้เกิดความพอในฐานะในภาวะที่ตนกําลังมีกําลังเป็น หรือได้รับเพื่อป้องกันความทุกข์อันเกิดจากความผิดหวัง ป้องกันการตีโพยตีพายโทษนั่นโทษนี่ อันจะก่อให้เกิดความบาดหมาง ความไม่ไว้วางใจกันและกัน

เพราะหากบุคคลไม่สามารถหยุดยั้งความพอใจของตัวไว้ได้บ้าง เมื่อได้รับหรือได้มีอะไร ไม่ว่าจะเป็นวัตถุปัจจัย หรือยศศักดิ์ ตําแหน่งงาน ก็จะแสดงความไม่พอใจ ตีโพยตีพาย ไปว่าตนได้สิ่งไม่ดี ไม่สมควร หรือควรได้มากกว่านี้ หรือคิดว่าที่ดีไม่ได้ ที่ได้ไม่ดี ทั้งนี้เพราะคนนั้นคนนี้เป็นเหตุดังนี้ เป็นต้น

ความผิดหวังเกิดขึ้นแล้ว ความไม่ไว้วางใจความไม่ชอบใจก็เกิดตามมาอีก ดังนั้น การฝึกหัดใจให้มีความพอมีความยินดีตามมีตามได้ จึงเป็นเหตุป้องกันใจจากความผิดหวังได้

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2550 , 08:58:06 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

๑.๒ ยถาพลสันโดษ ความยินดีพอใจในกําลังของตนที่มีอยู่รวมไปถึงการใช้กําลังให้พอดีด้วย ได้แก่ รู้จักประมาณในความรู้ความสามารถของตนนั่นเอง

สันโดษข้อนี้เป็นการกระตุ้นให้บุคคลรู้จักใช้ความรู้ความเข้าใจและความสามารถของตนให้เต็มที่ กระตุ้นไม่ให้เป็นคนงอมืองอเท้าเกียจคร้าน หรือทํางานด้วยการออมแรงเอาเปรียบแรงงาน แต่มิใช่ให้หักโหมจนเกินแรงไม่มีเวลาพักผ่อน

และเป็นสันโดษที่ต่อเนื่องจากข้อต้น คือเมื่อยินดีพอใจในส่วนที่ตนได้ในส่วนที่ตนมีแล้ว หากยังมีเรี่ยวแรงความสามารถจะขวนขวายหามาเพิ่มเติมตามความจําเป็นโดยทางชอบธรรมก็ย่อมได้ เมื่อได้เพิ่มอีกเท่าไรก็ยินดีพอใจเท่านั้น รวมไปถึงให้รู้จักปรับปรุงแก้ไขวิธีการทํางานของตนให้ดีขึ้น ให้มีประสิทธิภาพขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ของตนขึ้นด้วย

สันโดษข้อนี้เป็นการฝึกหัดใจให้รู้จักประมาณกําลังเรี่ยวแรงตัวเอง ฝึกไม่ให้คิดเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ฝึกให้เกิดมานะขยันหมั่นเพียร ใช้กํ าลังในทางที่ถูกที่ควรให้พอดี ๆ ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อตนเองในอนาคตทั้งสิ้น

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2550 , 08:59:25 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

๑.๓ ยถาสารุปสันโดษ ความยินดีพอใจในสิ่งที่สมควรและยินดีพอใจพอสมควร

คือในการใช่เรี่ยวแรงให้ได้มาซึ่งวัตถุปัจจัยนั้นต้องเป็นวัตถุปัจจัยที่เหมาะสม ไม่เกิดโทษ ไม่เป็นพิษ เป็นภัย เรียกว่าไม่ผิดธรรม และวิธีการหาก็เป็นวิธีที่ชอบธรรมถูกธรรมไม่ใช่โดยวิธีทุจริต ฉ้อโกง คอรัปชั่น เป็นต้น อย่างนี้เรียกว่ายินดีพอใจในสิ่งที่สมควร และเมื่อใช้เรี่ยวแรงได้สิ่งที่สมควรมาแล้วก็ยินดีพอใจในสิ่งนั้น หากว่าสามารถหาได้มากเกินความจําเป็นหรือเกินความต้องการก็ยินดีที่จะพอ หรือหยุดความปรารถนาความต้องการลงเสียบ้าง ทั้งนี้เพื่อจํากัดขอบเขตของความทะเยอทะยาน ความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดให้แคบลง อย่างนี้เรียกว่ายินดีพอใจพอสมควร

สันโดษข้อนี้ฝึกให้บุคคลรู้จักอิ่มตัวเป็น ป้องกันบุคคลมิให้เสียหายใน ๒ ทาง คือ ใฝ่สูงจนเกินศักดิ์ ดิ้นรนประกอบการต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนต้องการ แม้ในทางทุจริตไม่ชอบธรรม เป็นการพาตัวพาใจให้ถลําลึกในความเป็นทาสแห่งตัณหายิ่งขึ้น กับป้องกันมิให้เป็นคนเจ้าทุกข์ คือเป็นทุกข์เพราะดิ้นรนแสวงหา กับเป็นทุกข์เพราะความวิตกกังวล ความผิดหวังความกระวนกระวายที่ติดตามมาพร้อมกับความดิ้นรนนั้น

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2550 , 09:02:12 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

เท่าที่ชี้แจงลักษณะของสันโดษมานี้ ก็พอสรุปความหมายที่แท้จริงของสันโดษได้แล้วว่า หมายถึง “ความยินดีพอใจในวัตถุปัจจัยที่ได้มาหรือในผลงานที่สําเร็จขึ้นด้วยเรี่ยวแรงความพยายามของตนในทางที่ชอบธรรม แล้วสร้างความพอดีไว้ในใจ ในการเสวยผลจากวัตถุปัจจัยหรือผลงานนั้น”

จะเห็นได้ว่า สันโดษนั้นเป็นหลักธรรมที่พัฒนาบุคคลให้ขยันขันแข็ง ให้กล้าสู้คน สู้งาน เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาในเรื่องความโลภหรือความอยากได้ไม่รู้จักพอของบุคคล หยุดยั้ง ความมักใหญ่ใฝ่สูง ความทะเยอทะยานอย่างไร้ขอบเขตจํากัดของบุคคล

และให้สามารถควบคุมความปรารถนาของตนให้อยู่ในวงจํากัด ไม่ให้ประกอบการหรือภารกิจใด ๆ ไปโดยขาดความพอดี อันจะก้าวก่ายสิทธิเสรีภาพหรือกรรมสิทธิ์ส่วนตัวของบุคคลอื่น แต่ให้คํานึงถึงบุคคลอื่นเป็นที่ตั้ง โดยเมื่อรู้จักพอดีแล้วก็คิดที่จะใช้ส่วนเกินที่ตนได้ที่ตนมีนั้นช่วยเหลือบุคคลอื่นต่อไป

สันโดษโดยเฉพาะข้อยถาสารุปสันโดษนั้น เป็นหลักธรรมที่พัฒนาความเสียสละ เพราะรู้จักพอโดยแท้

จริงอยู่ มนุษย์เรามีความปรารถนาอย่างเดียวกัน คือความสุข แต่ความสุขนั้นไม่จํ าเป็นต้องมาจากวัตถุเสมอไป ความเสียสละก็ดี ความรู้จักพอก็ดี ซึ่งเรียกว่าสันโดษนี้ ก็เป็นบ่อเกิดแห่งความสุขได้ และเป็นความสุขทางใจที่แน่นอน เป็นสุขที่สงบ เย็น สนิท ลึกซึ้งยิ่งกว่าสุขเพราะมีเงินมีทรัพย์สินอีก ดังนั้น ท่านจึงรับรองไว้ว่า ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้นําสุขมาให้ความสงัดของผู้สันโดษ มีธรรมปรากฏเห็นอยู่ นําสุขมาให้

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2550 , 09:03:57 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

๒. หลักอัตตัญญุตา และมัตตัญญุตา

อัตตัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักตน หมายถึง สามารถมองตัวเองออกว่าตัวเองเป็นใคร มีฐานะและภาวะอย่างไร กําลังต้องการอะไร เมื่อมองออกแล้วก็พยายามปรับตัวเองให้เป็นอย่างที่ตัวเป็นได้อย่างเหมาะสม พยายามวางตนให้สมกับฐานะและภาวะของตน และใช้กําลังความสามารถของตน พัฒนาตนเองเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ รวมถึงความรู้จักหยุดยั้งความต้องการอันเกินขอบเขต กําลังความรู้ความสามารถของตน และหยุดยั้งการแสวงหาอันเกิดกําลัง หรือในทางที่มิชอบธรรม อันจะทําให้ตนเดือดร้อนในภายหลังด้วย อัตตัญญุตาในแง่นี้จะเป็นเครื่องพัฒนาให้บุคคลเกิดความรู้สึกพอขึ้นในทางหนึ่ง

มัตตัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักประมาณ หมายถึง ความรู้จักประมาณในการแสวงหาเลี้ยงชีพให้เป็นไปในทางที่ชอบ ไม่ใฝ่สูง ทะเยอทะยานจนเกินประมาณ อันจะก่อให้เกิดการแสวงหาในทางทุจริตต่อมา รวมไปถึงความรู้จักประมาณในการใช้สอยพัสดุสิ่งของที่แสวงหามาได้แล้วในทางที่พอเหมาะพอควรไม่ให้ฟุ่มเฟือยนัก ไม่ให้อัตคัดนักให้เป็นไปในทางสายกลาง คือ ประหยัดมัธยัสถ์นั่นเอง ความรู้จักประมาณในแง่นี้ ทําให้บุคคลเกิดสติปัญญาในการใช้สอยโภคทรัพย์ ทําให้เกิดความพอดีในการใช้สอยได้ และทําให้มีความรู้จักพอในใจได้เช่นเดียวกัน

หลักสันโดษก็ดี หลักอัตตัญญุตาก็ดี หลักมัตตัญญุตาก็ดี ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ กล่าวเพียงในแง่ความหมายที่พัฒนาบุคคลให้เกิดความรู้จักพอเท่านั้น แท้ที่จริงแล้วหลักธรรมทั้ง ๓ ข้อนี้ ยังสามารถจะพัฒนาบุคคลในด้านอื่น ๆ ได้ด้วย ซึ่งจะได้ขยายความหมายในแง่นั้น ๆ ต่อไปเมื่อเรื่องดําเนินมาถึงเข้า



โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2550 , 09:05:34 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8



คุรั

โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2550 , 12:57:53 น.] ( IP = 58.9.99.146 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2550 , 22:47:56 น.] ( IP = 58.8.50.177 : : )


  สลักธรรม 10

มีประโยชน์มากๆเลยคะ ขอบคุณคะ

โดย กีฟท์ [15 ต.ค. 2552 , 19:36:07 น.] ( IP = 110.164.145.210 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org