มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


หลักการพัฒนาตน (๑๑)






หลักการพัฒนาตน (๑๑)
โดย พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเดโช)


ตอนที่ผ่านมา


ตอนที่ ๘ พัฒนาด้านความเสียสละ (ต่อ)

๒. หลักกตัญญุตาธรรม

กตัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้อุปการะที่เขาทําแล้ว หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักคุณค่าแห่งการทําความดีของผู้อื่นที่มีแก่ตน ความยอมรับในความดีนั้นด้วยนํ้าใสใจจริง มิได้เสแสร้ง เป็นอาการที่จิตเกิดความสํานึกในอุปการะที่เขาทํานั้นว่าเป็นบุญคุณแก่ตน หากตนไม่ได้รับอุปการะนั้นแล้วย่อมขาดคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลาย ๆ อย่างที่ตัวมีตัวเป็นอยู่ในขณะนี้ เช่น

บุตรธิดามีความสํานึกว่าบิดามารดาเป็นผู้มีพระคุณแก่ตนจริง และยอมรับด้วยใจว่า อุปการะของท่านนั้นเป็นความดีของท่าน

ศิษย์มีความสํานึกว่าครูอาจารย์เป็นผู้มีพระคุณแก่ตนจริง และยอมรับด้วยใจว่า การอบรมสั่งสอนของท่านนั้นเป็นความดีของท่าน

พสกนิกร มีความสํานึกว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงเป็นผู้มีพระคุณแก่ตนจริง และยอมรับด้วยใจว่า การที่พระองค์ทรงดูแลทุกข์สุขปกป้องผองภัยต่าง ๆ แก่ตนนั้นเป็นความดีของพระองค์

ความสํานึกยอมรับในใจถึงความดีของบุคคลอื่นที่มีต่อตัวเอง แม้เพียงเล็กน้อย เช่น ข้าวหนึ่งคํา นํ้าหนึ่งแก้ว ที่เขาหยิบยื่นให้ว่าเป็นอุปการะที่ตนต้องใส่ใจ ดังนี้ชื่อว่ากตัญญุตา หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ความกตัญญู

โดย ทวีพร ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ม.ค. 2550 , 10:19:42 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ความกตัญญูนี้แหละ เมื่อได้รับการเพาะฟักให้เกิดขึ้นในใจทีละเล็กทีละน้อยแล้ว เป็นเหตุให้บุคคลคิดที่จะสนองตอบพระคุณของท่าน แล้วลงมือปฏิบัติการโดยเสียสละทั้งพัสดุสิ่งของและร่างกายของตน ทําหน้าที่เป็นผู้สนองพระคุณที่ดี (กตเวทีบุคคล) เช่น บุตรธิดาเลี้ยงดูปรนนิบัติเชื่อฟังตั้งอยู่ในโอวาทบิดามารดา ศิษย์แสดงความเคารพนับถือครูอาจารย์ พสกนิกรแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เป็นต้น

การที่บุคคลแสดงความเสียสละทําเช่นนั้นได้ เพราะมีพื้นฐานจิตใจที่ไดรับการพัฒนาดีแลวจากกตัญญุตาธรรม หาไม่แล้วบุคคลจะเป็นผู้เห็นแก่ตัว มองข้ามความดีของผู้อื่นแม้กระทั่งบิดามารดาไปหมด แล้วก็จะปลีกตัวไม่คิดช่วยเหลือใคร ไม่คิดทําความดีให้ใคร เพราะมองไม่เห็นว่าทําแล้วจะเกิดผลดีอะไรขึ้นมาทํานองนี้

กตัญญุตาธรรมนี้ ท่านกล่าวว่า เป็นธรรมของสัตบุรุษ คือ เป็นธรรมที่แสดงถึงภูมิหรือชั้นบุคคลว่าผู้นั้นเป็นคนดีเพียงใด และว่า เป็นนิมิตเครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นคนดี คนอกตัญญูนับว่าเป็นคนไม่ดี เพราะไม่อาจปลงใจยอมรับความดีของใคร ๆ ได และเรื่องที่จะใหคนอกตัญญูคิดเสียสละตอบแทนคุณของผู้มีพระคุณนั้นเป็นสิ่งที่หวังยาก

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ม.ค. 2550 , 10:20:29 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

๓. หลักสันโดษ

ความสันโดษ หรือ ความยินดี ความรู้จักพอดี นอกจากจะพัฒนาจิตใจบุคคลให้มีความรู้จักพอดังกล่าวแล้ว ยังเป็นธรรมที่ส่งผลไปถึงให้บุคคลเกิดความรู้สึกที่จะเฉลี่ยเจือจานวัตถุปัจจัยหรือสิ่งอํานวยความสุขอื่น ๆ ที่ตนมีอยู่แก่บุคคลอื่น โดยไม่คิดหวงแหนเสียดาย และให้ด้วยเจตนาบริสุทธิ์มิได้หวังผลตอบแทน หรือให้เพื่อสงเคราะห์กันด้วยนํ้าใจ

ความสันโดษในลักษณะนี้ หากบุคคลได้ปลูกฝังให้เกิดมีขึ้นในจิตใจแล้ว จะกลายเป็นคนใจกว้าง กล้าได้กล้าเสีย เห็นประโยชน์ผู้อื่นหรือส่วนรวมเป็นที่ตั้ง การปฏิบัติหลักธรรม เช่น ทานก็ดี จาคะก็ดี ปริจจาคะก็ดี หากบุคคลไม่มีสันโดษแล้วก็ยากที่จะบริจาคได้ เพราะผู้สันโดษนั้น คือ ผู้ที่อิ่มตัวแล้วเป็นส่วนมาก หรืออิ่มตัวแล้วในพัสดุสิ่งของอื่น ๆ ไม่คิดเสียดายหวงแหนอีกแล้ว

การฝึกจิตให้มีความสันโดษนั้น ต้องอาศัยโยนิโสมนสิการ คือ การพิจารณาหลักความจริงต่าง ๆรอบ ๆ ตัว เช่น พิจารณาถึงความไม่มั่นคง ไม่แน่นอนของชีวิต ของทรัพย์สิน พิจารณาถึงความสุข ความทุกข์ของตน โดยเปรียบเทียบกับผู้อื่น หรือนําของผู้อื่นมาเปรียบเทียบกับตน ดังนี้เป็นต้น ก็จะมองเห็นภาพความจริงของชีวิต และความจริงของมนุษย์ทั่วไปว่าต้องช่วยเหลือกันจึงจะอยู่รอดปลอดภัย และมีความสุขร่วมกันได้

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ม.ค. 2550 , 10:21:00 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

อีกทางหนึ่งต้องอาศัยกัลยาณมิตร คือ มิตรแท้หรือเพื่อนแท้ เช่น ผู้ทรงศีล หรือครูอาจารย์ช่วยแนะนํา ชี้แนะให้เกิดความคิด หรือนําทางให้เดินโดยเสียสละเป็นตัวอย่าง เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุให้บุคคลเกิดสันโดษได้ทั้งสิ้น เมื่อเกิดสันโดษแล้วก็สามารถจะเป็นผู้เสียสละได้

ความเสียสละเป็นคุณธรรมดํารงสังคมเป็นหลักธรรมพัฒนาสังคม เพราะเป็นหลักที่พัฒนาบุคคลให้เห็นความสําคัญของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้เห็นความสําคัญของการร่วมมือกัน และการอยู่ร่วมกันด้วยความเห็นอกเห็นใจกัน

หากขาดหลักนี้เสียแล้ว บุคคลแต่ละคนก็จะมุ่งแต่เอาตัวรอดตัวใครตัวมัน จะคบกันก็เพื่อผลประโยชน์เท่านั้น จะช่วยเหลือกันก็ต้องมีผลประโยชน์ตอบแทน ขาดการร่วมมือกันและเมื่อเป็นเช่นนี้ สังคมจะอยู่เป็นสุขได้อย่างไร เพราะมีแต่คนเห็นแก่ตัวเช่นนี้ ดังนั้น ในการพัฒนาสังคม จําต้องพัฒนาบุคคลในสังคมให้มีความเสียสละเป็นพื้นฐานเดิมก่อนประการหนึ่ง

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ม.ค. 2550 , 10:21:43 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

สรุป

หลักธรรมต่าง ๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ล้วนเป็นหลักธรรมที่พัฒนาบุคคลในด้านจิตใจทั้งสิ้น เพราะคนเรานั้นหากจิตใจมิได้รับการพัฒนาให้มีให้เป็นขึ้นด้วยคุณธรรมแล้ว ความคิดเห็นในทางที่ผิด ๆ ก็อาจเกิดขึ้น อาจเป็นคนที่ไร้เหตุผล อาจเป็นคนควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ อาจเป็นคนขาดความรับผิดชอบ อาจเป็นคนขาดความซื่อตรง อาจเป็นคนไม่มีความเสียสละ ไม่มีความพอในใจคน ๆ หนึ่ง อาจขาดในอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลาย ๆ อย่าง เมื่อบุคคลในสังคมขาดอย่างใด ก็จะทําให้สังคมบกพร่องในทางนั้น

เช่น คนในสังคมควบคุมตัวเองไม่ได้สังคมก็จะมีแต่คนเอาแต่ใจตัว มีแต่คนมักง่ายขาดระเบียบวินัย นึกจะทําจะพูดอะไรก็ไม่ต้องเกรงใจใคร ความยุ่งเหยิงในสังคมก็จะเกิดขึ้น อันนี้เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า ความจําเป็นในการพัฒนาจิตใจคนในสังคมนั้นมีมาก และจําเป็นต้องรีบพัฒนาก่อนด้วย

หากชักช้าเพราะมัวไปห่วงพัฒนาวัตถุหรือระบบระบอบการปกครองแบบต่าง ๆ อยู่ แม้วัตถุจะถูกพัฒนาให้ดีเลิศอย่างไร มากมายอย่างไรระบบระบอบการปกครองแบบไหนที่ว่าดีที่สุดจะถูกนํามาใช้ก็จะถูกบุคคลนั่นแหละทําลายล้มล้าง หรือเพิกเฉยเสียเพราะบุคคลมองไม่เห็นคุณค่า เพราะเป็นคนไร้เหตุผล หรือขาดความรับผิดชอบ หรือขาดอะไรก็ตามที หรือหากเราจะเร่งผลิตวัตถุออกมาเพื่อให้พอเพียงแก่ประชาชนทั้งประเทศ หรือแก่คนในสังคมนั้นมากมายเพียงไรก็ตาม ก็ยังไม่พออยู่ดี และไม่มีทางพอด้วย

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ม.ค. 2550 , 10:22:17 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

หากประชาชนในประเทศหรือคนในสังคม ซึ่งก็ได้แก่ตัวบุคคลแต่ละบุคคลไม่มีความพอในใจ หรือเราจะออกกฎหมายมาปกครองคนสักกี่ฉบับ ออกกฎหมายลงโทษสักกี่ฉบับ ก็จะไม่มีวันทําให้อาชญากร หรือผู้ทุจริตมิจฉาชีพทั้งหลายลดลงได้ ถ้าประชาชนยังขาดความซื่อตรง ขาดความรับผิดชอบ และขาดการควบคุมตัวเองอยู่

นัยตรงข้าม ถ้าบุคคลได้รับการพัฒนาจิตใจ หรือมีจิตใจที่ฝึกปรือเปี่ยมด้วยหลักธรรมต่าง ๆ ดีแล้ว กฎหมายอาจไม่จําเป็นก็ได้ ระบบการปกครองแบบไหนย่อมดีและใช้ได้ทั้งสิ้น เพราะไม่มีคนที่คิดล่วงละเมิดหรือคิดหาทางทําลายล้าง ทำนองเดียวกันวัตถุที่พัฒนาขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว ย่อมจะใช้ได้นานจนหมดสภาพของมันไปเอง เพราะคนไม่ทําลายมัน ไม่ปล่อยปละละเลยมัน

ฉะนั้น จึงเห็นได้แล้วว่า การพัฒนาสังคมต้องมุ่งไปที่พัฒนาบุคคลเป็นพื้นฐานก่อน แม้จะพัฒนาไปพร้อมกับพัฒนาวัตถุก็อาจจะช้าไปหรือไม่เกิดผลเท่าที่ต้องการ การพัฒนาบุคคลย่อมต้องใช้เวลามากกว่าก็จริง แต่จะได้ผลถาวรและเป็นการสร้างตัวอย่างให้บุคคลภายหลังดําเนินตามไปด้วย ถ้าคิดเริ่มทําและลงมือทําคงไม่ยากนัก ที่ยากที่สุดก็คือตอนที่จะเริ่มเท่านั้น

จบ

โดย ทวีพร (ทวีพร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ม.ค. 2550 , 10:22:49 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

ติดตามอ่านมาตั้งแต่ตอนแรกจนจบในครั้งนี้ เสมือนได้ถูกขัดเกลาจิตใจที่ยังหยาบกระด้างให้เบาลงๆด้วยครับ และเห็นถึงคุณค่าของการพัฒนาตนไปด้วยคุณธรรมครับ เป็ฯประโยชน์ต่อชีวิตและสังคมจริงๆครับผม



คุรั

โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ม.ค. 2550 , 12:27:52 น.] ( IP = 58.9.143.2 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณค่ะ สำหรับหลักการพัฒนาตน โดยอาศัยธรรมะที่จะช่วยพัฒนาตนให้เป็นคนดี ก่อนที่จะพัฒนาสังคมต่อไป

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 ม.ค. 2550 , 23:06:51 น.] ( IP = 58.8.44.34 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org