มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิทยาน่ารู้(๕)







พุทธวิทยาน่ารู้(๕)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)

คำถามเกี่ยวกับเรื่อง อิริยาบถบรรพ


ตอนที่ผ่านมา

ถาม ผู้ปฏิบัติมีความจำเป็นอย่างไรหรือ จึงจะต้องไปคอยเฝ้าดูอิริยาบถ ๔ อยู่ ขอให้แสดงเหตุผลในการที่ต้องไปคอยเฝ้าดูอยู่เนืองๆ ให้เข้าใจสักหน่อยเถิด?

ตอบ เรื่องนี้ ขอให้ท่านลองพิจารณาด้วยเหตุผลสักหน่อยก็จะพอรู้ได้ ความจริงคนเราทุกวันนี้ต่างคนต่างก็หวังความสุขสบายด้วยกันทั้งนั้น ใช่ไหม เราก็จะต้องยอมรับว่า "ใช่" แล้วก็เป็นความจริงเช่นนั้น

เมื่อลุกจากที่นอน ต่างคนก็ตั้งหน้าไปทำงาน เพื่อแสวงหาความสุขให้ตนเและครอบครัวด้วยกันทั้งนั้น เพราะมีความเข้าใจว่า ถ้า ได้สมบัติที่ตนได้ตั้งใจไว้มาก็จะเป็นความผาสุขดังที่คาดคิด

อันนี้ไม่ว่าหญิงชาย เด็ก ผู้ใหญ่ สาวแก่แม่หม้าย พระ เถร ชี ก็ต้องการ ทุกคนก็ตั้งความหวังกันไว้คนละอย่างสองอย่าง แต่ทุกคนหาได้ใช้ปัญญา พิจารณาไม่ว่านั่นเป็นเพียงการแก้ทุกข์กันไปวันหนึ่งๆ เท่านั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ม.ค. 2550 , 22:06:56 น.] ( IP = 58.9.97.158 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

แท้จริงแล้วในแง่ของคำสอนพระหาได้ถือเป็นความสุขไม่ ที่แท้ก็คือ ความทุกข์นั่นเอง เพราะขึ้นชื่อว่า "โลก" แล้วไม่มีอะไรเป็นความสุขเลย พูดง่ายๆ ก็คือ เราจะไปแสวงหาความสุขในโลก เป็นอันว่าหาไม่พอก็แล้วกัน

เพราะความสุขไม่ได้มีอยู่ในโลกไหนๆ อันนี้เราจะเห็นว่าเป็นความทุกข์ได้ ก็จะต้องคอยใช้ปัญญาเฝ้าพิจารณาดูความจริงของความทุกข์ ที่มันกำลังปรากฏอยู่ ถ้าไม่เช่นนั้นก็ไม่อาจรู้ถึงความเป็นจริงของมันได้

หากมี ปัญหาถามสอดว่า "แล้วก็ความทุกข์ที่ว่านั้น มันอยู่ไหนกัน"
ก็ต้องตอบว่า "ก็อยู่ที่ขันธ์ ๕ หรือ นามรูปนั่นแหละ"

เพราะนอกจากขันธ์ ๕ รูปนามก็ไม่มีอะไรเป็นทุกข์ ตัวทุกข์ก็คือขันธ์ รูปนามนั่นเอง ดังนั้นการที่เราจำเป็นต้องใช้ปัญญาเฝ้าพิจารณา ดูอิริยาบถก็คือ การคอยใช้ปัญญาคอยเฝ้าดูทุกข์นั่นเอง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ม.ค. 2550 , 22:07:58 น.] ( IP = 58.9.97.158 : : )


  สลักธรรม 2

ถาม เมื่อได้ทราบเหตุผลว่า การที่ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องคอยเฝ้าพิจารณาดูกาย คือ อิริยาบถอยู่เนืองๆ นั้นก็เพื่อต้องการเห็นความจริงของขันธ์ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากทราบต่อไปว่า เมื่อเราพยายามเฝ้าพิจารณาดูอิริยาบถอยู่อย่างนี้ แล้วจะมีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นบ้างเล่า ?

ตอบ หากมีคำถามสอดเข้ามาว่าอะไรเป็นสภาพที่ปิดบังทุกข์เล่า ตามความจริงเราก็จะต้องตอบว่า อิริยาบถ นั่นแหละเป็นผู้ปิดบังทุกข์ เราจึงไม่เห็นความจริงของทุกข์

คราวนี้ความทุกข์ในที่นี้มี ๒ อย่าง คือ ทุกข์ในอิริยาบถเก่า ทุกข์ในอิริยาบถใหม่ ทุกข์ในอิริยาบถเก่าเรียกว่า "ทุกขเวทนา" อันนี้ใครๆก็รู้ คือ เมื่อเดินหรือยืนนานๆก็เป็น ทุกข์ อย่างนี้ใครๆ เขาก็กันทั้งนั้น

แต่ทว่าทุกข์ในอิริยาใหม่หามีใครรู้ไม่ เพราะทุกคนเมื่อถูกความทุกข์ในอิริยาบถเก่าบีบ คั้นเข้า ต่างก็ต้องผลัดเปลี่ยนไปหาอิริยาบถใหม่ด้วยกันทั้งนั้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเห็นผิด โดยคิดไปว่าถ้าเราเปลี่ยนอิริยาบถเสียได้ก็จะสบาย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ม.ค. 2550 , 22:08:29 น.] ( IP = 58.9.97.158 : : )


  สลักธรรม 3

นี่ทุกคนคิดกันอย่างนี้ทั้งนั้น แต่หารู้ไม่ว่าแม้ถึงอิริยาบถใหม่ที่ตนคิดว่าสบายนั้น ก็เป็นตัวทุกข์เหมือนกัน แต่ทุกข์ชนิดนั้นเป็นของละเอียด เราจะรู้ไม่ได้ด้วยสามัญสำนึกของคนโดยทั่วไป

ท่านได้เปรียบความทุกข์ในอิริยาบถเก่ากับทุกข์ในอิริยาบถใหม่ว่า เหมือนกับเถาหัวด้วน ธรรมดาของต้นเถาหัวด้วนมันจะเป็นต้นอ่อนหรือต้นแก่ก็ตามมันก็คงเป็นต้นเถาที่มีหัวด้วนเหมือนกัน ข้อนี้ฉันใดแม้ทุกข์มันจะอยู่ในอิริยาบถเก่าหรือใหม่ก็ตาม มันก็เป็นทุกข์คือทนอยู่ไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ

แต่มันเป็นความเข้าใจผิดของพวกเราเองจึงได้ไปตู่เอาอิริยาบถใหม่ว่าเป็นความสุข นี่แหละท่านจึงได้กล่าวว่า "อิริยาบถ ปิดบังทุกข์" เหตุนั้นการที่ท่านสอนให้คอยเฝ้าพิจารณาดูอิริยาบถ ก็เพื่อประโยชน์ที่จะให้เห็นทุกข์นั่นเอง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ม.ค. 2550 , 22:08:51 น.] ( IP = 58.9.97.158 : : )


  สลักธรรม 4

ถาม ก็ถ้าเห็นอิริยาบถเป็นทุกข์แล้วจะเกิดประโยชน์อะไรขึ้นเล่า ท่านจึงให้ดูทุกข์เพราะพิจารณาดูเผินๆ แล้วก็ยังมองไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไรในการเห็นทุกข์ ขอให้ชี้แจงและอ้างหลักมาดูให้เห็นสมควรด้วยว่า เมื่อเห็นทุกข์แล้วจะเกิดประโยชน์อย่างนั้น อย่างนี้?

ตอบ ประโยชน์อย่างอื่นๆ ที่เกิดจากการเห็นทุกข์ด้วยปัญญานั้น ก็ยังไม่เห็นว่ามีประโยชน์อะไรที่นอเหนือไปจากความบริสุทธิ์หมดจด ในเรื่องนี้ยังมีบาลีในธรรมบทขุททกนิกายรับรองข้อนี้ไว้เลยว่า

"สพฺเพ สงฺขารา ทุกฺขาติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา"
แปลความว่า "เมื่อใดผู้ปฏิบัติมาเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์ เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายในทุกข์ ข้อนี้เป็นทางแห่งความหมดจด"

ก็เป็นความจริงเช่นนั้น เพราะพุทธบริษัททุกคนตั้งใจเข้าหาพระพุทธศาสนาด้วยศรัทธา โดยมุ่งหวังที่จะทำตนให้พ้นทุกข์ในวัฏฏะ ท่านก็ต้องการประโยชน์คือ ความพ้นทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น

ดังนั้น เมื่อความหมดจดจากกิเลสาสวะทั้งหลายจะเกิดมีได้ก็เพราะการพิจารณาเห็นว่า "ขันธ์เป็นทุกข์" หากไม่เห็นว่าขันธ์เป็นทุกข์ด้วยภาวนามยปัญญาแล้ว ความหมดจดดังกล่าวจะเกิดมีขึ้นไม่ได้เลย


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ม.ค. 2550 , 22:09:11 น.] ( IP = 58.9.97.158 : : )


  สลักธรรม 5

ครับหลวงพ่อ ความทุกข์ที่พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เราท่านนั้นกำหนดรู้นั้น เป็นสิ่งที่ดูได้ยากมากครับผม เพราะมัวไปหลงไปติด แม้กระทั่งชื่อของความทุกข์ จนมองไม่ออกกันเลยว่า ความทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้นั้นและคือความทุกข์ จะเป็นทุกข์มากหรือน้องก็ขึ้นชื่อว่าทุกข์ทั้งนั้น

ดังนั้นการเข้าใจสภาพธรรมที่หลวงพ่อเพียรอธฺบายมานี้ ผมว่าจำเป็นอย่างมากนะครับ เพื่อจะได้นำหลักการไปตรวจดูชีวิต ไปสำรวจความเปลี่ยนของอิริยาบถได้เป็นอย่างดีเพื่อความเข้าใจเลยครับผม

กราบขอบพระคุณหลวงพ่ออย่างสูงครับผม ที่ให้ธรรมทานอันดีที่ประเสริฐนี้ครับท่าน

โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ม.ค. 2550 , 12:02:13 น.] ( IP = 58.9.148.235 : : )


  สลักธรรม 6

การถาม-ตอบ นั้น เป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติ
มากค่ะ

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ม.ค. 2550 , 21:29:20 น.] ( IP = 58.8.48.244 : : )


  สลักธรรม 7

ชีวิตเราไม่มีสักวินาทีเดียวที่จะหลีกหนีจากอิริยาบท ๔ ... ยืน เดิน นั้ง นอน...ได้

ซึ่งมีทั้งอิริยาบทเก่าและอิริยาบทใหม่ และในอิริยาบทนั้นก็มีทุกข์ปรากฏอยู่ หากแต่เรายังขาดปัญญาที่หยั่งรู้ได้...

การเฝ้าสังเกตอิริยาบทต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะประจักษ์ทุกข์ได้

กราบขอบพระคุณหลวงอย่างสูงที่เมตตาอธิบายให้เข้าใจในเรื่องอิริยาบทค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ม.ค. 2550 , 18:50:13 น.] ( IP = 58.9.146.36 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org