มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิทยาน่ารู้(๗)







พุทธวิทยาน่ารู้(๗)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)

คำถามเกี่ยวกับเรื่อง อิริยาบถบรรพ (ต่อ)


ตอนที่ผ่านมา

ถาม คำที่ว่าการปฏิบัติวิปัสสนาเป็นการถ่ายเทความเข้าใจผิดออกจากรูปนามนั้น อยากทราบนักว่า บัดนี้เรากำลังมีความเข้าใจผิดอะไรในรูปนามอยู่เล่า ?

ตอบ อันที่จริงความเห็นผิดที่ว่า " เราเห็น เราได้ยิน เรารู้กลิ่น เราลิ้มรส เราถูกต้อง เราเดิน เรายืน เรานั่ง เรานอน " เป็นต้น เหล่านี้แหละ มันเป็นความเข้าใจผิดที่ลึกซึ้งเหลือเกิน จนคนธรรมดารู้ไม่ได้ว่ามันเป็นความเข้าใจผิด

แต่ถ้าเราจะมาพิจารณากันด้วยเหตุผลสักหน่อยหนึ่งว่า การเห็น ได้ยิน รู้กลิ่น ลิ้มรส ถูกต้อง เดิน-ยืน-นั่ง-นอน เหล่านี้น่ะ มันเป็นเราที่ตรงไหน เพียงแค่นี้ก็พอจะสังเกตเห็นได้แล้วว่า มันเป็นความเข้าใจที่เลื่อนลอย หาหลักอะไรไม่ได้เลย

ตามหลักธรรมะของพระท่านว่า “ เดินเป็นรูป แม้นั่ง-นอน ก็เป็นรูป " แต่เราเป็นสาวกของพระพุทธองค์ ทำไมจึงได้ไปตู่เอารูปต่างๆเหล่านั้นมาเป็นเราเสียเล่า เรามันเป็นลูกที่มีความเห็นตรงกันข้ามกับพ่อนี่ ที่จริง สมเด็จพ่อก็สอนไว้ในที่หลายต่อหลายแห่ง เช่น ในอนัตตลักขณสูตร ก็มีว่า รูปไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา

ก็ถ้าว่ารูปนี้เป็นเรา และเป็นของๆเราแล้วไซร้ มันก็ไม่ควรที่จะเป็นไปเพื่อป่วยไข้ซิ ควรจะเป็นไปตามความประสงค์ของเรามิใช่หรือ แต่นี่เพราะรูปนามนี้มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของๆเรา มันจึงได้เปลี่ยนแปลงไปเป็น " อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา " บังคับบัญชาอะไรไม่ได้เลย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ม.ค. 2550 , 12:05:56 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เมื่อเราได้พยายามเฝ้าใช้โยนิโสมนสิการ คอยสังเกตดูอิริยาบถ ทุกๆอิริยาบถที่เปลี่ยนไปๆ โดยมีความรู้สึกตามไป ในขณะที่จะเปลี่ยนนั้น หนักๆเข้าก็จะรู้สึกขึ้นมาว่า ตนเองไม่มีอำนาจอะไรในอิริยาบถแต่ละอย่างเลย เมื่อถึงคราวที่มันจะเปลี่ยน ก็ฝืนมันไม่ได้ ต้องยอมเปลี่ยนให้มัน มิฉะนั้นก็จะเป็นทุกข์ ทนอยู่ไม่ได้แน่นอน

พิจารณาดูก็เหมือนกับคนไข้ กับคนที่พยาบาลไข้ ไม่ต่างกันเลย คนไข้ก็มีแต่ความเจ็บ เสวยทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส จะช่วยตัวเองก็ไม่ได้ จำต้องอาศัยคนที่พยาบาลคอยพยุงให้ลุก ให้นั่งอยู่ร่ำไป นับเป็นความลำบากทั้งคนที่เป็นไข้ ลำบากทั้งคนที่พยาบาลไข้ อย่างชนิดที่ไม่มีเวลาให้พักผ่อนบ้าง

ข้อนี้ฉันใด แม้นามรูปที่ปรากฏอยู่ตามอิริยาบถ ก็เหมือนกับคนที่เป็นไข้ คนที่เข้าไปยึดว่ารูปนามเป็นของเรา ก็ต้องเปลี่ยนอิริยาบถแก้ทุกข์กันอยู่วันยังค่ำ คืนยังรุ่ง ไม่มีที่สิ้นสุด เป็นสภาพที่น่าเบื่อหน่ายอย่างเหลือประมาณ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ม.ค. 2550 , 12:06:36 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

ถ้าเราพยายามปฏิบัติไปด้วยความสังเกตที่สุขุมโดยติดต่อแล้ว ก็จะรู้สึกว่า ไม่มีอะไรที่จะนอกเหนือไปจากทุกข์ ทุกข์อยู่ที่นามรูป รูปเก่าในอิริยาบถเก่า ก็ทนอยู่ไม่ได้ ครั้นเปลี่ยนไปสู่อิริยาบถใหม่ หนักเข้าก็ทนอยู่ไม่ได้อีก ต้องเปลี่ยนกันอีก

ขั้นแรกๆ จะเห็นทุกข์ในอิริยาบถเก่าก่อน เพราะมันหยาบเห็นได้ง่ายกว่าทุกข์ในอิริยาบถใหม่ สังขารทุกข์ในอิริยาบถใหม่นั้น เป็นของละเอียด เห็นได้ยากกว่า

แต่เมื่อปฏิบัติใช้ภาวนามยปัญญา สังเกตกำหนดไปๆ ก็จะเกิดความรู้สึกใหม่ๆขึ้นมาว่า แต่ก่อนเราคิดผิดว่า " การเดิน เป็นต้นนี้ เป็นเรา " จึงทึกทักเอาว่า เราเดิน-เรานั่ง-เรานอน เป็นต้น

ที่จริงแล้ว อิริยาบถเดิน-ยืน-นั่ง และนอน เป็นแต่สักว่า ธรรมะ ไม่ใช่ “เรา” ความเข้าใจว่า เดิน-ยืน-นั่ง-นอน เป็นเรานั้น เป็นความเห็นผิดที่เรียกว่า " มิจฉาทิฎฐิ " ต่างหาก

นี่แหละเป็นการเจริญวิปัสสนา จึงเป็นการถ่ายเทความเห็นที่ผิดๆออกไป โดยรับเอาแต่ความเห็นที่ถูกต้องเข้าสู่จิตใจแทนที่ความเห็นจึงเป็นวิสุทธิ คือ เป็นความเห็นที่หมดจด ที่เรียกว่า “ ทิฎฐิวิสุทธิ “ อันเป็นตัวปัญญาโดยตรงทีเดียว ตรงนี้แหละนับว่าเป็นความประสงค์ในทางพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะทีเดียว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ม.ค. 2550 , 12:06:54 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

อนื่ง ในที่ใดมีปัญญา ในที่นั้นก็จะต้องมี ศีลและสมาธิ จะขาดเสียไม่ได้ แต่ในที่ใดมีศีลและสมาธิ ปัญญาไม่ต้องมีก็ได้ เช่น ขณะทำสมถกรรมฐาน ศีลและสมาธิมี แต่ปัญญาไม่มีก็ได้

เพราะการเจริญสมถะไม่ได้มุ่งที่จะทำปัญญาให้เกิดขึ้น เพียงแต่อาศัยปัญญาคอยรักษานิมิตแห่งกรรมฐาน ขณะที่ยังไม่ได้เกิดฌานเท่านั้น แต่เมื่อเกิดฌานแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ปัญญาก็ได้

ในที่ใดมีศีล ในที่นั้นจะไม่มีสมาธิและปัญญาก็ได้ เช่น ในขณะที่พระ-เณรบวชอยู่ ที่จริงศีลของท่านมีอยู่ แต่ท่านมิได้ทำสมาธิและเจริญปัญญาเท่านั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ม.ค. 2550 , 12:07:17 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

แต่นั่นแหละ ผู้ที่หวังจะทำความเห็นให้เป็นวิสุทธิ หากไม่เจริญไตรสิกขา คือ ศีล-สมาธิ และปัญญา ให้เกิดพร้อมในอารมณ์เดียวกัน วิสุทธิเป็นอันว่าเกิดขึ้นไม่ได้แน่ๆ เพราะการทำงานของไตรสิกขา ไม่ได้เป็นเอกสมังคีในอารมณ์เดียวกันนั่นเอง

ดังนั้น ประตูที่จะทำให้เข้าถึงตัวศาสนาที่สำคัญก็อยู่ตรงที่ปฏิบัติวิปัสสนาเท่านั้น วิปัสสนามีสติปัฎฐานเป็นเหตุ ผู้ที่เจริญสติปัฎฐานประเภทกายานุปัสสนา โดยเฉพาะอิริยาบถบรรพ ดังที่กล่าวมา ก็เป็นวิถีทางหนึ่งที่จะนำให้ออกจากวัฏฏทุกข์ได้แน่นอน

จึงขอให้ท่านผู้สนใจในหลักธรรมปฎิบัติ พึงมนสิการตามแนว เท่าที่ได้ยกเอาบาลี-อรรถกถา-ฎีกา พร้อมด้วยหลักปฏิบัติมาแสดงไว้โดยย่อนี้ด้วย จะเป็นประโยชน์แก่ตัวของท่านเอง

และจะเป็นการสืบอายุของพระพุทธศาสนาอีกส่วนหนึ่งด้วย หากเราไม่ทำเสียแต่ชาตินี้ ในชาติต่อไปขออย่าได้หวังเลย เพราะชาติหน้าต้องทำเป็นนิสัยไปตั้งแต่ชาตินี้ หากไม่ทำไว้ จะไปเอานิสัยในชาติหน้ามาจากไหนกัน ฯ

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ม.ค. 2550 , 12:07:42 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณหลวงพ่ออย่างสูงครับ ที่ไขความข้องใจในเรื่องที่ว่าชีวิตไม่ใช่เราให้เห็นได้อย่างชัดเจน

อิริยาบถเดิน-ยืน-นั่ง และนอน เป็นแต่สักว่า ธรรมะ ไม่ใช่ “เรา” ความเข้าใจว่า เดิน-ยืน-นั่ง-นอน เป็นเรานั้น เป็นความเห็นผิดที่เรียกว่า " มิจฉาทิฎฐิ " ประโยคนี้ชัดเจนมากครับหลวงพ่อที่เคารพ


โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ม.ค. 2550 , 18:46:04 น.] ( IP = 58.9.146.36 : : )


  สลักธรรม 6

มาศึกษาเล่าเรียนเกี่ยวกับอิริยาบรรพต่อค่ะ

ต้ องพยายามใช้โยนิโสมนสิการคอยสังเกตดูอิริยาบถ
เมื่อประจักษ์ทุกข์แล้ว ก็จะถ่ายถอนความเห็นผิดไปได้

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ม.ค. 2550 , 18:56:42 น.] ( IP = 58.9.146.36 : : )


  สลักธรรม 7

ต้องอาศัยการปฏิบัติวิปัสสนา จึงสามารถถ่ายเทความเข้าใจผิดออกไป และจะต้องทำให้เป็นนิสัยติดตัวไปชาติต่อๆ ไป

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 ม.ค. 2550 , 23:10:10 น.] ( IP = 58.8.48.65 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อมากค่ะ

ชีวิตน่ากลัวนะคะ
เพราะบุคคลทั่วไปที่มีสภาพจิตที่ปกติแล้ว
ก็ยังมีความเห็นผิดเกือบทั้งวัน หลงในความเป็นเราเกือบตลอด

เป็นความเข้าใจผิดที่ลึกซึ้งอย่างที่กล่าวเลยละค่ะ
การปฏิบัติวิปัสสนา จึงเป็นแนวทางเดียวที่ไขความจริงของชีวิตได้

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ม.ค. 2550 , 21:01:03 น.] ( IP = 125.24.48.100 : : )


  สลักธรรม 9

คุรั

โดย เทพธรรม (เทพธรรม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 ม.ค. 2550 , 13:04:52 น.] ( IP = 58.9.147.230 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org