มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิทยาน่ารู้(๘)







พุทธวิทยาน่ารู้(๘)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)

คำถามเกี่ยวกับเรื่อง อิริยาบถบรรพ (จบ)


ตอนที่ผ่านมา

ถาม การใช้สติสัมปชัญญะกำหนดอิริยาบถนั้น หากผู้ปฏิบัติไม่รู้เท่าทันถึงเหตุผลแล้ว อิริยาบถก็อาจเป็นปัจจัยให้เกิดอภิชฌาและโทมนัสได้ใช่ไหม ?

ตอบ ถูกแล้ว อิริยาบถเก่าเป็นอิริยาบถที่จะหมดอายุแล้ว จึงเกิดความปวดเมื่อยเป็นทุกขเวทนา ถ้าไม่มนสิการให้ดีแล้ว ก็อาจทำให้เกิดโทมนัส ไม่พอใจในอนิฏฐารมณ์ คือ ความปวดเมื่อยนั้นก็ได้

หรือในขณะที่เราจะเปลี่ยนไปเป็นอิริยาบถใหม่ จะเป็นอิริยาบถใดก็ตาม ถ้าผู้ปฏิบัติไม่ใช้โยนิโสมนสิการให้ดีแล้ว ก็อาจอาศัยอิริยาบถใหม่ ซึ่งเป็นอิฏฐารมณ์ที่น่าปราถนานั้น ทำให้เกิดอภิชฌา คือ ความพอใจในอิริยาบถใหม่ ที่คิดว่าจะหายเมื่อยนั้นก็ได้

ดังนั้น การรู้เท่าทันในอิริยาบถทั้งเก่าและใหม่ ให้เห็นว่าเป็นเพียงการแก้ทุกข์ไปชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ม.ค. 2550 , 15:35:25 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ความจริงแล้ว ไม่มีอิริยาบถใดดอกที่จะเป็นความสุข ที่จริงก็เป็นทุกข์ด้วยกันทั้งนั้นแหละ แต่ที่คิดว่าถ้าผลัดเปลี่ยนไปเสียได้จะสบายนั้น นั่นเป็นการเข้าใจวิปลาสคลาดเคลื่อนไปต่างหาก

ก็ถ้าหากผู้ปฏิบัติได้พยายามใช้โยนิโสมนสิการ กำหนดให้รู้เท่าทันกับอิริยาบถ จนสามารถแยกความรู้สึกออกได้ว่า การเดิน-ยืน-นั่ง และนอนนี้ เป็นแต่เพียงว่ารูปธรรมเท่านั้น แล้วแต่ละอิริยาบถ ก็ไม่ใช่เป็นรูปเดียวกันอีกด้วย อย่างนี้ก็จะสามารถถอดถอนความเข้าใจผิดที่ว่า เราเดิน เรายืน เรานั่ง และเรานอน หมายความว่า เอาความเป็นเราออกไปเสียจากรูปได้ เช่นนี้ ความเข้าใจผิดต่างๆ อันเป็นตัวความเห็นผิด ที่เรียกว่า สักกายทิฏฐิ ก็จะหมดไป

ทุกๆขณะที่ปัญญาอย่างนี้เกิดขึ้น ตรงนี้แหละที่ท่านเรียกว่า " ประตูที่จะนำให้เข้าถึงตัวของพระพุทธศาสนา " ที่แท้จริง เดิมเราได้ยินแต่ ครูในภายนอกสอนว่า นามรูปไม่เที่ยง เป็นอนิจจัง ทุกขัง และเป็นอนัตตา

แต่บัดนี้ เราได้พบครูตัวจริงในภายในสอนแล้ว หมายความว่า นามรูปที่เรากำหนดรู้เท่าทันนั่นแหละ มันจะแสดงความจริงให้เราได้รู้หมดทุกอย่าง จนกว่าจะหมดไปจากความสงสัยในพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน โดยไม่ต้องมีผู้วิเศษคนใดมาสั่งสอนอีกแล้ว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ม.ค. 2550 , 15:36:53 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ แปลว่า " อันผู้รู้ทั้งหลาย จะพึงรู้ได้เฉพาะตน " นี่แหละจงจำไว้เถิด เป็นต้นทางที่จะให้ผู้ปฏิบัติบรรลุถึงจุดที่ว่านี้ สงสาร การท่องเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ของสัตว์ทั้งหลาย จะสิ้นสุดลงได้ก็ตรงจุดนี้แหละ ชนทั้งหลายจะปิดประตูอบายได้ ก็ต้องตั้งต้นกันตรงนี้

จึงขอให้ท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จงโปรดมนสิการใส่ใจไว้ แล้วก็หาเวลาปฏิบัติ เพื่อให้เข้าถึงจุดนี้เถิด จะชื่อว่า

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ แปลว่า ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธเจ้า ว่าเป็นสรณะ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ แปลว่า ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระธรรมเจ้า ว่าเป็นสรณะ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ แปลว่า ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระสงฆ์เจ้า ว่าเป็นสรณะ ฯ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ม.ค. 2550 , 15:38:27 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

อิริยาบถบรรพ


ยืน เดิน นั่ง นอน เอาเฉพาะอิริยาบถใหญ่ ๔ อย่างเท่านั้น อิริยาบถดังกล่าวนี้ต้องเป็นอิริยาบถที่เกิดโดยธรรมชาติเท่านั้น ไม่ใช่เป็นอิริยาบถที่แสร้งทำขึ้น เช่น การเดิน

ขณะที่เท้าก้าวไปไหวไป ก็ให้กำหนดรู้เพียงแค่อาการที่เท้าไหวๆ ไปเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องไปเดินแบบ ๖ ระยะ เพราะนั่นเป็นการไปแต่งอิริยาบถขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่เป็นสภาวะตามเป็นจริงเท่าที่เราเป็นอยู่ แต่ที่ในคัมภีร์ท่านแสดงไว้ว่าการเดินมี ๖ ระยะนั้นมันเป็นการเห็นของปัญญาที่เกิดขึ้นแล้ว แล้วเข้าไปเห็นอย่างนั้นต่างหาก ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ปฏิบัติจะไปขืนแสร้งทำขึ้นเองได้เมื่อไร

บางท่านอ้างว่า การทำเช่นนั้นก็เพื่อให้เกิดสมาธิ ...อันนี้ไม่มีความจำเป็น เพราะเราใช้สติปัญญากำหนดอยู่ที่สภาวะอารมณ์คือ การเดิน ให้รู้เท่าทันไปทุกๆ อิริยาบถที่เดินไป ก็เป็นสมาธิอยู่ในตัวแล้ว

สติที่กำหนดการเดินนั่นแหละเป็นตัวสมาธิ เพราะสติและวิริยะเป็นองค์ของสมาธิอยู่แล้ว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ม.ค. 2550 , 15:39:58 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

อิริยาบถเดินมีอายุเพียงแค่ย่างไปๆ ทีละก้าวๆ เท่านั้น ก้าวที่ ๑ ก็ไม่ใช่ก้าวที่ ๒ ก้าวที่ ๒ ก็ไม่ใช่ก้าวที่ ๓ มีอายุเพียงแค่ขณะเดียวก็ดับไปแล้ว แล้วเราจะไปเอาสมาธิตั้งมั่นให้นานในอารมณ์เช่นนั้นได้อย่างไร

เมื่ออารมณ์ดับ สติที่กำหนดต้องดับตามไปด้วย ขณะที่สติรู้อยู่ในท่าเดินนั้น ก็เป็นขณิกสมาธิอยู่แล้ว วิปัสสนาปัญญาไม่ได้อาสัยเกิดบนฐานของอุปจารสมาธิหรืออัปปนาสมาธิเมื่อไร

ดังนั้น จึงไม่ควรไปทำเช่นนั้น การยืน เดิน นั่ง และนอนมักมีมานานแล้ว เราจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติมันก็มีอยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่มันจะไปมีตอนที่เราปฏิบัติเมื่อไร

เพราะฉะนั้น พระอาจารย์กรรมฐานผู้ที่ชำนาญในเรื่องนี้ ท่านจึงสอนให้รู้สภาวะความจริงที่มันมีอยู่แล้วต่างหาก ผู้ปฏิบัติคอยแต่สร้างสติปัญญากำหนดดู ตามสภาวะความจริงของธรรมะนั้น ๆ เท่านั้น แต่ว่าจะต้องทำให้ช้ากว่าที่เป็นอยู่นิดหน่อย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ม.ค. 2550 , 15:40:53 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการจะให้กำหนดทันนั่นเอง จากพระบาลีสติปัฎฐานในข้อที่ว่า ยถา ยถา วา ปนสฺส กาโย ปณิหิโต โหติ ตถา ตถา นํ ปชานาติ

อันนี้ท่านหมายความว่า "ก็หรือว่า เธอตั้งกายไว้ด้วยอาการอย่างใด ๆ ก็ให้กำหนดรู้กายนั้น ให้ชัดเจน ด้วยอาการอย่างนั้น ๆ "

ข้อนี้หมายความว่า ผู้ปฏิบัติตั้งกายอยู่ในท่าไหน คือ กำลังยืน หรือ เดิน หรือ นั่ง หรือ นอน ถ้านั่งนั่งในท่าไหน ก็ให้กำหนดรูปในท่านั้น ๆ เท่านั้นแหละ ไม่ใช่ว่าจะต้องนั่งให้ได้เท่านั้นชั่วโมง เท่านั้นนาที นั่นเป็นเพียงวาทะของเกจิอาจารย์ที่สอนกันมาตามสำนักต่าง ๆ เท่านั้น แต่ไม่ใช่เป็นความมุ่งหมายของพระบาลีที่ว่าดอก

เท่าที่พูดแนะมานี้ เป็นเพียงข้อแนะนำเบื้องต้น ส่วนรายละเอียดจะไปแนะนำกันในขณะปฏิบัติอีกทีหนึ่งฯ

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ม.ค. 2550 , 15:41:23 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

เข้ามาติดตามหาความรู้ต่อครับหลวงพ่อ เพื่อจะได้วางใจในการกำหนดอิริยาบทต่างๆได้อย่างถูกต้อง เพื่อกำจัดความวิปลาสได้ในที่สุดครับผม

กราบระลึกในพระคุณที่หลวงพ่อได้อบรมสั่งสอนเสมอมาครับ

โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ม.ค. 2550 , 19:12:07 น.] ( IP = 58.9.147.53 : : )


  สลักธรรม 7

มาศึกษาเรื่องการปฏิบัติในอิริยาบถบรรพ ต่อค่ะ

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ม.ค. 2550 , 23:55:50 น.] ( IP = 58.8.47.229 : : )


  สลักธรรม 8

คุค่



มาทบทวนอีกครั้งค่ะ เพราะแนวทางการปฏิบัติที่ถูกเป็นความสำคัญอย่างยิ่ง


โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 ม.ค. 2550 , 17:18:15 น.] ( IP = 125.24.53.254 : : )


  สลักธรรม 9


มาศึกษาหาความรู้ต่อค่ะ

การที่เราได้พบครูตัวจริงในภายใน
คือ นามรูปมาสอนแล้วนั่นเอง จึงกล่าวได้ว่าเป็น
" ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหิ "
" อันผู้รู้ทั้งหลาย จะพึงรู้ได้เฉพาะตน "


กราบขอบพระคุณมากค่ะสำหรับคำสอนที่ทรงคุณค่า

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ม.ค. 2550 , 10:26:34 น.] ( IP = 124.121.174.44 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org