การเข้าถึงองค์แห่งความรู้นั้นเกิดจากการ
๑. สุตะ หรือ สุติ ได้แก่ความรู้ที่ได้สดับ เล่าเรียนหรือถ่ายทอดกันมา แบ่งเป็น ๒ คือ
ความรู้ที่ได้สดับตรับฟังมา บอกเล่า สอนเรียน ถ่ายถอดกันมาความรู้ที่บางศาสนาถือว่า ได้รับการเปิดเผยแจ้งดลใจจากเทพเจ้า
๒. ทิฏฐิ คือ ความเห็น ทฤษฎี ลัทธิ ความเชื่อถือต่าง ๆ ได้แก่ ความรู้ที่ได้ตกลงเป็นข้อ
สรุปให้แก่ตนเองอย่างใดอย่างหนึ่ง
๓. ญาณ ความรู้ ความหยั่งรู้ ความรู้บริสุทธิ์ ความรู้ตรงตามสภาวะ
นอกจากนี้ ยังมีการจำแนกความรู้อย่างอื่น ๆ แบ่งเป็นความรู้ต่างชนิดที่ทำให้เกิดองค์ความรู้มี ดังนี้
๑. อิติหะ (+ อนุสสวะ) อิติกิรา ปรัมปรา ได้แก่ ความรู้ที่ได้จากการบอกเล่า เล่าลือ ตรับฟัง ถ่ายทอด นำสืบกันมา
๒. ปิฏกสัมปทา ได้แก่ ความรู้ตามแบบแผนตำรา
๓. ตักกะ นยะ อาการปริวิตก ได้แก่ ความรู้ที่ได้จากการคิดหาเหตุผล คือ ตรรก อนุมาน การตริตรองตามแนวเหตุผล
๔. ทิฏฐินิชฌานักขันติ ได้แก่ ความรู้ที่พิจารณาเห็นสมกันหรือยอมรับเข้ากับทิฏฐิของตน
๕. สยมภิญญา หรือสักขธรรม ได้แก่ ความรู้ที่ได้ด้วยรู้แจ้งชัดประจักษ์กับตัว คือ ความรู้ที่เห็นจริง ได้รู้จริง ได้ทำให้แจ่มชัด ปรากฏชัดแล้ว
กระบวนการรับรู้
ถ้าถือ อายตนะ เป็นต้นทางของการรับรู้ อาจจัดกลุ่มความรับรู้เป็น ๒ ประเภท คือ
๑. ความรู้ทางปัญจทวาร คือ ความรู้ทางประสาทสัมผัสทั้ง ๕ เป็นความรู้ชั้นต้น
๒. ความรู้ทางมโนทวาร ได้แก่ ธรรมารมณ์
อีกประการหนึ่ง ท่านจัดความรู้ตามทางรับรู้เป็น ๔ ประการคือ
ทิฏฐะ สิ่งที่เห็น ได้แก่ ความรู้ที่ได้ด้วยการเห็นการดู
สุตะ สิ่งที่ได้ยิน ได้แก่ ความรู้ที่ได้มาจากการสดับทั้งหลาย
มุตะ สิ่งที่ได้สบทราบ ได้แก่ สิ่งที่รับรู้ทางจมูก ลิ้น และกาย
วิญญาตะ สิ่งที่แจ้งใจ ได้แก่ธรรมารมณ์หรือสิ่งทั้งหลายที่รู้ด้วยใจ
|