ท่าน
๒๒. ทำคนให้หันหน้าเข้าหากันให้บรรจบกัน เพราะต่างคนต่างลดทิฏฐิมานะลงหากัน เข้ากันได้ เป็นกันเอง รู้ใจกันดี
๒๓. ทำคนให้มีกาย วาจา ใจ บริสุทธิ์
๒๔. ทำคนให้ได้รับความสุข ๗ ประการ คือ สุขของมนุษย์ สุขทิพย์ สุขในฌาน สุขในวิปัสสนา สุขในมรรค สุขในผล สุขคือพระนิพพาน ตามสมควรแก่การปฏิบัติของตน ๆ
๒๕. ทำคนให้พ้นความเศร้าโศกปริเทวนาการดุจนางปฏาจาราเป็นตัวอย่าง
๒๖. ทำคนให้มีปัญญาดับความทุกข์ร้อนทางกายทางใจ
๒๗. ทำคนให้เดินทางถูก รู้จักวิถีทางแห่งชีวิตอันถูกต้องได้ดี ไม่หลงทาง ไม่มัวเมา รู้จักสูตรของคนที่ว่า เกิดเป็นคน คนให้ทั่ว ปากไม่ล้น ก้นไม่รั่ว ชั่วไม่เอา เมาไม่มี นี้คือคน ดังนี้
๒๘. ทำคนให้บรรลุมรรค ผล นิพพาน เป็นปริโยสาน
๒๙. ถึงปฏิบัติได้แค่ญาณ ๑-๒ คือเพียงอยู่ในญานต่ำ ๆ หรือญาณต้น ๆ ถ้าพยายามรักษาไว้ได้และปฏิบัติต่อ ๆ ไป ก็สามารถป้องกันในอบายภูมิได้ ดังมีหลักฐานรับรองไว้ในคัมภีร์ วิสุทธิมรรค หน้า ๒๒๙ ว่า
อิมินา ปน ญาเณน สมนฺนาคโต วิปสฺสโก พุทฺธสาสเน ลทฺธสฺสาโส ลทฺธปติฏฺโฐ นิยคติโก จูฬโสตาปนฺโน นาม โหติ
แปลว่า ผู้วิปัสสนากรรมฐานถึงญาณที่ ๒ คือ ปัจจยปริคคหญาณนี้แล้ว ได้ความเบาใจในพระพุทธศาสนา ได้ที่พึ่งที่ระลึกในพระพุทธศาสนา มีคติอันเที่ยง คือตายแล้วไม่ไปอบายภูมิ ชื่อว่าเป็นจูฬโสดาบัน หมายความว่า เป็นผู้เข้าสู่กระแสพระนิพพานน้อย ๆ แล้ว
๓๐. ถ้าปฏิบัติถึงญาณ ๔ คืออุทยัพพยญาณ ชื่อว่าเป็นผู้มีชีวิตอันประเสริฐ ถึงจะตายเสียในวันนั้น ก็ยังดีกว่าบุคคลผู้ไม่ได้ปฏิบัติแต่มีชีวิตเป็นอยู่ได้ตั้ง ๑๐๐ ปี ดังมีหลักฐานรับรองไว้ ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก เล่ม ๑๕ หน้า ๓๐ ว่า
โย จ วสฺสตํ ชีเว อปสฺสํ อุทยพฺพยํ เอกาหํ ชีวิตํ เสยโย ปสฺสโต อุทยพฺพยํ
ผู้เจริญวิปัสสนากรรมฐานถึงญาณที่ ๔ คือ อุทยัพพยญาณ เห็นความเกิดดับของรูปและนาม ถึงแม้จะมีชีวิตอยู่ได้เพียงวันเดียว ก็ยังประเสริฐกว่า บุคคลผู้ไม่เห็นความเกิดดับของรูปนาม แต่มีชีวิตเป็นอยู่ ได้ตั้ง ๑๐๐ ปี ดังนี้
๓๑. เป็นปัจจัยให้ได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน ในชาติต่อ ๆ ไป คือ ถ้าเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ในปฐมวัยแต่ยังไม่สำเร็จ จะเป็นปัจจัยให้ได้สำเร็จในมัชฌิมวัย ถ้าไม่สำเร็จในมัชฌิมวัย จะเป็นปัจจัยให้สำเร็จในปัจฉิมวัย ถ้าไม่สำเร็จในปัจฉิมวัย จะเป็นปัจจัยให้สำเร็จในเวลาใกล้จะตาย ถ้าไม่สำเร็จในเวลาใกล้จะตาย จะเป็นปัจจัยให้ไปเกิดสุคติ
๓๒. ทำกิเลส คือ โลภะ โทสะ โมหะ ตัณหา มานะ ทิฏฐิ เป็นต้นให้เบาบางลง
๓๓. ทำให้เป็นคนมีใจสุขุมเยือกเย็น
๓๔. ทำให้เป็นคนมีสติรอบคอบ ดุจรถยนต์ที่มีระบบห้ามล้อที่ดีฉะนั้น
๓๕. ทำให้สมาธิดี ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้เรียนหนังสือเก่ง เป็นประโยชน์แก่นักเรียน นักศึกษามาก
๓๖. ทำให้โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ หายไป ไวเพราะมีปัจจัยจากสุขภาพจิตดี ๓๗. สามารถเป็นปัจจัยนำไปเกิดในสวรรค์ได้ เช่น พระภิกษุรูปหนึ่งเจริญวิปัสสนากรรมฐานถึงญาณที่ ๔ แล้วมรณภาพลง ได้ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลงมากราบทูลขอฟังธรรมและปฏิบัติธรรมต่อ ในที่สุดก็ได้สำเร็จเป็นโสดาบัน
๓๘. ทำให้มีความเชื่อความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยหนักแน่นมั่นคงยิ่งขึ้น
๓๙. สะดวกแก่การปกครอง คือ ทำให้ผู้ที่ได้รับการอบรมไปนั้น เป็นผู้ปกครองง่าย ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนให้เกิดขึ้นแก่หมู่คณะและสังคมทั่ว ๆ ไป
๔๐. กันโง่ เพราะขาดสติ สติเป็นคู่ปรับกับโมหะ โมหะนี่แหละเป็นตัวโง่อย่างสำคัญที่สุด
๔๑. มีสติตั้งมั่นดีทั้งในยามปกติและในเวลาใกล้จะตาย คือไม่หลงตาย
๔๒. ทำให้คนมีศีลธรรม วัฒนธรรมอันดีงาม
๔๓ สร้างสัมมาทิฏฐิทำลายทิฏฐิที่วิบัติให้หมดไป