มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิทยาน่ารู้(๙)







พุทธวิทยาน่ารู้(๙)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)

สัมปชัญญบรรพ และธาตุมนสิการ


ตอนที่ผ่านมา


สัมปชัญญบรรพ


ขณะก้าวไปข้างหน้า หรือถอยกลับมาข้างหลัง ซึ่งเป็นอิริยาบถย่อย ก็ให้กำหนดรู้ในอาการที่ก้าวไปหรือถอยกลับ ขณะคู้อวัยวะเข้า หรือเหยียดอวัยวะออก ก็ให้กำหนดรู้เท่าทันในอาการที่ปรากฏอยู่ขณะนั้น

ข้อที่น่าสังเกตตรงนี้ก็คือมีวิธีปฏิบัติบางสำนักขณะนั่งอยู่เขาสอนหมั่นยกแขนขึ้น เอาแขนลงหรือหมั่นเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ๆ ทั้งนี้ ก็เพื่อต้องการที่จะให้ผ้ปฏิบัติมีงานทำ ถ้าอยู่เฉย ๆ แล้วจะไม่มีงานทำ การเข้าใจแบบนี้ เป็นการเข้าใจผิดไม่สมควรทำ

เพราะการหมั่นยกแขนขึ้นหรือหย่อนแขนลงนั้น ตามปกติเราไม่ได้ทำกันเป็นอาการที่เราสร้างขึ้นใหม่ ไม่ใช่สภาวะเดิมผู้ปฏิบัติไม่ต้องกลัวว่าจะมีอารมณ์ในขณะที่ตนนั้งเฉย ๆ อาการนั่งนั้นแหละก็เป็นอารมณ์อยู่ในตัวแล้วทำไมไม่กำหนดเล่า เหตุนั้นวิธีที่ว่านั้นจึงเป็นวิธีที่ไม่ชอบด้วยเหตุผล

เพราะอิริยาบถทุก ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นอิริยาบถใหญ่หรืออิริยาบถย่อยก็ตาม จะมีขึ้นก็ต้องให้เกิดมีโดยธรรมชาติส่วนผู้ปฏิบัติมีหน้าที่อย่างเดียวคือ คอยกำหนดรู้ตามสภาวะที่ปรากฏขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่มีหน้าที่ ๆ จะไปแต่งอิริยาบถขึ้นใหม่

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 ม.ค. 2550 , 20:24:13 น.] ( IP = 58.9.97.104 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อันนี้ต้องระมัดระวังให้มาก ๆ เวลาจะนุ่งห่มเครื่องนุ่งห่มใด ๆ ก็จะต้องกำหนดว่าจะนุ่งห่มผ้านี้ ก็เพื่อต้องการจะป้องกันความร้อน-หนาว ป้องกันสัตว์เลื้อยคลานหรือปกปิดอวัยวะที่น่าละอายอันจะเป็นเหตุให้ปฏิบัติไม่สะดวก เป็นการแก้ทุกข์ไปในตัวอีกส่วนหนึ่งด้วย

เวลาจะรับประทานอาหาร ก็จะต้องกำหนดรู้ ขณะเมื่อจิตเกิดอยากจะตักอาหาร ก็ต้องกำหนดรู้ เวลามือจะเคลื่อนที่ไปหยิบช้อน ก็ต้องกำหนดรู้ ขณะจับช้อนก็ต้องกำหนดรู้ ขณะเอามือถือช้อนยื่นออกไปตักอาหาร ก็ต้องกำหนดรู้

ขณะตักอาหารขยับ ๆ มือก็ต้องกำหนดอาการที่ขยับของมือที่ตักอาหารนั้น เมื่อตักได้ที่แล้วจะยกมือขึ้นมาใสปากก็ต้องกำหนดรู้ ขณะมือมาถึงปากก็ให้หยุดไว้ก่อน จากนั้นก็อ้าปาก ขณะอ้าปาก ก็ต้องกำหนดรู้

เมื่อนำอาหารใส่ปากก็ต้องกำหนดรู้ ขณะนำอาหารใส่ปากเรียบร้อยแล้วก็ให้กำหนดรู้ แล้วก็หุบปากไว้อย่าเพิ่งเคี้ยวในขณะที่มือยังไม่ได้ลงมาถึงที่ ต่อเมื่อเอามือมาวางถึงที่เรียบร้อยแล้ว จึงค่อยเคี้ยวอาหาร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 ม.ค. 2550 , 20:27:28 น.] ( IP = 58.9.97.104 : : )


  สลักธรรม 2

ขณะเคี้ยวอาหารผู้ปฏิบัติจะกำหนดที่รส หรือที่ขากรรไกรขณะที่ไหวไป ๆ ทุก ๆ ขณะก็ได้ ขณะที่เคี้ยวยังไม่เสร็จอย่าเพิ่งกลืนอาหาร ต่อเมื่อเคี้ยวละเอียดดีแล้วจึงค่อยกลืน ขณะกลืนอาหาร ก็ให้กำหนดรู้ที่ถูกกลืนอาหารลงไป จากนั้นก็ให้กลับมากำหนดใหม่โดยนัยที่ได้กล่าวมาแล้ว

ขณะเดียวกันก็ให้ทำในใจว่ารับประทานอาหารนี้เพื่อแก้ทุกข์เท่านั้นเพราะถ้าไม่รับประทานก็เป็นทุกข์เพราะหิวให้ผู้ปฏิบัติพึงทำอย่างนี้ตลอดไปจนกว่าจะอิ่ม แม้เวลาจะดื่มน้ำก็มีนัยเหมือนกัน ลิ้มรสก็ให้กำหนดรู้ที่รสโดยไม่ใส่ใจว่าเป็นรสอะไร

เพราะรสเป็นธรรมะที่มีสภาวะความจริง ส่วนชื่อของอาหารต่าง ๆ เป็นเพียงบัญญัติที่สมมติขึ้นเพื่อให้รู้เท่านั้น ทั้งจะเป็นปัจจัยให้เกิดความชอบและความชังอีกส่วนหนึ่งด้วย

เวลาจะถ่ายอุจจาระปัสสาวะก็ให้กำหนดรู้ ขณะกำลังไหลออกอยู่ขณะที่ถ่ายออกหมดแล้ว ก็ให้กำหนดรู้ทุก ๆ ขณะไปพร้อมกับใส่ใจว่าถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะนี้ ก็เพื่อต้องการจะแก้ทุกข์เท่านั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 ม.ค. 2550 , 20:28:56 น.] ( IP = 58.9.97.104 : : )


  สลักธรรม 3

รวมความว่าการบริหารขันธ์ด้วยการพยุงลุก พยุงนั่ง ให้อาบน้ำ ให้ยืน ให้เดิน ให้กิน ดื่ม ทำ พูด นิ่ง ก็เป็นการแก้ทุกข์ทั้งนั้น พิจารณาดูแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับคนพยาบาลไข้ คนที่เป็นไข้หนักก็ย่อมจะกระสับกระส่าย ไม่เป็นอันกินอันนอนพลิกไปพลิกมา ช่วยตัวเองก็ไม่ได้จำเป็นต้องอาศัยคนผู้พยาบาล

คนพยาบาลเองก็เป็นทุกข์เพราะต้องอดหลับอดนอน เมื่อนอนไม่ได้ก็เป็นเหตุให้รับประทานอาหารไม่ได้ ต้องพลอยเป็นทุกข์ไปกับคนไข้ด้วย ครั้นจะไม่ช่วยหรือก็จะตาย จึงจำเป็นต้องช่วยเหลือไปจนกว่าผู้ป่วยจะสิ้นชีพ

ข้อนี้ฉันใดแม้คนที่ยึดถือขันธ์ด้วยอุปาทาน คือ ตัณหา และทิฐิ ก็ต้องพลอยลำบากไปกับขันธ์ด้วยการบริหารขันธ์นี้ไม่รู้จักจบ ดังนั้นพระจึงตรัสว่า "สังขารา ปะระมา ทุกขา" สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์ยิ่งกว่าทุกข์ทั้งปวง

ขันธ์จึงเป็นเสมือนภาชนะรองรับทุกข์ ทุกข์จรมีโสกะปริเทวะทุกข์กาย ทุกข์ใจ ความคับแค้นใจ เพราะประสบกับความหายนะของหมู่ญาติบ้าง ของโภคสมบัติบ้าง ขันธ์เองก็เป็นทุกข์เพราะต้องเกิด ต้องแก่เก่า ต้องดับสลาย เป็นประจำอยู่แล้วทุกขณะ

มิใช่เพียงแต่เท่านั้น การเสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกติฉินนินทา ทุกข์กาย ทุกข์ใจจิปาถะ ก็ต้องมาลงที่ขันธ์นี่แหละ พระอริยเจ้าทั้งหลายมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น ท่านจึงเป็นผู้ที่หลุดพ้นแล้วจากทุกข์ทั้งปวงฯ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 ม.ค. 2550 , 20:29:40 น.] ( IP = 58.9.97.104 : : )


  สลักธรรม 4

ธาตุมนสิการ


การกำหนดธาตุก็เป็นการกำหนดยาก เพราะในกลุ่มของรูปธาตุต่าง ๆ อันมีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นใหญ่เป็นประธานของรูปทั้งหลาย มีอยู่ในมัดของรูปทุก ๆ มัด ธาตุดินและธาตุน้ำเป็นธาตุที่หนัก ส่วนธาตุไฟและลมเป็นธาตุที่เบา

ขณะยกเท้าก้าวไปขณะนั้นมีธาตุลมกับธาตุไฟ เป็นประธาน ส่วนธาตุดินกับน้ำ เป็นฝ่ายตามอุปถัมภ์ ขณะวางเท้าลงถึงพื้น ธาตุดินและน้ำ เป็นประธาน ส่วนธาตุลมและไป เป็นธาตุที่ตามอุปถัมภ์ เป็นต้น

รวมความโดยย่อ ๆ แล้ว ในกลุ่มของรูปทุก ๆ กลุ่มก็มีธาตุ ๔ นี้เกิดร่วมกันเสมอไป เป็นแต่เพียงธาตุ "นิสสตฺโต" ไม่ใช่สัตว์ "นิชฺชีโว" ไม่ใช่ชีวิต "สุญฺโญ" ว่างเปล่าจากตัวตน คน สัตว์

ให้ผู้ปฏิบัติกำหนดรู้ โดยใส่ใจอย่างนี้ ๆ จนกว่าจะเกิดภาวนามยปัญญาเห็นความจริงขึ้น

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 ม.ค. 2550 , 20:30:08 น.] ( IP = 58.9.97.104 : : )


  สลักธรรม 5

>คุค่



มาศึกษาต่อค่ะ เป็นธรรมะที่ควรศึกษาและนำไปปฏิบัติให้ถูกตรงและถูกต้อง
วันนี้กลับไปดูประวัติของท่านพระครูอีกครั้ง ก็ประทับใจในความรู้ความสามารถของท่านทุกครั้ง
และชีวิตของท่านอุทิศให้กับงานเผยแพร่ธรรมอย่างมากมาย
ขอกราบบูชาท่านพระครู มา ณ ที่นี้ค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 ม.ค. 2550 , 21:45:45 น.] ( IP = 125.24.60.204 : : )


  สลักธรรม 6

อ่านแล้วอยากร้องไห้ คิดถึงท่านพระครู
ท่านชี้ให้เห็นได้ชัดเจนว่าขันธ์ ที่เรารักหนักหนานั้น แท้จริงต้องบริหารอยู่ตลอดเวลา

กราบขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ม.ค. 2550 , 10:41:59 น.] ( IP = 124.121.174.44 : : )


  สลักธรรม 7

เป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์กับผู้ที่ปฏิบัติมากค่ะ

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ม.ค. 2550 , 23:05:49 น.] ( IP = 58.8.44.227 : : )


  สลักธรรม 8

อ่านแล้วซึ้งใจกับคำบรรยายการปฎิบัติในสัมปชัญญบรรพ ที่ท่านอธิบายให้ทราบอย่างละเอียด ทุกๆขั้นตอนในการรับประทานอาหาร และการกำหนดแก้ทุกข์ต่างๆ

จะได้เป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไปค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณร ที่กรุณานำธรรมบรรยายอันทรงคุณค่าของท่านพระครูมาให้อ่านค่ะ

โดย ธัญธร (ธัญธร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ม.ค. 2550 , 15:16:48 น.] ( IP = 203.188.58.227 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org