มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผู้ค้นพบธรรมชาติว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจ




ผู้ค้นพบธรรมชาติว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจ


พระพุทธองค์องค์พระบรมศาสดาสัมพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ที่ได้มาอุบัติเกิดขึ้นในโลกหนทางออกจากทุกข์มาปรากฎด้วยการตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ การได้มาซึ่งพระอนุตรสัมมาฯ นี้ก็ได้มาจากผลแห่งการกระทำอย่างหนึ่งคือการสร้างสมอบรมบารมี บารมีจึงถือได้ว่าเป็นเครื่องอาศัยของเราท่านทั้งหลายที่คิดจะเดินทางออกจากห้วงมหรณรสพสงสารนี้ไป
การปรารถนาตั้งใจมั่นเพื่อจะให้ข้ามฝั่งแห่งชีวิตชื่อว่าบารมี บารมีจึงเป็นเสมือนเครื่องช่วยนำพาไปถึงฝั่งแห่งความไม่ต้องมาเกิดอีกคือถึงซื่งพระนิพพาน


-พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งความจริงว่าด้วยถึงจะธรรมชี้ให้เห็น ความเป็นไปแห่งธรรมชาติว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจและแสดงถึงกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติ การมาอุบัติมาขององค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเชื่อได้ว่าประดุจประทีปแห่งหนทางทั้งหลายที่ยิงสัตว์ทั้งหลายที่มีความทุกข์เป็นแดนเกิดทุกภพทุกภูมิได้ เห็นทางออกที่ประเสริฐการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลายทุกภพทุขภูมิล้วนมาแต่กิเลส ตัวการทำให้กรรมคือการกระทำของสัตว์ทั้งหลายนั้น มีผลรับทั้งทางดีทางชั่ว ถ้าเป็นกรรมดีหรือสร้างกุศลก็เรียกว่าวิบากแห่งบุญแต่ถ้าทำชั่วก็ชื่อได้ว่าวิบากแห่งบาป ผลหรือวิบากนี้เองยังสัตว์ทั้งหลายให้ต้องวนเวียนอยู่ในวัฎจักรแห่งชีวิต ด้วยอำนาจแห่งกิเลสยังสัตว์ให้ต้องทำกรรม เมื่อทำกรรมแล้วย่อมมีผลคือวิบากวนเวียนเป็นกิเลสกรรมวิบากสืบต่อหาที่สิ้นสุดแห่งชีวิตไม่


โดย ธีรวัสดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ม.ค. 2550 , 21:03:56 น.] ( IP = 58.9.112.137 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ผู้ค้นพบธรรมชาติว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจ




พระพุทธศาสนา เกิดจากการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ และผลตอบแทนที่ได้ จากการตรัสรู้เองนั้น ได้ส่องประกายของความสุขแก่ มวลมนุษย์ชาติ ผู้ที่ได้ฟัง ได้ศึกษา ได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ โดยไม่จำกัด เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ โดยให้เข้าถึงหลักธรรมอันสูงสุดและลึกซึ้ง ถึงคำว่า พระนิพพาน การเข้าถึง หรือ การเฉียดเข้าไปให้ใกล้พระนิพพาน มีหลากหลายวิธี ตามความเชื่อของศาสนายุคโบราณ แต่เมื่อพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้แล้ว ได้สั่งสอนหมู่สัตว์ไปทั่วทุกแห่ง ทั้งมนุษย์ และเทวดา ทั้งหลายด้วย พระพุทธองค์ สามารถดึงให้คนทุกชาติ ทุกวรรณะ ได้เข้าถึงธรรมะโดยทางเดียวกัน นั่นคือ ความหลุดพ้น หรือ พระนิพพาน นั่นเอง


ทุกสรรพสิ่งในโลกเมื่อมีหรือเกิดขึ้นมาแล้วย่อมต้องแตก ทำลาย สลายไปเป็นธรรมดาทั้งสิ้น ผลไม้ที่สุกแล้วย่อมร่วงหล่นจากต้น ภาชนะดินที่ช่างปั้นปั้นแล้วไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ย่อมมีวันแตกทำลาย มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน เมื่อเกิดมาแล้ว ไม่ว่าจะมีฐานะเช่นไร มีอำนาจวาสนาแค่ไหน ไม่ช้าก็เร็ววันหนึ่งก็ต้องตาย แต่มนุษย์กลับไม่มองหรือยอมรับความเป็นธรรมดานั้น จึงปล่อยปละละเลย ไม่ใส่ใจกับความตายเท่าที่ควร สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองอย่างมหาศาลจึงดูไม่มีคุณค่า ยิ่งไปกว่านั้นยังพากันหวาดกลัวต่อความตาย ปฏิเสธความตายด้วยการหลีกเลี่ยงไม่กล่าวถึง พยายามดิ้นรนเพื่อยืดชีวิตให้ยาวนานด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะ


โดย Tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ม.ค. 2550 , 21:05:22 น.] ( IP = 58.9.112.137 : : )


  สลักธรรม 2

ผู้ค้นพบธรรมชาติว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจ


ด้วยพิธีกรรม หรือด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์สมัยใหม่ แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายเพียงใดก็ตาม ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าในที่สุด ความตายก็จะต้องคืบคลานมาถึงอย่างแน่นอน
ความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเรื่องความไม่เที่ยงของสังขารทั้งหลาย และไม่เข้าใจความหมายของความตายตามความเป็นจริง รวมทั้งหลักสังสารวัฎ หรือ การเวียนว่ายตายเกิด จึงมีความลังเลสงสัย ขาดความเข้าใจในเรื่องกรรม สิ่งที่ก่อให้เกิดกรรม และ ผลของกรรม ทำให้ไม่แน่ใจในชีวิตหลังความตายว่าจะดีหรือเลวกว่าในชีวิตปัจจุบัน ตายแล้วจะได้เกิดอีกหรือไม่ ถ้าเกิดอีก จะไปเกิดที่ใด เพราะไม่มั่นใจว่าได้กระทำกรรมดีหรือกรรมชั่วไว้มากน้อยแค่ไหน เพียงพอที่จะทำให้ไปเกิดในที่ที่ปรารถนาจะไปเกิดหรือไม่ จึงมีความทุกข์ ความเศร้าโศก ความหวาดกลัว ด้วยเกรงว่าหากมีความดีน้อย เมื่อตายแล้วก็จะต้องไปทนทุกข์ทรมานในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก


ศึกษาหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับมูลเหตุและปัจจัยอันจะทำให้บุคคลสามารถดำรงชีวิตในปัจจุบันอยู่ได้โดยไม่เบียดเบียนหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองและผู้อื่น ด้วยจิตที่เบิกบาน ผ่องใส ไม่เศร้าหมอง จวบจนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย ซึ่งจะมีผลผูกพันไปถึงชีวิตหน้า เพื่อเป็นแนวทางให้เข้าใจความหมายของความตายตามความเป็นจริง และ ข้อควรปฏิบัติในขณะมีชีวิตอยู่ แม้ไม่ถึงจุดประเสริฐสูงสุดทางพระพุทธศาสนา คือ มรรคผล นิพพาน แต่ถ้าพินิจพิจารณาโดยแยบคายแล้ว ก็จะเห็นผลดีของข้อพึงปฏิบัติและผลเสียของข้อไม่ควรปฏิบัติ ที่จะนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สุขที่แท้จริงกับชีวิตตนเองได้


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ม.ค. 2550 , 21:07:53 น.] ( IP = 58.9.112.137 : : )


  สลักธรรม 3

ผู้ค้นพบธรรมชาติว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจ



บุคคลในสังคมการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญมากในการที่จะได้พบกับ
ความสุขที่แท้จริง ต้องการดำเนินชีวิตอยู่ในทางแห่งความดี ชีวิตจึงจะดีงามและมีความสุขยั่งยื่น และแม้ว่าบุคคลจะปรารถนาความเป็นคนดี แต่เมื่อไม่รู้จักทางแห่งความดีก็ไม่อาจทำให้ความปรารถนานั้นเต็มบริบูรณ์ได้ ทางแห่งความดีนั้น คือหนทางแห่งการนำพาชีวิตให้พบกับความสุข ความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรืองอย่างถาวร


การเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่า “ยากแสนยาก” เมื่อศึกษาและพิจารณาแล้ว การที่คนเราเกิดมาเป็นมนุษย์ได้นั้นต้องอาศัยองค์ประกอบหลายประการคือ “ต้องเป็นผู้เคยสะสมบุญไว้ก่อน” เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ มนุษย์เราเมื่อเกิดมาพอรู้เดียงสาก็เริ่มทำความดี เช่นเป็นผู้ที่ว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดามารดา มีความกตัญญู ตั้งใจบำเพ็ญประโยชน์ ให้ทาน รักษาศีล ฝึกอบรมจิตใจ ให้ควรแก่การทำงานหรือปฏิบัติหน้าที่มีความรับผิดชอบ หลายท่านอาจจะข้องใจว่าบุญ-บาปเกิดจากอะไร? บุญและบาปเกิดจากจิตมนุษย์ จิตเป็นผู้คิดทั้งและชั่ว เมื่อจิตคิดย่อมแสดงพฤติกรรมที่ดีออกมาทางกายและวาจา ความดีของกาย-วาจาและจิต ที่จิตสั่งสมไว้เรียกว่า”บุญ” เมื่อจิตคิดชั่ว ย่อมแสดงพฤติกรรมที่ชั่วออกมาทางกายและวาจา ความชั่วทางกาย-วาจาและจิต ที่จิตสั่งสมไว้เรียกว่า “บาป”
บุญก่อใหเกิดความดีแก่ชีวิตมนุษย์มากมีอานุภาพส่งเสริมผู้บำเพ็ญบุญให้มีผู้นิยมนับถือของผู้พบเห็น เป็นบุคคลที่น่ายกย่องนิยมบูชา เป็นผู้มีราศีดีเด่น มีการศึกษา มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง เมื่อมนุษย์ชายหญิงได้ฝังขุมทรัพย์คือบุญไว้ย่อมก่อให้เกิดแสงสว่างส่องทางดำเนินชีวิตมนุษย์ได้รับความสงบสุข ความสำเร็จในชีวิต๑



โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ม.ค. 2550 , 21:10:18 น.] ( IP = 58.9.112.137 : : )


  สลักธรรม 4

ผู้ค้นพบธรรมชาติว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจ



มนุษย์ส่วนมากยังตกอยู่ในความลังเลสงสัย ไม่มีเหตุผล มีความเชื่อที่งมงาย ที่เรียกว่า อวิชชา คือ ความไม่รู้ตามความเป็นจริง เป็นความโง่เขลา เป็นธรรมฝ่ายอกุศล เป็นความมืดที่ครอบงำสรรพสัตว์ทั้งหลาย เมื่อไม่รู้ตามความเป็นจริงก็ย่อมกระทำแต่สิ่งที่ผิดกฏหมาย ไม่ถูกต้องตามหลักศีลธรรม เป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ต้องเวียนว่ายตายเกิด มีภพ ชาติ หาเบื้องต้นมิได้ เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องพบกับความแก่ ความเจ็บ แล้วก็ตาย วนเวียนอยู่เช่นนี้ ชาติแล้วชาติเล่าเป็นเวลาช้านาน ต้องพบกับความทุกข์แสนสาหัส แต่สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นก็ไม่รู้ โดยเข้าใจว่า การได้เกิดมาใหม่นั้นเป็นความสุข เช่น ไปเกิดบนสวรรค์ เป็นเทวดา เป็นพรหม ความเข้าใจเช่นนี้ เรียกว่าถูกอวิชชาปิดบังไว้ แม้ที่เป็นมาแล้วในอดีต กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน และจักเป็นไปในอนาคต ตราบเท่าที่สัตว์ทั้งหลายยังต้องเกิดต้องตายเพราะหลงติดกับอวิชชา



ดังนั้นอวิชชาจึงเป็นมูลเหตุของสังสารวัฏ อวิชชาเป็นรากเหง้าของอกุศลทั้งปวง ความโลภ อยากได้ โทสะ ความโกรธ ความรัก ความชัง เหล่านี้ ที่เกิดขึ้นแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายก็เพราะความไม่รู้ตามความเป็นจริงที่เรียกว่า อวิชชา
ทางพระพุทธศาสนา มีหลักธรรมต่าง ๆ เป็นเรื่องของความเป็นจริง ตามธรรมชาติ การเกิด ดับ การเปลี่ยนแปลง การพื่งพาอาศัยกัน การอยู่ร่วมกัน ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ และสั่งสอน สรรพสัตว์ ให้พ้นจากห้วงทุกข์ นี้เป็นสัจจธรรมที่ยิ่งใหญ่ เป็นทางสายกลาง (มัฌิมาปฏิปทา) เป็นทางอันประเสริฐ เป็นความจริงที่พิสูจน์ได้ทุกกาลสมัย เป็นหลักธรรมคำสอนอันปราศจาก ทางสุดโต่งทั้ง 2 ทาง ความทุกข์ หรือความสุข และมรรคมีองค์ 8 อันเป็นแนวทางเพื่อนำไปสู่ความพ้นทุกข์อย่างชัดเจน ซึ่ง ผุ้ที่เพ่งในปัญญาย่อมได้ปัญญา ถ้าทำความเข้าใจให้ถึงหลักคำสอนแล้ว ได้มีหลักธรรมประการหนึ่งที่จะทำให้รู้ว่าแนวทางการดำเนินชีวิตของมนุษย์ภายใต้ความมี มโนธรรม คุณธรรม และความมีจริยธรรมซึ่งจะนำมาสู่การประพฤติปฏิบัติตามครรลองคลองธรรม ที่ถูกต้องเหมาะสมนั้น


๑ รศ.ชัยวัฒน์ อัตพัฒน์,ผศ.วิธาน สุขีวคุปต์.หลักการดำรงชีวิตในสังคม.หน้าที่๑-๓.๒๕๓๘.


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ม.ค. 2550 , 21:14:16 น.] ( IP = 58.9.112.137 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณมากครับสำหรับเรื่องดีที่มีประโยชน์ครับผม

โดย พี่เณร [28 ม.ค. 2550 , 13:36:15 น.] ( IP = 58.9.96.37 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณค่ะที่นำมาเผยแพร่ให้ทราบ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 ม.ค. 2550 , 22:41:32 น.] ( IP = 58.9.94.254 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org