มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิทยาน่ารู้(๑๒)







พุทธวิทยาน่ารู้(๑๒)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)

ประสิทธิภาพในการละกิเลส (๑)


ตอนที่ผ่านมา

ย่อมเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปในหมู่ชาวพุทธแล้วว่า กิเลสคือ ความเศร้าหมองใจนั้น มีอยู่ด้วยกัน ๓ ชั้น คือ

ชั้นที่หนึ่ง เป็นกิเลสชนิดหยาบ ที่มันล่วงออกมาให้เราเห็นกันได้ทางกาย ๓ และทางวาจา ๔

ชั้นที่สอง เป็นกิเลสชนิดกลาง ซึ่งมันไม่ถึงกับล่วงออกมาให้เราเห็นได้ทางกาย แต่มันเกิดขึ้นแล้วก็กางกั้นบังคับจิตใจมิให้มีโอกาสพบกับคุณงามความดีอะไรเลย

ชั้นที่สาม เป็นกิเลสชนิดละเอียดที่เราเรียกว่า "อนุสัย" ที่มันนอนเนื่องอยู่ในจิตใจของคนทุกชาติชั้นวรรณะ โดยไม่เลือกว่าพระ เถร เณร ชี อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ ยกเว้นพระขีณาสพเท่านั้น นอกนั้นมันไม่ยอมเห็นแก่หน้าใครทั้งหมด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ม.ค. 2550 , 08:53:09 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

กิเลสทั้ง ๓ ชั้น ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น มันเป็นปัจจัยของกันและกัน คือ เมื่อมันได้ปัจจัยแล้วอย่างหยาบมันก็เกิดขึ้นมาจากอย่างกลาง และอย่างกลางมันก็เกิดขึ้นมาจากอย่างละเอียด

ถ้าเราละแต่อย่างหยาบโดยที่ไม่ละอย่างกลางอย่างละเอียด อย่างหยาบมันก็หาหมดไม่ เพราะได้ปัจจัยเมื่อไรมันก็จะเกิดขึ้นเป็นอย่างหยาบใหม่อีก

ถ้าเราละอย่างกลางแต่ไม่ละอย่างละเอียด มันก็ไม่อาจจะละอย่างหยาบและอย่างกลางได้ เพราะเมื่อมันได้ปัจจัยเมื่อใด มันก็จะเกิดเป็นอย่างกลางและอย่างละเอียดได้อีก เพราะยังมีอย่างละเอียดอยู่

แต่ถ้าเราละอย่างละเอียดให้หมดเสียแล้ว ทุกอย่างมันจะเกิดไม่ได้เลย เพราะในเมื่ออย่างกลางไม่มี อย่างหยาบมันก็เกิดขึ้นไม่ได้ แต่ที่มันเกิดได้ ก็เพราะมาจากอย่างกลาง

ทำนองเดียวกันถ้าอย่างละเอียดไม่มี อย่างกลางมันก็เกิดขึ้นไม่ได้ แต่ที่มันเกิดขึ้นได้ ก็เพราะมาจากอย่างละเอียด ซึ่งเป็นประดุจรากเหง้าของลำต้น กิ่งก้าน และดอกใบ ฉะนั้น ในเมื่อรากเหง้าของมันตายแล้ว ลำต้น กิ่งก้านตลอดถึงดอกใบมันก็ต้องพลอยตายไปจนหมดไม่มีเหลือ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ม.ค. 2550 , 08:55:22 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

คราวนี้เรามาพูดกันถึงเรื่องวิธีละกิเลสอย่างว่าของชาวพุทธเราก่อน เท่าที่เราสร้างวิธีละกิเลสกันอยู่ในทุกวันนี้มันยังไม่ทันต่อความไวของกิเลสสักวิธีเดียว เท่าที่เห็นๆ กันอยู่ เช่น เราถวายทาน

จริงอยู่ในขณะก่อน-กำลัง-หลังการให้ทานแล้วที่จริงมันเป็นเพียงการเปลี่ยนอารมณ์จากบาปไปสู่บุญเพียงขณะที่ทำการถวายทานเท่านั้น บางทีใน ๓ กาลที่ทำทานนั่นแหละ กิเลสมันก็ยังแทรกแซงขึ้นมาจนได้ คือไม่เสียในเบื้องต้น ก็จะเสียในท่ามกลางหรือไม่เสียในท่ามกลางมันก็จะต้องเสียในที่สุดจงได้ ถ้าไม่เชื่อก็ลองๆ คิดดูมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

การที่จะประคองใจให้สมบูรณ์ทั้ง ๓ กาลนั้น มันเป็นเรื่องยากมาก ถ้าใครสามารถทำได้ท่านก็ยกย่องว่า เป็นความสมบูรณ์แห่งบุญจริงๆ ดังภาษิตที่ตรัสไว้ในฉักกนิบาตอังคุตตรนิกายว่า

ปุพฺเพว ทานา สุมโน ททํ จิตฺตํ ปสาทเย
ทตฺวา อตฺตมโน โหติ เอสา ยญฺญสฺส สมฺปทา
ความว่า ก่อนถวายทานใจก็เป็นบุญ กำลังถวายใจก็เลื่อมใส ถวายแล้วใจก็เป็นบุญ บุญกิริยาทั้ง ๓ กาลนี้จัดเป็นความสมบูรณ์ของยัญ คือ การถวายนั้นฯ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ม.ค. 2550 , 08:56:58 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ฉะนั้น วิธีละกิเลสกันด้วยการถวายทาน จะทอดกฐิน ผ้าป่า สร้างโบสถ์ สร้างศาลา หรือทำทานอะไรก็ตาม ที่จริงมันก็เป็นวิธีเปลี่ยนอารมณ์จากบาปไปสู่บุญเพียงชั่วขณะที่ทำบุญเท่านั้นแต่เมื่อเลิกทำบุญแล้วมันก็เกิดกิเลสขึ้นอีก

แต่การถวายทานที่น่ากลัวมาก เพราะบริวารของทานรู้สึกว่า มันช่างกว้างขวางพิสดารเหลือเกิน บางรายจะทำบุญบวชพระ หรือเผาศพสักครั้ง ก็ต้องฆ่าวัว ฆ่าควาย เป็ดไก่ มีหนังมีละคร กินเหล้าเมายา เล่นการพนันกันจนสิ้นเนื้อนประดาตัว เป็นหนี้เป็นสินเขาจนวอดวายไปเลยก็มี

นั่นก็ไม่ใช่อื่นไกล ที่จริงก็เป็นเรื่องบริวารของทานนั่นเอง เฉพาะตัวทานจริงๆ ไม่เท่าไรหรอก จึงน่าที่ชาวพุทธควรจะประหยัดกันเสียบ้าง เพราะชาวพุทธเราส่วนมากยากจน จะทำอะไรสักครั้งก็ต้องเรี่ยไรกันไม่เหมือนศาสนาๆ อื่นเขา

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ม.ค. 2550 , 08:58:22 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

มาติดตามต่อค่ะ กราบขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูงค่ะ

ได้ติดตามแล้วกิเลสนี่จะชำระให้หมดจดนี่ก็ยากจริงๆ
เรายังทำกุศลแค่เพียงย้ายอารมณ์จากบาปเป็นบุญชั่วคราวจริงๆ

มาดูบริวารทานในแต่ละกิจกรรมของชาวพุทธในปัจจุบัน ยิ่งน่าเศร้าใจที่เอากิเลสมาหล่อหลอมก่อนที่กุศลจะเกิดแค่แป๊ปๆ

หากจะคัดค้าน ก็ดูจากผิดจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมผิดๆเสียอีก

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ม.ค. 2550 , 15:38:57 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.129.65 )


  สลักธรรม 5

กิเลสนี่น่ากลัวจริงๆ ตามอาละวาดแผลงฤทธิ์ได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งขณะทำกุศล

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ก.พ. 2550 , 13:32:41 น.] ( IP = 124.121.172.76 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org