มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระใบลานเปล่า






เรื่อง พระใบลานเปล่า

โยคา เว ชายตี ภูริ อโยคา ภูริสงฺขโย
เอตํ เทฺวธา ปถํ ญตฺวา ภวาย วิภวาย จ
ตถตฺตานํ นิเวเสยฺย ยถา ภูริ ปวฑฺฒติ.

ปัญญาย่อมเกิดเพราะการประกอบแล,
ความสิ้นไปแห่งปัญญาเพราะการไม่ประกอบ,
บัณฑิตรู้ทาง ๒ แพร่งแห่งความเจริญและความเสื่อมนั่นแล้ว
พึงตั้งตนไว้โดยประการที่ปัญญาจะเจริญขึ้นได้.



พระโปฐิละนั้นเป็นผู้ทรงพระไตรปิฎกในศาสนาของพระพุทธเจ้าถึง ๗ พระองค์ พระศาสดาทรงดำริว่า "ภิกษุนี้ ไม่เคยมีแม้ความคิดว่า "เราจักทำการสลัดออกจากทุกข์แก่ตน" ฉะนั้น เราจักยังเธอให้สังเวช"

นับแต่นั้นมา พระองค์ตรัสกับพระเถระนั้นในเวลาที่พระเถระมาสู่ที่บำรุงของพระองค์ว่า "มาเถิด คุณใบลานเปล่า, นั่งเถิด คุณใบลานเปล่า, ไปเถิด คุณใบลานเปล่า แม้ในเวลาที่พระเถระลุกไป ก็ตรัสว่า "คุณใบลานเปล่าไปแล้ว"

พระโปฐิละนั้นคิดว่า "เราย่อมทรงไว้ซึ่งพระไตรปิฎกพร้อมทั้งอรรถกถา บอกธรรมแก่ภิกษุ ๕๐๐ รูป ถึง ๑๘ คณะใหญ่ ก็เมื่อเป็นเช่นนั้น พระศาสดายังตรัสเรียกเราเนืองๆ ว่า "คุณใบลานเปล่า" พระศาสดาตรัสเรียกเราอย่างนี้ เพราะความไม่มีคุณวิเศษ มีฌานเป็นต้นอย่างแน่แท้"

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ม.ค. 2550 , 13:00:40 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ท่านมีความสังเวชเกิดขึ้นแล้ว จึงคิดว่า "บัดนี้ เราจักเข้าไปสู่ป่าแล้วทำสมณธรรม"

จึงจัดแจงบาตรและจีวรเองทีเดียว ได้ออกไปพร้อมด้วยภิกษุผู้เรียนธรรม พระเถระเดินทางไปถึง ๑๒๐ โยชน์ แล้วเข้าไปหาภิกษุ ๓๐ รูป ผู้อยู่ในอาวาสราวป่าแห่งหนึ่ง ไหว้พระสังฆเถระแล้ว กล่าวว่า "ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของกระผม"

พระสังฆเถระ ผู้มีอายุ ท่านเป็นพระธรรมกถึก สิ่งอะไรชื่อว่าอันพวกเราพึงทราบได้ ก็เพราะอาศัยท่าน, เหตุไฉน ท่านจึงพูดอย่างนี้?
พระโปฐิละ ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงอย่าทำอย่างนี้ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของกระผมเถิด

พระเถระเหล่านั้นล้วนเป็นพระขีณาสพทั้งนั้น ลำดับนั้น พระมหาเถระส่งพระโปฐิละนั้นไปสู่สำนักพระอนุเถระ ด้วยคิดว่า "ภิกษุนี้มีมานะ เพราะอาศัยการเรียน"

แม้พระอนุเถระนั้นก็กล่าวกะพระโปฐิละอย่างเดียวกับพระสังฆเถระเช่นกัน แล้วพระโปฐิละก็ถูกส่งต่อไปยังพระเถระทั้งหมดตามลำดับ ในที่สุดท่านถูกส่งไปถึงสามเณรผู้มีอายุ ๗ ขวบซึ่งเป็นผู้ใหม่กว่าสามเณรทั้งหมด ซึ่งกำลังนั่งเย็บผ้าอยู่ในที่พัก พระเถระทั้งหลายได้ทำลายมานะของพระโปฐิละด้วยอุบายอย่างนี้

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ม.ค. 2550 , 13:01:17 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

พระโปฐิละนั้นถูกพระเถระทั้งหลายนำมานะออกแล้ว ได้ประคองอัญชลีกล่าวกับสามเณรว่า "ท่านสัตบุรุษ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของผม"
สามเณร ตายจริง ท่านอาจารย์ ท่านพูดอะไรนั่น ท่านเป็นคนแก่ เป็นพหูสูต เหตุอะไรๆ พึงเป็นกิจอันผมควรรู้ในสำนักของท่าน

พระโปฐิละ ท่านสัตบุรุษ ท่านอย่าทำอย่างนี้ ขอท่านจงเป็นที่พึ่งของผมให้ได้
สามเณร ท่านขอรับ หากท่านจักเป็นผู้อดทนต่อโอวาทได้ไซร้ ผมจักเป็นที่พึ่งของท่าน

พระโปฐิละ ผมเป็นได้ ท่านสัตบุรุษ, เมื่อท่านกล่าวว่า "จงเข้าไปสู่ไฟ" ผมจักเข้าไปแม้สู่ไฟได้ทีเดียว
ลำดับนั้น สามเณรจึงชี้ไปทางสระน้ำแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ แล้วกล่าวว่า "ท่านขอรับ ท่านนุ่งห่มตามเดิมนั่นแหละ และจงลงไปสู่สระนี้"

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ม.ค. 2550 , 13:02:15 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

สามเณรนั้นแม้รู้ว่าจีวรที่พระโปฐิละเถระนุ่งห่มนั้นเป็นจีวรสองชั้นซึ่งมีราคามาก แต่เพื่อจะทดลองว่า "พระเถระจักเป็นผู้อดทนต่อโอวาทได้หรือไม่" จึงกล่าวอย่างนั้น ทางด้านพระโปฐิละเถระเมื่อได้ฟังดังนั้นแล้วก็เดินลงไปในสระน้ำทันที

ลำดับนั้น ในขณะที่ชายจีวรของพระโปฐิละเถระเริ่มเปียก สามเณรจึงกล่าวกับท่านว่า "กลับขึ้นมาเถิด ท่านขอรับ"

แล้วกล่าวกับท่านต่อว่า "ท่านผู้เจริญ ในจอมปลวกแห่งหนึ่ง มีช่องอยู่ ๖ ช่อง, ในช่องเหล่านั้น เหี้ยเข้าไปภายในโดยช่องๆ หนึ่ง บุคคลประสงค์จะจับมัน จึงอุดช่องทั้ง ๕ นอกนี้ ทำลายช่องที่ ๖ แล้ว จึงจับเอาโดยช่องที่มันเข้าไปนั่นเอง, บรรดาทวารทั้งหก แม้ท่านจงปิดทวารทั้ง ๕ อย่างนั้นแล้ว จงเริ่มตั้งกัมมัฏฐาน นี้ไว้ในมโนทวาร" ด้วยนัยมีประมาณเท่านี้ ความแจ่มแจ้งได้มีแก่ภิกษุผู้เป็นพหูสูต ดุจการลุกโพลงขึ้นแห่งดวงประทีปฉะนั้น

พระโปฐิละนั้นกล่าวว่า "ท่านสัตบุรุษ คำมีประมาณเท่านี้แหละพอละ" แล้วจึงหยั่งลงในกรชกายปรารภสมณธรรม

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ม.ค. 2550 , 13:02:45 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

พระศาสดาประทับนั่งในพระเชตวันซึ่งห่างออกไปถึง ๑๒๐ โยชน์ ทอดพระเนตรดูพระโปฐิละแล้วดำริว่า "ภิกษุนั้นเป็นผู้มีปัญญา (กว้างขวาง) ดุจแผ่นดินด้วยประการใดแล, การที่เธอตั้งตนไว้ด้วยประการนั้นนั่นแล ย่อมสมควร"

แล้วทรงเปล่งพระรัศมีไปประหนึ่งตรัสอยู่กับภิกษุนั้น ตรัสพระคาถาว่า "ปัญญาย่อมเกิดเพราะการประกอบแล ความสิ้นไปแห่งปัญญาเพราะการไม่ประกอบ, บัณฑิตรู้ทาง ๒ แพร่งแห่งความเจริญและความเสื่อมนั่นแล้ว พึงตั้งตนไว้โดยประการที่ปัญญาจะเจริญขึ้นได้ "

ในกาลจบพระคาถา พระโปฐิลเถระได้ตั้งอยู่ในพระอรหัตแล้ว

(ตัดความมาจากคาถาธรรมบท)

โดย TaRa ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 ม.ค. 2550 , 13:03:14 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5

อ่านและทำความเข้าใจตามไป รับทราบจริงๆนะครับว่า การที่จะนำรงชีวิตให้มีธรรมคุ้มครองนั้นยากจริงๆจะต้องประคองจิตตนไว้ในกรรมฐานเท่านั้น

โดยเฉพาะที่สำคัญ ต้องมีเหตุผล ประกาศให้ใจรู้อยู่ตลอดเวลา มิเช่นนั้น แม้จะรู้อะไรมากมายเพียงใด ก็เสมือนใบลานเปล่าจริงๆนะครับ

ขอบพระคุณมากครับคุณ TaRa ที่นำมาฝากให้ได้อ่านนะครับ

โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ก.พ. 2550 , 08:30:54 น.] ( IP = 58.9.140.95 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org