มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิทยาน่ารู้(๑๕)








พุทธวิทยาน่ารู้(๑๕)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)

เรื่องตัณหา ๓ (กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา)


ตอนที่ผ่านมา

โดยมากเท่าที่อธิบายกันโดยทั่วๆ ไป ก็ว่า

...ความทะยานอยากในอารมณ์อันน่าใคร่ เรียกว่า "กามตัณหา"
ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ เรียกว่า "ภวตัณหา"
ความอยากไม่เป็นโน่นไม่เป็นนี่ เรียกว่า "วิภวตัณหา"

ความอยากได้รูป รส เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะอันน่าใคร่ น่าพอใจ เรียกว่า กามตัณหา

ความอยากเป็นโน่นเป็นนี่ เช่น อย่างเป็นคนธรรมดาแล้วอยากเป็นคนใหญ่คนโตมียศถาบรรดาศักดิ์ เป็นพระธรรมดาอยากเป็นมหา เป็นเจ้าคุณ เป็นต้น ความอยากที่ว่านี้แหละเรียกว่า ภวตัณหา

ส่วนความต้องการอะไรแล้วไม่ได้สมหวัง ก็ไม่อยากจะมีจะเป็น คือ อยากตายเสียให้หมดเรื่องหมดราวกันไปเลย ความอยากอย่างนี้แหละเรียกว่า วิภวตัณหา...

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.พ. 2550 , 23:07:35 น.] ( IP = 58.9.91.119 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ความจริงคำอธิบายทั้งหมดตามที่ได้ยกมากล่าวนี้เฉพาะภวตัณหาและวิภวตัณหา เป็นคำอธิบายที่น่าจะยกเอาขึ้นมาวิจัยกันดูบ้างว่า จะเป็นไปตามคำอธิบายนั้นไหม

ถ้าเราจะพูดกันตามสภาวะ คือ ความจริงแล้ว ไม่อาจเป็นไปตามที่อธิบายนั้น เพราะภวตัณหานั้นเป็นสภาวะธรรมที่เกิดร่วมกันถึงสองตัว คำว่า "ภวะ" เป็นชื่อของทิฏฐิ ส่วนคำว่า "ตัณหา" เป็นชื่อของโลภะ แต่การอยากได้เป็นโน่นเป็นนี่อย่างที่ได้อธิบายมานั้น เป็นเพียงเรื่องของโลภะอย่างเดียวเท่านั้น และเป็นการอธิบายซ้ำกับคำอธิบายในข้อที่หนึ่ง คือ กามตัณหาโดยตรง ไม่มีเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้

ภวตัณหา ตามความหมายของท่าน คำว่า ภวะ ท่านหมายถึง ภวทิฏฐิ หรือ สัสสตทิฏฐิที่เห็นผิดว่าเที่ยงนั่นเอง

ส่วนวิภวตัณหาที่แปลว่า "อยากไม่มีไม่เป็น" โดยให้คำอธิบายว่า อยากให้มันหมดไปเสียเลย เช่น อยากได้อะไรแล้วไม่ได้สมอยากก็อยากจะตายเสียให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย อย่างนี้เป็นการอธิบายที่ขัดต่อความเป็นจริงของสภาวะ ซึ่งตามความเป็นจริงของวิภวตัณหานั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.พ. 2550 , 23:08:52 น.] ( IP = 58.9.91.119 : : )


  สลักธรรม 2

คำว่า "วิภวะ" ท่านหมายถึง วิภวทิฏฐิ หรืออุจเฉททิฏฐิที่เห็นผิดว่า "สูญ" นั่นเอง แต่ความอยากตายนั้นมันเป็นเรื่องของโทสะโดยตรง คือ เมื่อเกิดความน้อยใจขึ้นมาก็อยากตายเสียเช่นนี้ มันไม่ใช่เรื่องของโลภะ และก็ไม่ใช่เรื่องของทิฏฐิ แต่มันเป็นเรื่องของโทสะที่เกิดร่วมกับโทมนัสเวทนาต่างหาก

เพราะโดยกฎธรรมชาติ โทสะจะเกิดร่วมกับโลภะไม่ได้เลย ไม่ว่าในกาลไหนๆ และก็ไม่อาจที่จะเกิดร่วมกับโสมนัสหรืออุเบกขาเวทนาได้เลยไม่ว่าในกาลไหนๆ เช่นเดียวกัน ส่วนทิฏฐินั้นสามารถเกิดร่วมกันได้ทั้งโสมนัสและอุเบกขาเวทนา

นี่พูดกันตามหลัก เพราะเหตุนั้นในอรรถกถาอภิธรรมชื่อสัมโมหวิโนทนี พระมหาพุทธโฆษาจารย์ชาวพุทธคยา จึงได้กล่าวไว้ว่า

สสฺสตทิฏฐิสหคโต ราโค ภวตณฺหา ราคะที่เกิดพร้อมกับความเห็นผิดว่า "เที่ยง" ชื่อว่า "ภวตัณหา"
อุจฺเฉททิฏฐิสหคโต ราโค วิภวตณฺหา ราคะที่เกิดพร้อมกับความเห็นผิดว่า "ขาดสูญ" ชื่อว่า "วิภวตัณหา"
อวเสสา ตณฺหา กามตณฺหา ตัณหาที่เหลือชื่อว่า "กามตัณหา"

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.พ. 2550 , 23:09:14 น.] ( IP = 58.9.91.119 : : )


  สลักธรรม 3

ตามคำอธิบายของท่านจะเห็นได้แล้วว่า ขัดกับคำอธิบายของอาจารย์รุ่นหลังทั่วไป เท่าที่มีปรากฏอยู่ในภาษาไทย ตัณหา ๓ ตามอธิบายของท่านนั้น ท่านอธิบายเดินตามแบบของพระปริยัติจริงๆ โดยไม่มีขัดต่อพระบาลีและอรรถกถา อย่างสำนวนที่ท่านได้อธิบายไว้ในสัมโมหวิโนทนี แก้คัมภีร์วิภังคปกรณ์ว่า

กามตณฺหาติ กาเม ตณฺหา กามตณฺหา ปญฺจกามคุณิกราคสฺเสตํ อธิวจนํ, ภเว ตณฺหา ภวตณฺหา ภวปฏฐนาวเสน อุปฺปนฺนสฺส สสฺสตทิฏฐิสหคตสฺส รูปารูปภวราคสฺส ฌานนิกนฺติยา เจตํ อธิวจนํ วิภเว ตณฺหา วิภวตณฺหา อุจเฉททิฏฐิสหคตวาคสฺเสตํ อธิวจนํ

ความว่า

"กามตัณหา" ความอยากในกาม ชื่อว่า "กามตัณหา" คำว่า "กามตัณหา" คำนี้ เป็นชื่อของราคะที่รับเอากามคุณห้าเป็นอารมณ์

ความอยากได้ภพ ชื่อว่า "ภวตัณหา" คำว่า "ภวตัณหา" คำนี้ เป็นชื่อของราคะที่ต้องการภพทั้งที่มีรูปและไม่มีรูปที่เกิดพร้อมกับความเห็นผิดว่า "เที่ยง" ซึ่งเกิดขึ้นด้วยอำนาจของความปรารถนาภพ(นั่นเอง) และความพอใจในฌานจิต(มหัคคตจิต ๒๗ ดวง)

ความอยากในความปราศจากภพ ชื่อว่า "วิภวตัณหา" คำว่า "วิภวตัณหา" คำนี้ เป็นชื่อของราคะที่เกิดพร้อมกับความเห็นผิดว่า "สูญ" (นั่นเอง)ฯ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.พ. 2550 , 23:09:43 น.] ( IP = 58.9.91.119 : : )


  สลักธรรม 4

ตามข้อสังเกตในคำอธิบายของท่าน เราจะเห็นได้แล้วว่า กามตัณหานี้ ท่านหมายเอาความอยากได้ในเรื่องอารมณ์ที่น่าใคร่ มีรูปเป็นต้นโดยตรง มิได้มีทิฏฐิความเห็นอะไรเข้ามาเจือปนอยู่เลย เหมือนอย่างที่คนทุกวันนี้อยากได้แต่ความสุขที่เกิดจากการดูรูปที่ถูกใจ ฟังเสียงที่เย็นหู ดมกลิ่นที่ถูกจมูก ลิ้มรสที่ถูกกับลิ้น และถูกต้องสัมผัสที่ซาบซ่านถูกกับใจ อย่างที่ว่ากันว่าปัจจุบันนี้เขาหาความสุขกันในทางเนื้อหนังอย่างนั้นแหละ

แต่ส่วนภวตัณหานั้นเป็นเรื่องของราคะที่ต้องการภพที่เป็นรูปภพและอรูปภพ และความสุขที่เกิดขึ้นในฌานต่างหาก ซึ่งถ้าเราจะเทียบกันระหว่างกามตัณหากับภวตัณหาแล้ว ก็สามารถพูดได้สนิทปากว่า

กามตัณหา เป็นการอยากได้ความสุขที่ยังเจือปนอยู่ด้วยโลกามิส คือ กามคุณที่เป็นเสมือนเหยื่อสำหรับล่อลวงสัตวโลกที่โง่เขลา แบบที่นักตกเบ็ดเขาเอาเหยื่อเกี่ยวไว้ที่ปลายเบ็ดล่อปลาหรือกุ้งไปลงหม้อแกงฉะนั้น

ส่วนภวตัณหานั้น เป็นเรื่องของราคะที่ต้องการนิรามิสสุข คือความสุขที่ปราศจากเหยื่อล่อของกามคุณ แต่เป็นความสุขในรูปภพและอรูปภพ และความสุขที่เกิดขึ้นในขณะที่เข้าฌานนั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.พ. 2550 , 23:10:13 น.] ( IP = 58.9.91.119 : : )


  สลักธรรม 5

แต่วิภวตัณหานั้น เป็นเรื่องของราคะที่เกิดร่วมกับความเห็นผิดว่าขาดสูญ ซึ่งไม่เหมือนกับกามตัณหาและภวตัณหาเลยทีเดียว เพราะพวกนี้ปฏิเสธเหตุปัจจัยของผลธรรมทั้งหมด จะเป็นรูปหรือเป็นนามธรรมเกิดขึ้นก็ตาม ดับไปแล้วก็ตาม ตนเห็นว่าสูญทั้งหมด แม้จะทำความดีความชั่วไว้เท่าใดก็ไม่มีผลเลยเพราะเห็นว่าสูญหมดแล้ว อย่างในบาลีธรรมสังคณีข้อ ๘๔๖ ว่า

"น ภวิสฺสติ อตฺตา จ โลโก จาติ ยา เอวรูปา ทิฏฐิ ทิฏฐิคตํ ฯ,ฯ อยํ วุจฺจติ วิภวทิฏฐิ"

ความว่า บัดนี้ความเห็นผิดปานนี้ว่า ตนและโลกจักไม่ปรากฏ ฯลฯ ความเห็นผิดนี้ตรัสเรียกว่า "วิภวทิฏฐิ"ฯ

ด้วยเหตุนั้น การจะอธิบายธรรมะ เผยแผ่ธรรมะออกสู่ประชาชน ขออย่าได้ใช้คำสามัญสำนึกในการพูดหรือเขียนตำราโโยปราศจากการตรวจตราค้นคว้าที่ไปที่มาของท่าน ซึ่งท่านก็ได้อุตส่าห์ลงทุนสังคายนาสืบทอดกันมาด้วยความเหนื่อยยากลำบาก เพราะนอกจากจะทำให้คนที่รับฟังพลอยผิดไปกับตนแล้ว ยังจะได้ชื่อว่าเป็นการทำลายพระปริยัติศาสนาอีกส่วนหนึ่งด้วย

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ก.พ. 2550 , 23:10:55 น.] ( IP = 58.9.91.119 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณในความเมตตากรุณาของหลวงพ่ออย่างสูงครับ ที่อธิบายขยายความและแก้ไขความเห็นผิดเข้าใจผิดให้ได้รับทราบนะครับ

เรื่องของพระธรรมคำสั่งสอนนี้ ต้องอาศัยผู้รู้ที่แตกฉานในพระบาลีจริงๆนะครับ ถึงจะสามารถถ่ายทอดให้ตรงต่อพระพุทธพจน์ได้ มิเช่นนั้นพระธรรมก็จะคาดเคลื่อนไปจริงๆครับ และทำให้เกิดความเห็นผิดติดตามมาอย่างน่ากลัวทีเดียวครับ

โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ก.พ. 2550 , 10:12:40 น.] ( IP = 58.9.136.68 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณในคำอธิบายของหลวงพ่อค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ก.พ. 2550 , 12:35:16 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8


กราบขอบพระคุณหลวงพ่อมากค่ะ
ที่ให้ความกระจ่างชัดในเรื่องเกี่ยวกับตัณหาทั้งสาม

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ก.พ. 2550 , 13:55:09 น.] ( IP = 124.121.172.76 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org