มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เจาะลึกเจตนาหํ




เจาะลึกเจตนาหํ


กรรม คือ การกระทำ ดังวจนัตถะว่า กรณํ = กมฺมํ แปลความว่า การกระทำ ชื่อว่ากรรม
อีกนัยหนึ่ง กโรนฺติ เอเตนาติ = กมฺมํ แปลความว่า สัตว์ทั้งหลาย ย่อมสำเร็จการกระทำโดยอาศัยธรรมชาติใด ธรรมชาติที่เป็นเหตุให้สำเร็จการกระทำนั้น ชื่อว่า “กรรม” ได้แก่ เจตนาเจตสิก ที่ประกอบในอกุศลเจตสิก ๑๒ และโลกียกุศลจิต ๑๗ ดังอรรถกถาอัฏฐสาลินีแสดงว่า



“เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ เจตยิตฺวา กมฺมํ กโรมิ กาเยน วาจาย มนสา แปลความว่า ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย เรา (ตถาคต) กล่าวว่าเจตนานั่นแหละเป็น กรรม เมื่อมีเจตนาแล้ว บุคคลย่อมทำกรรมโดยทางกาย วาจา ใจ หมายความว่า การกระทำที่เกี่ยวด้วยกาย วาจา ใจ ในทางไม่ดีแล้ว เมื่อกล่าวโดยสภาวธรรม ย่อมได้แก่ เจตนาเจตสิก ที่ประกอบกับอกุศลจิต ๑๒ ชื่อว่า เป็นผู้กระทำ “อกุศลกรรม” และการกระทำที่เกี่ยวด้วยกาย วาจา ใจ ในทางดีคือเจตนาเจตสิกที่ประกอบกับโลกียกุศลจิต ๑๗ ชื่อว่า เป็นผู้กระทำ “ กุศลกรรม ” ส่วนเจตนาเจตสิกที่ประกอบในโลกุตรกุศลจิต ๔ หรือมัคคจิต ๔ไม่เชื่อว่าเป็นกรรมในที่นี้ เพราะเป็นการกระทำที่ตัดวัฏฏะ คือตัดการเวียนว่ายตายเกิด สำหรับเจตนาเจตสิก ในวิบากจิต ๓๖ ก็ไม่เชื่อว่า เป็นตัวกรรม เพราะเป็นผลของกรรม และเจตนาเจตสิก ที่ประกอบในกิริยาจิต ๒๐ ก็ไม่เชื่อว่าเป็นตัวกรรม เพราะกิริยาจิตนั้น เป็นจิตที่สักแต่ว่า กระทำ ไม่เป็นบุญ เป็นบาป อันก่อให้เกิดผลขึ้นมาได้


โดย ธีรวัสดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ก.พ. 2550 , 11:32:07 น.] ( IP = 58.9.112.54 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ฉะนั้น เจตนาเจตสิก ที่ประกอบกับอกุศลจิต ๑๒ และโลกียกุศลจิต ๑๗ ดวงเท่านั้น ที่เชื่อว่า กรรม “
“กรรมวัฏฏ์ คือ ความหมุนเวียนของกรรม กรรม คือการกระทำด้วยกาย, วาจา, ใจ, โดยสภาวะแล้วได้แก่เจตนาเจตสิก ที่ประกอบในอกุศลจิต ๑๒ และโลกียกุศลจิต ๑๗ เจตนาเหล่านี้ให้สำเร็จการกระทำ, การพูด, การคิดนึก ที่เป็นบาปแและบุญ ถ้าเจตนานั้นประกอบกับความโลภ, ความโกรธ, ความหลงได้แก่เจตนาที่ประกอบในอกุศลจิต ๑๒ ก็เป็นอกุศลกรรม เป็นการทำบาปหรือทำชั่ว ถ้าเจตนานั้น ประกอบกับความไม่โลภ, ไม่โกรธ, มีความเมตตา, กรุณาและปัญญา ได้แก่เจตนาที่ประกอบในโลกียกุศลจิต๑๗ ก็เป็นกุศลกรรม เป็นการทำบุญ หรือทำดี การทำความดี, ความชั่ว, ด้วยกายบ้าง, วาจาบ้างและใจบ้าง ที่เกิดแก่บุคคลทั้งหลาย บ่อย ๆ ซ้ำซาก วันแล้ววันเหล่า ปีแล้วปีเล่า เช่นนี้ คือความวนเวียนของกรรม เชื่อว่า กรรมวัฏฏ์”



“พระอรหันต์ทั้งหลายเปรียบด้วยนา ทายกทั้งหลาย เปรียบด้วยชาวนา ไทยธรรมเปรียบด้วยพืช ผลทานย่อมเกิดแต่การบริจาคไทยธรรมของทายกและปฏิคาหกผู้รับ พืชที่บุคคลหว่านลงในนานั้นย่อมเกิดผลแก่เปรตทั้งหลายและทายกเปรตทั้งหลายย่อมบริโภคผลนั้นทายกย่อมเจริญด้วยบุญ ทายกทำกุศลในโลกนี้แล้ว อุทิศให้เปรตทั้งหลาย ครั้นทำกรรมดีแล้ว ย่อมไปสวรรค์”


โดย Tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ก.พ. 2550 , 11:33:13 น.] ( IP = 58.9.112.54 : : )


  สลักธรรม 2

ความหมายของกรรม
กรรม คือ การกระทำที่มีเจตนา มีพุทธพจน์ดังว่า “เจตนาหํ ภิกฺขเว กมฺมํ วทามิ เจตยิตฺวา กมฺมํ กโรติ กาเยน วาจาย มนสา” แปลเป็นใจความว่า “ภิกษุทั้งหลาย เรา(ตถาคต) กล่าวว่า เจตนานั่นแหละเป็นกรรม เมื่อมีเจตนาแล้ว บุคคลย่อมทำกรรมโดย ทางกาย ทางวาจา และทางใจ” หมายความว่า เจตนา คือ ความตั้งใจกระทำที่เกี่ยวด้วย กาย วาจา ใจ ทั้ง ทางดีและทางชั่ว นั่นแหละเป็นตัวกรรม และเจตนาที่เป็นกรรมก็หมายเฉพาะแต่กรรมในวัฏฏะ อันได้แก่ เจตนาในอกุศลจิต ๑๒ และในโลกียกุศลจิต ๑๗ รวม เจตนา ๒๙ จัดเป็นกรรม ๒๙ เท่านั้น เว้นเจตนาในโลกุตกุศล คือเจตนาในมัคคจิต ๔ ที่เว้น เพราะเจตนาในมัคคกรรม ๔ เป็นกรรมที่ตัดวัฏฏะ ตัดความเวียนว่ายตายเกิดจึงเหลือกรรมในวัฏฏะ อันทำให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดเพียง ๒๙ เท่านั้น”



กรรม หมายถึง การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา คือ ทำด้วยความจงใจหรือจงใจทำ ดีก็ตามชั่วก็ตาม เช่น ขุดหลุมพลาง ดักคนหรือสัตว์ให้ตกลงไปตาย เป็นกรรม ขุดบ่อน้ำไว้กินไว้ใช้ สัตว์ตกลงไปตายเอง ไม่เป็นกรรม (แต่ถ้ารู้อยู่ว่า บ่อน้ำที่ตนขุดไว้ อยู่ในที่ซึ่งคนจะพลัดตกได้ง่าย แล้วปล่อยปละละเลย มีคนตกไปตายก็ไม่พ้นกรรม) การกระทำดีเรียกว่า “กรรมดี” การกระทำชั่วเรียกว่า “กรรมชั่ว”


กรรมที่มีตัวร่วมภายใต้กระบวนการของชีวิตเรา ซึ่งได้แก่สังขาร “อันหมายถึงสภาพที่ปรุงแต่งจิต โดยมีเจตนาเป็นนาย เป็นหัวหน้าตกแต่งจิตให้ทำกุศลและอกุศล สังขารนี้เป็นหัวข้อหนึ่งในปฏิจจสมุปบาท คือความคิดปรุงแต่งนั่นเอง ถือว่าสังขารเป็นเจตนา”


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ก.พ. 2550 , 11:34:21 น.] ( IP = 58.9.112.54 : : )


  สลักธรรม 3


กรรม แปลตามศัพท์ว่า “การงาน หรือการกระทำ แต่ในทางธรรมต้องจำกัดความจำเพาะลงไปว่าหมายถึง การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา หรือการกระทำที่เป็นไปด้วยความจงใจ” ถ้าเป็นการกระทำที่ไม่มีเจตนา ก็ไม่เรียกว่าเป็นกรรมในความหมายทางธรรม อย่างไรก็ตาม ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นความหมายอย่างกลาง ๆ คลอบคลุมไว้กว้าง ๆ พอเป็นสังเขป เท่านั้น ถ้าจะให้ชัดเจนมองเห็นเนื้อหาและขอบเขตแจ่มแจ้ง จะต้องพิจารณาแยกแยะความหมายออกเป็นแง่มุมต่าง ๆ ซึ่งก็จะต้องมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีกมากกว่านี้


กฎแห่งกรรม หรือกฎของธรรมชาติ พระพุทธศาสนาสอนหลักความจริงไว้ว่า “ สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ หรือสิ่งของเป็นรูปธรรม นามธรรม เป็นวัตถุ หรือเป็นเรื่องจิตใจ ไม่ว่าชีวิตหรือโลกที่แวดล้อมอยู่ก็ตาม ทั้งหมดล้วนเป็นไปตามธรรมดาแห่งเหตุปัจจัย เป็นเรื่องของปัจจัยสัมพันธ์ ธรรมดาที่ว่านี้มองด้วยสายตาของมนุษย์ เรียกว่า กฎธรรมชาติ เรียกในภาษาบาลีว่า นิยาม แปลว่ากำหนดอันแน่นอน ทำนองหรือแนวทางอันแน่นอน หรือความเป็นไปอันมีระเบียบแน่นอน เพราะปรากฏให้เห็นว่า เมื่อมีเหตุปัจจัยอย่างนั้น ๆ แล้ว ก็จะมีความเป็นไปอย่างนั้น ๆ แน่นอน”


กฎแห่งกรรม หรือกฎของธรรมชาติ ดังที่กล่าวมาแล้วนี้เป็นกฎที่เกิดขึ้น หรือมีอยู่เองตามธรรมชาติ ไม่ว่าพระพุทธเจ้าจะอุบัติหรือไม่ก็ตาม แต่พระพุทธเจ้า ถือว่าเป็นผู้ที่ทรงค้นพบกฎของธรรมชาติ หรือกฎของกรรมนี้เป็นผู้แรก และพระพุทธองค์ทรงมีเมตตา กรุณา นำมาเผยแผ่ แก่พวกเรา ผู้ที่มีอวิชชา ตัณหา อุปาทาน ครอบงำจนไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุของความสุข ความทุกข์ที่แท้จริงกันแน่


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ก.พ. 2550 , 11:35:21 น.] ( IP = 58.9.112.54 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อว่าตามสายความคิดของพระพุทธศาสนาแล้ว พระอรรถกถาจารย์ ได้แสดงกฎของธรรมชาติ หรือนิยามไว้ ๕ อย่าง คือ
๑) อุตุนิยาม เป็นกฎธรรมชาติเกี่ยวกับ ปรากฏการณ์ฝ่ายวัตถุ ที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เช่น เรื่องฝนฟ้าอากาศ ฤดูกาล ฝนตกฟ้าร้อง ร้อนหรือหนาว การที่คนไอหรือจาม ดอกไม้บานหรือหุบในเวลาต่าง ๆ การที่สิ่งทั้งหลายเน่าเปื่อยผุพัง เป็นต้น ท่านมุ่งเอาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความร้อน เย็น หรืออุณหภูมิ
๒) พีชนิยาม กฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับการพืชพันธ์ ที่เรียกกันว่าพันธุ์กรรม เช่น ปลูกมะม่วงก็ย่อมได้ผลมะม่วง เป็นต้น
๓) จิตตนิยาม กฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับการทำงานของจิต เช่นเมื่อตากระทบรูป (สิ่งเร้า) จะเกิดการรับรู้ขึ้น จิตจะออกมารับอารมณ์ จะมีการเห็นเกิดขึ้น เป็นต้น



๔) กรรมนิยาม กฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ คือกระบวนการของเหตุและผล หรือกระบวนการแห่งเจตน์จำนง ความคิดปรุงแต่งสร้างสรรค์ต่าง ๆ พร้อมทั้งผลที่สืบเนื่องสอดคล้องสมกัน เช่น ทำเหตุไว้ดี ผลที่ได้รับก็ต้องดี ทำกรรมชั่ว ย่อมได้รับผลชั่ว เป็นต้น
๕) ธรรมนิยาม กฎธรรมชาติเกี่ยวกับความสัมพันธ์และอาการที่เป็นเหตุเป็นผลแก่กันของสิ่งทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างที่เรียกกันว่า ความเป็นไปโดยธรรมดา เช่นว่า สิ่งทั้งหลายมีความเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป เป็นธรรมดา เช่น มนุษย์ย่อมมีความเกิดแก่เจ็บตายเป็นธรรมดา สังขารที่เป็นสังขตธรรมทั้งปวงไม่เที่ยง ถูกปัจจัยบีบคั้น และเป็นอนัตตา” ดังนี้เป็นต้น



ในบรรดากรรมทั้ง ๓ ประการ คือ กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม พระพุทธองค์ตรัสว่า มโนกรรม จัดว่าเป็นกรรมที่มีความสำคัญสุด มีผลมากที่สุด ดังพุทธพจน์ กล่าวไว้ว่า
มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสา มโนมยา
มนสา เจ ปทุฏเน ภาสติ วา กโรติ วา
ตโต นํ ทุกขมเนวติ จกฺกํว วหโต ปทํ

“ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็นใหญ่
สำเร็จแล้วด้วยใจ ถ้าบุคคลมีใจร้ายแล้ว พูดอยู่ก็ดี
ทำอยู่ก็ดี ทุกข์ย่อมตามเขาไป เพราะเหตุนั้น
ดุจล้อหมุนไปตามรอยเท้าโค ผู้นำแอกไปอยู่ ฉะนั้น”




พระธรรมปิฎก(ป. อ.ปยุตฺโต), พจนานุกรมฉบับประมวลศัพท์, (กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๔๓), หน้า ๔.
สํ. ข. ๒๗/๑๒๒/๑๒๙.
องฺ. ปญฺจก – ฉกฺก. ๓๖/๓๓๔ /๗๗๑.
วรรณสิทธิ ไวทยะเสวี, “คู่มือการศึกษา พระอภิธัมมัตถสังคหะ ปริเฉทที่ ๕ วิถีมุตตสังคหวิภาค, พิมพ์ครั้งที่ ๔,( กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ทิพยวิสุทธิ์ ๒๕๓๘), หน้า ๑๕๗.
พระธรรมปิฏก (ป. อ. ปยุตฺโต), พุทธธรรม, พิมพ์ครั้งที่ ๘, (กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณวิทยาลัย, ๒๕๔๒), หน้า ๑๕๒.
กรมการศาสนา พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ เถรีคาถา, พิมพ์ครั้งที่ ๓,( กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา, ๒๕๒๑), หน้า ๑๔๕.
องฺ. ปญฺจก – ฉกฺก. ๓๖/๓๓๔ /๗๗๑.
ขุนสรรพกิจโกศล (โกวิท ปัทมะสุนทร), “คู่มือศึกษาพระอภิธรรมทางอากาศปริเฉทที่ ๕, พิมพ์ครั้งที่ ๕, (กรุงเทพมหานคร : บริษัท สหธรรมิก จำกัด, ๒๕๓๗ ), หน้า ๔๕–๔๖.
บุญมี เมธางกูร “ปริจเฉทที่ ๕” อภิธรรมมูลนิธิ
บุญมี เมธางกูร. ความมหัศจรรย์ของจิต.กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สุทธิสารการพิมพ์, ๒๕๒๑., ความหัศจรรย์ของชีวิต เล่ม ๑. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สุทธิสารการพิมพ์, ๒๕๒๑.
พระครู ศรีโชติญาณ (แสวง โชติปาโล) . จิตวิทยาแบบอภิธรรม แปลจากภาษามคธและพม่า.กรุงเทพมหานคร : มปท. , ๒๕๔๑.
ขุ. ธ. ๔๐/๑/๓๔.


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ก.พ. 2550 , 11:38:15 น.] ( IP = 58.9.112.54 : : )


  สลักธรรม 5

คุรั

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ก.พ. 2550 , 16:20:41 น.] ( IP = 58.9.148.227 : : )


  สลักธรรม 6

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.พ. 2550 , 13:58:30 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

ladies watches replica watches imitation breitling watches fake breitling watches automatic watches.

โดย ltre - [13 ม.ค. 2555 , 10:17:36 น.] ( IP = 101.66.89.233 : : )


  สลักธรรม 8

technical tattoo supply Tattoo Accessories tattoo kit Tattoo Case & Box cheap tattoo machine Kuro sumi ink buy tattoo gun.

โดย aquanaut - [29 มี.ค. 2555 , 10:21:55 น.] ( IP = 101.66.88.78 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org