มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สิ่งแรก และสิ่งสุดท้ายในสมัยพุทธกาล




สิ่งแรก และสิ่งสุดท้ายในสมัย พุทธกาล


วันแรกของการตรัสรู้วันวิสาขบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะหรือเดือน ๖ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้และเสด็จดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ซึ่งพุทธศาสนิกชนถือว่าเป็นวันสำคัญยิ่งอีกวันหนึ่งทางพุทธศาสนา ด้วยเหตุการณ์สำคัญๆที่เกี่ยวกับพระพุทธองค์ได้บังเกิดขึ้นในวันและเดือนเดียวกันอย่างน่ามหัศจรรย์ กล่าวคือ
๑.เป็น วันประสูติ ของเจ้าชายสิทธัตถะ ที่ต่อมาได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อ วันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี ณ สวนลุมพินีวัน ซึ่งอยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศเนปาล)
๒.เป็น วันตรัสรู้ ของพระพุทธองค์ ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ (ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย) เมื่อ วันพุธขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี คือ หลังจากที่เสด็จออกผนวชเมื่อพระชนมายุ ๒๙ พรรษา ได้ทรงบำเพ็ญเพียรอย่างหนักเป็นระยะเวลา ๖ ปี จนตรัสรู้เมื่อมีพระชนมายุ ๓๕ พรรษา (พุทธศักราชนับตั้งแต่พระพุทธองค์เสด็จปรินิพพาน เป็นพ.ศ.๑)



๓.เป็น วันปรินิพพาน หลังจากที่ตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าได้ทรงบำเพ็ญพุทธกิจโปรดผู้ควรแนะนำสั่งสอนเพื่อให้บรรลุมรรคผลจนนับไม่ถ้วน เป็นเวลาถึง ๔๕ ปี ก่อนจะเสด็จดับขันธปรินิพพานเมื่อ วันอังคารขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา (ปัจจุบันอยู่ในแคว้นอุตตรประเทศ ของอินเดีย) รวมสิริพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา
- พระอาจารย์คนแรก เมื่อเสด็จออกผนวช คือ อาฬารดาบส กาลามโคตร เป็นหนึ่งในเจ้าลัทธิที่มีชื่อเสียงโด่งดังและมีลูกศิษย์ลูกหามากมายขณะนั้น เจ้าชายสิทธัตถะจึงได้มอบตัวเป็นศิษย์ และศึกษาวิชาความรู้ด้วยความวิริยะ จนสิ้นความรู้อาจารย์ และเห็นว่ามิใช่หนทางแห่งการตรัสรู้ก็อำลาไปแสวงหาธรรมวิเศษต่อไป
-นางสุชาดา บุตรสาวคฤหบดีแห่งหมู่บ้านอุรุเวลา ตำบลเสนานิคม เป็น ผู้ถวายข้าวมธุปายาส (ข้าวที่หุงกวนด้วยน้ำผึ้งและน้ำนม) ในวันที่ทรงตรัสรู้ ด้วยเข้าใจว่าเจ้าชายสิทธัตถะที่นั่งสงบอยู่ใต้ต้นไม้ คือรุกขเทวดาที่ช่วยให้นางได้ลูกชายสมปรารถนา จึงนำข้าวมธุปายาสใส่ถาดทองไปถวายแก้บน
-นายโสตถิยะ เป็นพราหมณ์ที่ได้ ถวายหญ้าคา จำนวนหนึ่งแก่พระองค์ จึงทรงใช้ปูเป็นอาสนะสำหรับประทับนั่งที่โคนต้นโพธิ์ เมื่อประทับแล้วก็ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ว่า “ ถ้าเรายังไม่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณตราบใด เราจักไม่ลุกขึ้นตราบนั้น แม้ว่าเลือดและเนื้อจะเหือดแห้งไป เหลือแต่หนัง เอ็นและกระดูกก็ตามที ”



โดย ธีรวัสดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.พ. 2550 , 16:24:51 น.] ( IP = 58.8.36.212 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

-ตปุสสะและภัลลิกะอุบาสกสองคนแรก ในสัปดาห์ที่ ๔ ที่ทรงตรัสรู้ ทรงประทับอยู่ใต้ต้นเกด มีพ่อค้าต่างเมือง ๒ คนชื่อ ตปุสสะ และ ภัลลิกะ เดินผ่านมาพบพระพุทธเจ้า เกิดความประทับใจในความสง่างามและถ้อยคำของพระองค์ จึงได้นำข้าวสัตตุก้อน สัตตุผงไปถวาย พร้อมทั้งขอให้พระองค์รับเป็นสาวกผู้นับถือพระพุทธองค์ สองคนนี้จึงนับเป็น อุบาสกสองคนแรกในโลก ที่ถึงสรณะ ๒ คือพระพุทธและพระธรรม ส่วนบิดาของพระยสะเป็น อุบาสกคนแรกที่ถึงสรณะครบ ๓ คือ พระพุทธ พระธรรมและพระสงฆ์ ส่วน อุบาสิกาคนแรก คือ มารดาและภริยาของพระยสะ
-ปฐมเทศนา ที่ทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี เมื่อวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ชื่อว่า “ ธัมจักกัปปวัตตนสูตร ” หรือเรียกสั้นๆว่า “ ธรรมจักร ” ซึ่งหมายถึง พระสูตรว่าด้วยการยังธรรมจักรให้เป็นไป อันมีใจความย่อว่า บรรพชิตผู้ประสงค์จะบรรลุธรรมต้องไม่ปฏิบัติสุดโต่ง ๒ อย่างคือ ทรมานตนด้วยวิธีต่างๆ กับหมกมุ่นกับการแสวงหาความสุข ควรดำเนินตามหลักอริยมรรค ๘ คือทางสายกลาง



-ขณะที่ทรงแสดงธรรมอยู่นั้น พระโกณฑัญญะ ก็เกิด “ ดวงตาเห็นธรรม ” สำเร็จพระอรหันต์ เป็น พระพุทธสาวกองค์แรกในพุทธศาสนา
-เวฬุวันวิหาร เป็นสวนไผ่ที่พระเจ้าพิมพิสาร แห่งกรุงราชคฤห์ ได้ถวายเพื่อให้เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ ถือเป็น วัดแห่งแรกของพระพุทธศาสนา
-พระอัครสาวก ขณะที่ประทับอยู่เวฬุวันนี้ พระพุทธองค์ได้อัครสาวกสำคัญ ๒ องค์คือ พระสารีบุตร เป็นอัครสาวกเบื้องขวาที่ได้รับยกย่องว่าเป็นเลิศในทางมีปัญญามาก และ พระโมคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้ายที่ได้รับยกย่องว่าเป็นเลิศในทางฤทธิ์ ซึ่งทั้งสององค์เป็นกำลังสำคัญยิ่งในการช่วยประกาศพุทธศาสนา
-พระราหุลกุมาร ซึ่งเป็นพระโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะกับพระนางยโสธรา ได้บวชเป็น สามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนา โดยพระสารีบุตรเป็นผู้บวชให้ และเป็นเหตุให้พระเจ้าสุทโธทนะ(ปู่)ทูลขอร้องต่อพระพุทธเจ้าว่า ต่อไปถ้าจะบวชใคร ขอให้ได้รับอนุญาตจากพ่อแม่เขาเสียก่อน พระองค์ก็ทรงรับตามที่พุทธบิดาทรงขอ เนื่องจากตอนบวชพระราหุล ทรงให้บวชโดยไม่ได้ขออนุญาต ทำให้พระเจ้าสุทโธทนะเสียพระทัยมาก เพราะลูกหลานออกบวชเกือบหมด ไม่มีใครอยู่สืบราชสมบัติ


โดย Tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.พ. 2550 , 16:32:21 น.] ( IP = 58.8.33.159 : : )


  สลักธรรม 2

-พระนางมหาปชาบดีโคตมี เป็นพระแม่น้าของพระพุทธเจ้าได้ออกบวชเป็น ภิกษุณีองค์แรกในพุทธศาสนา ซึ่งตอนแรกพระองค์ไม่ประสงค์จะให้สตรีออกบวช แต่พระนางก็ไม่ละความพยายาม จนในที่สุดพระอานนท์ได้กราบทูลขอร้อง จึงทรงอนุญาต แต่ทรงวางเงื่อนไขว่าจะบวชได้ต้องปฏิบัติครุธรรม อันหมายถึง ข้อปฏิบัติอันเคร่งครัด ๘ ประการ เช่น ภิกษุณีแม้บวชมาร้อยพรรษา ก็ต้องไหว้พระภิกษุที่แม้เพิ่งบวชวันเดียว เป็นต้น ซึ่งพระนางก็ยินยอมปฏิบัติ
-พระกระยาหารมื้อสุดท้าย เมื่อทรงปลงอายุสังขารในวันเพ็ญเดือนมาฆะ (เดือน ๓) ขณะทรงพระชนมายุ ๘๐ พรรษาแล้ว ได้เสด็จมุ่งหน้าไปยังเมืองกุสินารา ระหว่างทางได้เสด็จประทับพักผ่อนที่สวนมะม่วงของ นายจุนทะ กัมมารบุตร ซึ่งนายจุนทะก็ได้ ถวายอาหารปรุงพิเศษ ที่ชื่อว่า สูกรมัททวะ หลังจากเสวยภัตตาหารดังกล่าวแล้ว พระโรคได้กำเริบจนกระทั่งลงพระโลหิต แต่ทรงข่มทุกขเวทนาไว้ และเสด็จต่อไปยังเมืองกุสินารา จากนั้นก็ไม่ได้เสวยอาหารอื่นอีก



-ปัจฉิมสาวก สุภัททะปริพาชก (นักบวชนอกพุทธศาสนานิกายหนึ่ง)ทราบว่าพระพุทธองค์กำลังจะปรินิพพานก็รีบไปขอเฝ้าเพื่อถามปัญหาขัดข้องใจของตน พระอานนท์ปฏิเสธ แต่เขาก็ยืนกราน จนพระพุทธเจ้าได้ยินการโต้ตอบกัน จึงมีพุทธบัญชาให้เฝ้าได้ เขาก็ได้ทูลถามปัญหาต่างๆจนเกิดความเลื่อมใสขอบวช พระองค์ก็บวชให้ ถือเป็น พุทธสาวกองค์สุดท้ายของพระพุทธเจ้า
-ปัจฉิมโอวาท ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพานใต้ต้นรังคู่ ณ สาลวันอุทยาน ในวันเพ็ญ เดือน ๖ ได้ตรัสปัจฉิมโอวาทไว้ว่า “ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราขอเตือนเธอทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อม และความสลายไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงทำประโยชน์แก่ตนและประโยชน์แก่คนอื่นด้วยความไม่ประมาทเถิด ”


..............................................
อมรรัตน์ เทพกำปนาท กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ก.พ. 2550 , 16:34:02 น.] ( IP = 58.8.36.212 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org