มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิทยาน่ารู้(๑๗)







พุทธวิทยาน่ารู้(๑๗)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)

เรื่อง ความพอใจในความสุข กับความพอใจในความพ้นทุกข์


ตอนที่ผ่านมา

เรื่องของความพอใจในความสุข กับความพอใจในความพ้นทุกข์นี้ก็เกิดมาจากนักปฏิบัติกรรมฐานเหมือนกัน มีชาวพุทธส่วนมากมักเข้าใจกันว่า การเข้าหาศาสนาก็เพื่อเข้าหาความสงบสุข เพราะสังคมปัจจุบันนี้มันช่างวุ่นวายสับสนเหลือเกิน การอยู่ในสังคมโลกจะหาความสงบสุขไม่ได้เลย

ยิ่งวิทยาศาสตร์เจริญมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งวุ่นวายมากขึ้นเท่านั้น เพราะเกิดมีปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่รอบๆ ด้าน น่าอึดอัดใจอย่างที่สุด ถ้าเราเข้าหาศาสนาเสียได้ จะเกิดความสงบสุขมิใช่น้อย

นี่คือความรู้สึกส่วนใหญ่ของประชาชนมักเป็นแบบที่ว่านี้ ก็พอดีกับสำนักต่างๆ ก็สร้างแนวปฏิบัติที่ถูกกับรสนิยมของคนจำพวกนี้ จึงได้เกิดสำนักปฏิบัติเพื่อรับคนจำพวกนี้มากมาย

ส่วนพวกที่มาไม่ได้เพราะถูกความจำเป็นบีบบังคับหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านเจ้าสำนักก็หาทางช่วยเหลือคนที่ว่าในรูปแบบต่างๆ เช่น จัดพิมพ์เป็นเอกสารออกเผยแพร่บ้าง ออกรายการวิทยุให้นั่งทำกันที่บ้านบ้าง บางทีจะเข้านอนอยู่แล้ว ก็สามารถทำกันในมุ้งได้ก็มี รู้สึกว่าสมัยนี้เป็ยสมัยที่สะดวกสบายจริงๆ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.พ. 2550 , 09:40:33 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ข้อที่น่ายกเอามาวิจัยกันในที่นี้ก็มีอยู่ว่า การที่เราพากันเข้าหาพุทธศาสนานั้น เราเข้าหาเพื่อความสงบสุข หรือเข้าหาเพื่อความพ้นทุกข์กันแน่ ปัญหาก็มีอยู่เท่านี้

เพราะความสุขนั้นเราอาจแสวงหากันได้หลายๆ วิธี บางวิธีเราก็เสาะหาความสุขกันด้วยการเปลี่ยนอารมณ์ เช่น เกิดความกลัดกลุ้มเราก็เปลี่ยนอารมณ์เสียด้วยวิธีการไปตากอากาศ ไปท่องเที่ยวเสียในต่างถิ่นตามโครงการนำเที่ยวในประเทศหรือนอกประเทศก็อาจทำได้

หรือไม่ก็หาทางออกที่หยาบไปกว่านั้น ด้วยการเสพของเสพติดหรือเล่นการพนันเป็นต้น ก็อาจแบ่งเบาความวุ่นวายไปได้เหมือนกัน แต่นั่นมันเป็นวิธีหนีความวุ่นวายที่ผิดทาง บางคนฉลาดหน่อยก็เข้าวัดฟังธรรมบ้าง ทำกรรมฐานบ้าง ก็สามารถสงบระงับความวุ่นวายไปได้บ้าง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.พ. 2550 , 09:42:16 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2

แต่ปัญหาที่จะหยิบยกขึ้นมาวิจัยกันขณะนี้ก็มีอยู่ว่า ขณะที่เรานั่งปฏิบัติกรรมฐานเกิดความสงบสุข เพราะระงับความวุ่นวายใจได้ ในขณะที่จิตอยู่กับองค์กรรมฐานอยากถามว่า ความสงบสุขอย่างที่ว่านี้ใช่ไหม ที่ตนเองมีความต้องการในเมื่อเข้าหาศาสนา ถ้าตอบว่า ใช่ ก็จะต้องมีปัญหาถามกันต่อไปว่า

ความสงบสุขเท่าที่ตนกำลังเสวยอยู่นั่นน่ะ จัดเป็นความสงบสุขที่เป็นจุดจบของพระพุทธศาสนาเราหรือยัง?
และความสงบสุขแบบนี้ ก่อนที่พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นเคยเกิดมีมาแล้วหรือยัง?
ความสงบสุขแบบนี้ เป็นอารมณ์ที่ตัณหาและทิฏฐิอาศัยเกิดได้ไหม เพราะเหตุไร?

เพื่อให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงใคร่ขอวิจัยว่า ความสงบสุขที่เกิดจากการทำกรรมฐานนั้น ถ้าสงเคราะห์เข้าเป็นขันธ์ ๕ กันแล้ว สุขเวทนาที่เกิดขึ้นในกาม รูปฌาน และอรูปฌาน ในหลักนั้นท่านจัดเป็นเวทนาขันธ์ใช่หรือไม่? ถ้าตอบว่า ใช่ ก็คงไม่พ้นไปจากขันธ์ และความสุขอันใดที่ยังเป็นขันธ์อยู่ จะพ้นทุกข์ไปได้อย่างไร

เพราะธรรมใดไม่เที่ยง ธรรมนั้นเป็นทุกข์ จะทนเป็นสุขอยู่ไม่ได้ ธรรมใดเป็นทุกข์ ธรรมนั้นก็จะต้องเป็นอนัตตา บังคับบัญชาให้อยู่ในอำนาจไม่ได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.พ. 2550 , 09:42:43 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3

ข้อนี้สมตามนัยแห่งพุทธภาษิต ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแก่ปัญจวัคคีย์ในอนัตตลักขณสูตรว่า

ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว เวทนา นิจฺจา วา อนิจฺจา วาติ อนิจฺจา ภนฺเต. ยมฺปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วาตํ สุขํ วาติ ทุกฺขํ ภนฺเต. ยมฺปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ กลฺสํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุเอตํมม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ โน เหตํ ภนฺเต.

เธอทั้งหลาย จะสำคัญข้อความนั้นเป็นไฉน ภิกษุทั้งหลาย เวทนา เที่ยงหรือไม่เที่ยงเล่า ไม่เที่ยงพระเจ้าข้า. ก็ธรรมใดไม่เที่ยง ธรรมนั้นจะเป็นสุขหรือเป็นทุกข์เล่า เป็นทุกข์พระเจ้าข้าฯ ก็ธรรมใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ควรละหรือที่จะตามเห็นธรรมนั้นว่า นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นตัวตนของเราฯ ข้อนี้มิใช่จะเป็นไปได้อย่างนั้น พระเจ้าข้าฯ

ตามที่อธิบายพร้อมทั้งยกเอาหลักฐานจากพระบาลีมารับรอง ก็พอจะเห็นได้แล้วว่า การที่เราเสาะหาโลกียสุขกันอยู่ แม้ว่าจะเป็นความุขที่เกิดขึ้นในขณะทำสมาธิก็ดี ก็หาได้ชื่อว่า เป็นการสร้างความพอใจในความพ้นทุกข์ไม่ แต่เป็นการเสาะหาความทุกข์ คือเวทนาขันธ์โดยไม่รู้ตัวอยู่นั่นเอง

เหตุนั้นความพอใจในความสุข จึงเป็นวิธีที่ไม่ตรงกับพุทธประสงค์ แต่ถ้าผู้ใดพอใจในความพ้นทุกข์ ผู้นั้นได้ชื่อว่า สร้างความหวังที่ประกอบไปด้วยปัญญาโดยตรงทีเดียว.


โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 ก.พ. 2550 , 09:43:20 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4

กราบขอบพระคุณหลวงพ่ออย่างสูงยิ่งครับ ที่พยายามอธิบายให้เห็นถึงสภาพธรรมที่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัยอยู่ได้อย่างชัดเจนครับ

และด้วยหลักการปฏิบัติที่มีอยู่มากมายนี้ ก็เป็นเพียงการข่มระงับความทุกข์เวทนาได้อย่างชั่วคราวจริงๆ

กระผมจะคอยติดตามอ่าน หลักธรรมที่หลวงพ่อจะแสดงต่อไปเพื่อความรู้และความเข้าใจ ในการที่จะกำจัดทุกข์ให้หมดสิ้นไปได้ต่อไปด้วยความเคารพอย่างสูงครับ

โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ก.พ. 2550 , 08:53:56 น.] ( IP = 58.9.142.173 : : )


  สลักธรรม 5

คุค่

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ก.พ. 2550 , 16:12:59 น.] ( IP = 124.121.175.174 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org