มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิทยาน่ารู้(๑๙)







พุทธวิทยาน่ารู้(๑๙)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)

เรื่อง ธรรมกาย (จบ)


ตอนที่ผ่านมา

ก่อนอื่น ที่จะพูดถึงเรื่องของ "ธรรมกาย" ก็อยากจะพูดถึงเรื่องบาลีว่า "ผู้ใด เห็นธรรม ได้ชื่อว่า ผู้นั้นเห็นเรา" เสียก่อน

อันที่จริงบาลีนี้ มิใช่เป็นบาลีที่พระพุทธเจ้าตรัสเป็นคาถาโดยตรงดอก แต่เป็นเพียงพระพุทธโฆษาจารย์ได้ยกเอามาพูดไว้ในท้องนิทานธรรมบท ภาค ๘ หน้า ๘๕ มีข้อความเต็มว่า โยโข วกกลิ ธมมํ ปสสติ โส มํ ปสสติ, โย มํ ปสสติ โส ธมมํ ปสสติ.

ซึ่งแปลเป็นความไทยก็ว่า ดูกรวักกลิ ผู้ใดแลเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา ผู้ใดเห็นเราก็ชื่อว่าผู้นั้นเห็นธรรมฯ แล้วท่านก็มิได้อธิบายอะไรไว้ในเรื่องของความหมาย แต่ก็พอจะยกเอาข้อความที่ท่านได้อธิบายไว้ในอรรถกถามาตีความได้ว่า

"ภิกษุผู้มากไปด้วยความปราโมทย์แม้โดยปกติ ก็ย่อมปลูกความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ภิกษุนั้น เลื่อมใสแล้วอย่างนั้น พึงบรรลุพระนิพพานในพุทธศาสนา อันได้ชื่อว่าสันตบท เป็นที่เข้าไปสงบสังขารเป็นสุข"

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ก.พ. 2550 , 10:49:22 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

จากข้อความตามที่ได้ยกเอามาเป็นหลักยืนยันนี้ จะเห็นได้อย่างชัดเจนแล้วว่า คนที่ได้เห็นธรรมนั้นก็คือ คนที่ได้บรรลุพระนิพพานนั่นเอง เมื่อข้าพเจ้ายกเอาหลักมาแสดงกับเขาแล้ว ก็เลยถือโอกาสถามเขาไปเลยว่า "แล้วคุณเล่าได้เห็นพระพุทธเจ้าที่หลังคาโบสถ์...กับเขาหรือเปล่า"

เขาก็ทำเป็นกระอักกระอ่วนอย่างไรพิกลจะรับก็ไม่เชิงจะปฏิเสธก็ไม่ใช่ เมื่อเห็นเขาเงียบ ๆ อยู่เข้าพเจ้าก็เลยพูดกับเขาไปว่า "ใครจะได้เห็น หรือไม่เห็น ข้าพเจ้าไม่ทราบได้ แต่ตัวข้าพเจ้าเองบวชมาก็หลายพรรษาเต็มทีแล้วและแต่ละพรรษาก็อยากจะได้เห็นพระพุทธเจ้าจนตัวสั่น แต่ก็ไม่ได้เห็นกับเขาสักที บาปของข้าพเจ้ามันจะหนาอย่างที่เขาว่ากัน หรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้"

จึงขอฝากความข้องใจไว้กับผู้อ่านเพียงแค่นี้ก่อน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ก.พ. 2550 , 10:51:49 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

สำหรับเรื่องของ "ธรรมกาย" นั้น เราจะแปลกันอย่างฟังง่าย ๆ ว่า กายธรรม กายทิพย์ กายพรหม ธรรมภูต พรหมภูต ชื่อต่าง ๆ เหล่านี้เป็นพระนามของพระพุทธเจ้าโดยเฉพาะ

ได้ตรัสแก่วาเสฎฐะและภารัทวาชะในทีฆนิกายปาฏิกวรรค อัคคัญญูสูตรที่ว่าด้วยเรื่องอานิสงส์ของการบวชว่า

"ถ้าเกิดมีใครเขาถามเธอว่าเธอเป็นอะไร?" ก็ควรจะตอบเขาว่า "จะเป็นใครก็ตามมีศรัทธาตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวในพระตถาคตเจ้าแล้ว จะเป็นสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร หรือ พรหมก็ตามก็ควรเรียกได้แล้วว่า เป็นบุตรเป็นโอรสในพระผู้มีพระภาคเจ้าได้

เป็นผู้ที่เกิดแล้วจากพระโอษฐ์ เกิดจากธรรม อันพระธรรมเนรมิตให้เป็นทายาทแห่งธรรม เพราะเหตุไรเล่า เพราะคำว่า "ธรรมกาย" ก็ดี พรหมกายก็ดี ธรรมภูตก็ดี พรหมภูตก็ดี คำที่เป็นชื่อต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นชื่อของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น"

(จาก ที. ปา. ข้อ ๑๑๘ หน้า ๖๙ มีแก้อยู่ในอรรถกถาทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ฉบับ ฉัฎฐะ หน้า ๔๙ ข้อ ๑๑๘ ฎีกาทีฆนิกาย ปาฎิกวรรค หน้า ๔๑ ข้อ ๑๑๘)

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ก.พ. 2550 , 10:52:11 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

ตามที่ได้ยกเอามาแสดงนี้ ก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าผู้ที่จะได้ธรรมกายเป็นต้น จะมีได้เฉพาะพระพุทธเจ้าองค์เดียวเท่านั้น นอกนั้นจะเป็นได้ก็เพียงบุตร โอรส ผู้เกิดจากพระโอษฐ์เกิดจากธรรมพระธรรมเนรมิตให้ และเป็นทายาทของธรรมเท่านั้น

แต่ผู้ที่พูดว่าได้ธรรมกายนั้น อาจพูดไปตามมโนภาพเท่าที่ตนเห็นในนิมิตของสมาธิมากกว่า อันการจะตีความอะไร ก็ควรจะใคร่ครวญให้ถ่องแท้ มิฉะนั้นจะพลาดไปโดยความเขลารู้เท่าไม่ถึงการณ์

เหมือนอย่างที่อาจารย์บางท่านพูดว่า "พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามภิกษุพรากของเขียว ที่มีชีวิตเกิดอยู่กับที่ต้องอาบัติปาจิตตีย์"

ความจริงแล้วมิใช่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทนี้ เพราะเหตุที่ต้นไม้มีชีวิตแต่ทรงบัญญัติเพื่อรักษาศรัทธาของชาวบ้านต่างหาก เพราะต้นไม้มีอุตุเป็นสมุฎฐาน ไม่ได้เกิดมาจากกรรมเหมือนกับมนุษย์และสัตว์โดยทั่วดอก

แต่อาจารย์บางท่านไม่รู้เรื่อง ก็เลยไปอุปโลกน์ให้เป็นเรื่องของพระพุทธเจ้าไป อย่างนี้ไม่สมควรเลย เพราะพระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสไว้ในที่ใดเลยว่า ต้นไม้มีชีวิต แต่ที่พูดเป็นเรื่องของลูกศิษย์ที่ตั้งตนเป็นอาจารย์ แล้วอุปโลกน์ให้พระองค์ท่านต่างหากฯ

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ก.พ. 2550 , 10:52:43 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

มาทำความเข้าใจให้ถูกในเรื่อง ธรรมกาย นะครับหลวงพ่อ และยังได้ทราบถึงธรรมวินัยข้อบัญญัติอีกด้วยครับ เป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้คิด พูด เขียนและทำได้จริงๆครับ

กราบขอบพระคุณหลวงพ่ออย่างสูงยิ่งครับผม.

โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ก.พ. 2550 , 10:57:44 น.] ( IP = 58.9.143.254 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อเป็นอย่างสูงค่ะ

มาร่วมเข้าเรียนแต่ละครั้ง ก็ได้มุมมองที่ดีๆทุกครั้ง
และเป็นประโยชน์ต่อการเข้าใจที่ถูกต้องค่ะ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ก.พ. 2550 , 19:17:58 น.] ( IP = 125.24.36.241 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org