มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วิเคราะห์ศีลข้อที่ ๒ อทินนาทาน




วิเคราะห์ศีลข้อที่ ๒ อทินนาทาน



มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่ร่วมกันเป็นหมู่เป็นพวก นับตั้งแต่เกิดจนตาย เมื่อมีการ พึ่งพาอาศัยกันในการดำเนินชีวิตจึงมีการแก่งแย่งผลประโยชน์กันอยู่เสมอ เพื่อมิให้คนเหล่านั้นมีความเห็นแก่ตัวอย่างไม่มีขอบเขต จึงต้องมีกฎข้อบังคับให้ทุกคนได้ถือปฏิบัติร่วมกันทั้งนี้ก็เพื่อความสงบสุขต่อตนเองและสังคม



การแย่งชิงผลประโยชน์กัน เป็นปัญหาใหญ่มาก ความแก่งแย่งแข่งดี ชิงไหวพริบกัน เพื่อความอยู่รอดของตัวเองและพวกพ้อง เพื่อความยิ่งใหญ่ และอำนาจ เป็นสิ่งที่มีมาประจำโลก ในเมื่อโลกนี้เต็มไปด้วยผู้ที่มากไปด้วยอำนาจของกิเลสและตัณหา การแย่งอาหารกันกิน แย่งที่อยู่อาศัยกัน แย่งอำนาจกันเป็นใหญ่มีมานานแล้วก็ยังมีอยู่ในปัจจุบัน และจะเป็นเช่นนั้นแม้ในอนาคต คนที่มีความเข้าใจความจริงในข้อนี้ จึงถือว่าการแก่งแย่งกันนั้น เป็นเหมือนการวิ่งไล่ตามเงาของตนเอง มีแต่เรื่องที่จะต้องเข่นฆ่าประทุษร้ายกัน ท่านจึงละเว้นไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำเช่นนั้น การที่ธนาคารล่ม เพราะคนโกงหรือคนทุจริตต่อหน้าที่ของตนเอง กรณีเช็คเด้ง ตลอดถึงการคอรัปชั่นชาติบ้านเมืองเสียหาย คนในครอบครัวเดียวกันเป็นขโมยเป็นต้น ถ้าบุคคลเพียงแต่มีศีลข้อที่สองกันเท่านั้น สิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะทุกคนล้วนแต่มีความละอายและความกลัวต่อผลของการกระทำที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง และคนที่ทำไปอาจจะอ้างว่าทำไปเพราะจน แต่ว่าศีลที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ถ้าบุคคลน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติก็จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติและมีความสุข คนที่แก่งแย่งชิงดีกันเหล่านั้น เป็นคนที่มากไปด้วยบาปอกุศล พร้อมที่จะเบียดเบียนหรือฆ่า ทำร้ายใครก็ได้ เพื่อความอยู่รอดและความยิ่งใหญ่ของตัวเองและพวกพ้อง

โดย ลุงไพบูลย์ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.พ. 2550 , 18:29:52 น.] ( IP = 58.9.112.170 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


จุดมุ่งหมายของศีลข้อที่ ๒
อทินนาทาน ละเว้นจากการลักขโมย ในที่นี้หมายรวมไปถึงการล้วงกระเป๋า การข่มขู่เอาทรัพย์สมบัติของผู้อื่น การคดโกง การเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น แต่ยังรวมไปถึงการละเมิดในสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น การก้าวก่ายในหน้าที่การงานของผู้อื่นโดยพละการ การละทิ้งหน้าที่ การสนับสนุนให้คนทำทุจริตเป็นต้น ล้วนแต่เป็นอทินนาทานทั้งนั้น แต่ถ้ามองแคบเข้ามาก็หมายถึงการฉกฉวยหยิบเอา การปล้น การข่มขู่ การคดโกง ศีลข้อที่ ๒ นี้มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์เช่น การหวงทรัพย์สมบัติที่ได้หามาได้เป็นต้น พระพุทธเจ้าทรงเห็นโทษของอทินนาทาน จึงสอนให้ละเว้นและประกอบอาชีพโดยสุจริต เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และเป็นมงคลชีวิตเป็นการกระทำที่ไม่มีโทษทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น



จุดมุ่งหมายของศีลข้อนี้คือให้ดำเนินชีวิตด้วยสัมมาอาชีวะ ให้รู้จักเลี้ยงชีวิตของตนในทางที่ชอบธรรม โดยสรุปมีเหตุผลอยู่ ๒ ประการคือ ๑. ไม่ทำให้เจ้าของทรัพย์เดือนร้อน ๒. ไม่ทำให้ตนเดือดร้อนในภายหลัง
ที่ห้ามการลักขโมย การคดโกง การหลอกลวงเลี้ยงชีวิต ก็เพราะมุ่งเหตุผลทั้ง ๒ ประการนั้น และในการดำเนินชีวิตประจำวัน จะต้องดำเนินไปอย่างมีเหตุผล ใช้ปัญญาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต เพื่อให้ถูกต้องตามเหตุผลในกรณีนั้น ๆ เพราะชีวิตที่อยู่ด้วยปัญญานั้นเป็นชีวิตที่ประเสริฐ ศีลข้อที่ ๒ นั้นเป็นแนวทางป้องกันทางเสียหายร้ายแร้งที่สุดข้อหนึ่งคือ เป็นการทำลายความเป็นมนุษย์ การช่วยให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันโดยปกติสุขนั้น เป็นอุดมการณ์ของพระพุทธศาสนาที่ ต้องการลดความทุกข์ เสริมสร้างความสุขให้แก่บุคคลในสังคม จุดมุ่งหมายจริง ๆ ของศีลข้อที่ ๒ คือนั้นมุ่งจะให้เกิดสันติภาพขึ้นในสังคม
การใช้ศีลข้อที่ ๒ เป็นระเบียบกติกา เพื่อการอยู่ร่วมกันโดยปกติสุขภายในสังคม แม้ว่ามนุษย์เราจะอยู่ในวัฒนธรรมที่แตกต่างกันก็ตาม แต่โดยพื้นฐานแล้วทุกชีวิตในโลกนี้ ล้วนแต่ต้องการความสงบสุข และไม่ต้องการความทุกข์ ฉะนั้น การจะทำอะไรก็ตามที่เป็นการทำให้คนอื่นเดือนร้อนจะต้องงดเว้น เมื่อประพฤติปฏิบัติได้เช่นนี้ จะอยู่ในสังคมใดหรือวัฒนธรรมใด ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยปกติสุข


โดย ลุงไพบูลย์ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.พ. 2550 , 18:30:45 น.] ( IP = 58.9.112.170 : : )


  สลักธรรม 2


สาเหตุของการแย่งชิงผลประโยชน์กัน

การแก่งแย่งแข่งขันกันในการแสวงหาทรัพยากร เมื่อคนโลภมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาการเบียดเบียนกัน การสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน เป็นการสนองความโลภ โกรธ หลงเป็นส่วนใหญ่ และเหตุที่เกิดการแย่งชิงผลประโยชน์กัน ก็เพราะความเห็นแก่ตัว และความเข้าใจผิด ความเห็นแก่ตัวเกิดจากกิเลส ๓ ตัวคือ โลภ โกรธ หลง การรักษาศีลเป็นวิธียับยั้งหรือตัดกระแสของกิเลสทั้ง ๓ ตัวนี้ ให้น้อยลงหรือไม่ให้กำเริบขึ้น ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน เกิดขึ้นจากการแย่งชิงผลประโยชน์กัน ถามว่าทำไปมนุษย์จึงมีการแย่งชิงผลประโยชน์กัน ตอบว่าเพราะมนุษย์เหล่านั้นลุอำนาจแก่กิเลสทั้ง ๓ ตัวนั้น สิ่งที่เราต้องการก็คือการละสิ่งเหล่านั้น โดยการประพฤติปฏิบัติตามหลักของศีลข้อที่ ๒ การดำรงชีวิตในสังคม ก็จะเป็นการเคารพสิทธิ ในชีวิต ในทรัพย์สิน ในผลประโยชน์ของกันและกัน ก็จะอยู่ร่วมกันโดยสันติสุข



แนวทางแก้ไขปัญหาของศีลข้อที่ ๒

ต้องแก้ไขด้วยการประกอบอาชีพที่สุดจริต งดเว้นจากการเอารับเอาเปรียบกัน มีความรักในเพื่อนมนุษย์โดยเห็นคนที่ตนเอาเปรียบหรือไปเบียดบังเอาทรัพย์ของคนอื่นมานั้น เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งสิ้น มีความเสียสละไม่เห็นแก่ตัว เลี้ยงชีวิตโดยสุจริต เห็นความเดือดร้อนของเพื่อนมนุษย์จะต้องช่วยแก้ไข


งดเว้นไม่เกี่ยวข้องกับการลักขโมย การคดโกง ทุจริตต่อหน้าที่ ปัญหาเหล่านี้คือปัญหาทางการศึกษา สรุปก็คือปัญหาเกี่ยวกับความไม่รู้ ความยากจน ทำให้คนกลุ่มหนึ่งต้องลักขโมย ทุจริตต่อหน้าที่เป็นต้น พระพุทธศาสนามีคำสอนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไว้ โดยสอนให้งดเว้นจากความเกียจคร้าน การใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายในทางที่ไม่เหมาะไม่ควร สอนให้มีความขยันหมั่นเพียรในการประกอบอาชีพที่สุจริตตามสมควรแก่หน้าที่ของตน
เมื่อมีทรัพย์สมบัติ ก็สอนให้รู้จักประมาณในการใช้จ่าย รู้จักเก็บออมรักษาทรัพย์สมบัติเหล่านั้นเอวไว้ พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงวิธีการหรือหลักการเพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้นด้วย

โดย ลุงไพบูลย์ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.พ. 2550 , 18:31:33 น.] ( IP = 58.9.112.170 : : )


  สลักธรรม 3


หลักของทิฏฐธัมมิกกัตถะประโยชน์ ๔ ประการคือ

๑. ให้มีความขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติหน้าที่การงาน
๒. เมื่อได้ทรัพย์สมบัติมาแล้วก็มีหลักในการรักษาทรัพย์ไว้โดยแบ่งออกเป็น
๒ ส่วน คือ ๑. เพื่อบริโภคใช้สอยในครอบครัว ๒. เก็บออมเอาไว้
๓. คบหาสมาคมกับคนดี แนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์และ
๔. รู้จักใช้สอยทรัพย์ไม่ให้ฝืดเคืองจนเกินไป ไม่ฟุ้งเฟ้อจนเกินไป



เมื่อทำได้เช่นนี้แล้วบุคคลก็จะได้รับความสุขจากการมีทรัพย์ และสามารถใช้จ่ายทรัพย์ จากการที่ไม่ต้องเป็นหนี้ และประกอบอาชีพที่สุจริต ถ้าบุคคลเหล่านี้ดำเนินชีวิตอยู่ในกรอบของศีลข้อที่ ๒ แล้วก็จะลดหรือเว้นจาการเบียดบังเอาทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของส่วนรวมมาเป็นของตนเอง และเมื่อสิ่งเหล่านี้ลดลงไปได้แล้ว ความสุข ความสงบก็จะเกิดขึ้นตามสมควรแก่เหตุที่ตนได้ทำไว้
การแก้ไขปัญหาในสภาพเช่นนี้ของโลกไม่สามารถแก้ได้ด้วยกฎหมาย หรือบทลงโทษใด ๆ ถ้าสามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ด้วยกฎหมาย โลกก็จะไม่พบกับฝันร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า จะให้ใครมาแก้ให้ไม่ได้ นอกจากจะแก้ไขที่ใจของตนเอง ของแต่ละคนโดยสร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบร่วมกัน รู้จักและเข้าใจในสิทธิการครอบครองทรัพย์สินโดยธรรม ข้อนี้จำเป็นต้องนำหลักศาสนามาช่วยแก้โดยสร้าง เจตนางดเว้นจากการยึดครองทรัพย์สินของผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม เพื่อละเว้นการกระทำที่เป็นไปในทางแก่งแย่งกัน อันเป็นเหตุให้เบียดเบียนกันและกัน



สามารถควบคุมกาย วาจา ใจ ให้เป็นปกติ ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น มองเห็นโทษหรืออันตรายของการคดโกงที่มีต่อตนและสังคม ฝึกให้เกิดความรักผู้อื่น ความเสียสละทำลายความเห็นแก่ตัว ฝึกความซื่อสัตย์สุจริต ฝึกพึ่งตนเอง ฝึกการร่วมมือกันทำงานอันเป็นการสร้างความสามัคคี
ทุกคนย่อมรักและหวงแหนทรัพย์สมบัติของตน ไม่ต้องการให้ใครมาลักขโมยทรัพย์สินของตน คนอื่นก็ย่อมไม่ต้องการให้ใครมาลักขโมยทรัพย์สมบัติของตนเช่นกัน ฉะนั้นจึงไม่ควรลักขโมยทรัพย์สมบัติของผู้อื่น เมื่อคนในสังคมไม่ล่วงละเมิดในทรัพย์สมบัติของคนอื่นแล้ว ความสงบสุขก็ย่อมเกิดขึ้น



พระพุทธศาสนาจึงสอนให้งดเว้นจาการถือเอาทรัพย์สมบัติของใคร ๆ ที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมย (อทินนาทานา เวรมณี) และให้ประกอบอาชีพที่สุจริต (สัมมาอาชีวะ) ด้วย จึงจะทำให้เกิดสันติภาพที่มั่นคงในสังคมได้ แต่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งเสรีภาพ ไม่มีการบังคับให้เชื่อตาม หรือทำตาม เป็นแต่เพียงบอกให้ทราบว่าอะไรดีควรทำ อะไรไม่ดีไม่ควรทำ ไม่มีเครื่องมือสนับสนุน หากรัฐใช้อำนาจโดยชอบธรรมสนับสนุนให้ประชาชนดำเนินตามหลักนี้ สันติภาพก็จะเกิดขึ้นในสังคมได้


โดย ลุงไพบูลย์ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.พ. 2550 , 18:32:56 น.] ( IP = 58.9.112.170 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org