| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
หลวงตาขามาฆะบูชาจะถึงแล้วคะ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 2เจ้าคะหลวงตา ขอบพระคุณเจ้าคะน้องแก้วดูก่อนนะเจ้าคะ
โอโห...รูปเกี่ยวกับภพภูมิทั้ง ๓๑ ภูมิเลยและยังมีสังโยชน์ ๑๐ ด้วย
น่ากลัวนะเจ้าคะหลวงตาขา น้องแก้วเคยฟังคุณพ่อเล่าเรื่องภพภูมิไว้ว่า ที่ยังมีการเวียนว่ายตายเกิด เพราะมีสักกายทิฏฐิ นี่แหละเจ้าคะ น้องแก้วเพิ่งเห็นรูปโดยรวมวันนี้ละเจ้าคะหลวงตาขาโดย น้องแก้ว [22 ก.พ. 2550 , 11:17:00 น.] ( IP = 58.9.147.93 : : )
สลักธรรม 3วันมาฆบูชา ถือเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนแสดงความเคารพต่อพระธรรม
มาฆะเป็นชื่อของเดือน ๓ มาฆบูชาย่อมาจากคำว่า "มาฆบุรณมี" แปลว่าการบูชาพระในวันเพ็ญเดือน ๓ ด้วยเหตุที่วันนี้เป็นวันสำคัญ เป็นวันประดิษฐานพระพุทธศาสนาได้มั่นคงถาวรตราบเท่าวันนี้
ที่มาถามว่า..ลูกแก้วควรจะทำอะไรจึงจะเรียกว่าดีที่สุดนั้น เรื่องนี้ตอบลำบากนะลูกแก้วถ้าไม่ได้ศึกษาให้เห็นประโยชน์อันแท้จริงของพระพุทธศาสนาแล้ว ก็เป็นอันยากยิ่งที่จะทำได้ เพราะไม่ใช่งานของผู้ที่ไม่มีปัญญาสัมมาทิฏฐิเข้าใจไหมลูกแก้ว.
คือหลักคำสอนที่เป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนาในครั้งนั้นพระพุทธองค์ทรงตรัสเป็พระคาถา รวม ๓ พระคาถาครึ่งดังนี้
พระคาถาที่ ๑ ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต ฯ
พระคาถาที่ ๒ สพฺพปาปสฺส อกรณํ กุสลสฺสูปสมฺปทา สจิตฺตปริโยทปนํ เอตํ พุทฺธานสาสนํ ฯ
พระคาถาที่ ๓ อนูปวาโท อนูปฆาโต ปาติโมกฺเข จ สํวโร มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ ปนฺตญฺจ สยนาสนํ
ครึ่งพระคาถา อธิจิตฺเต จ อาโยโค เอตํ พุทฺธานสาสนํ ฯ
เห็นไหมละว่าพระองค์จัดงานไว้ให้กระทำนั้นเป็นไปเพื่อความสิ้นสุดทุกข์โดยแท้จริง นี่แหละใครทำได้ก็จะพบกับบุญอย่างมหาศาลทีเดียวรู้ไหมลูกโดย หลวงตา [22 ก.พ. 2550 , 11:25:42 น.] ( IP = 58.9.147.93 : : )
สลักธรรม 4เจ้าคะหลวงตา น้องแก้วท่องได้ด้วยเจ้าค่ะ โอวาทปาติโมกข์น้องแก้วได้ชวนเพื่อนๆหลายๆคนท่องและแปลให้ได้ และขณะนี้กำลังเรียนเพื่อให้เข้าใจมากๆเจ้าคะหลวงตา
อย่างนั้นหลวงตาอธิบายมาเลยดีกว่าคะ น้องแก้วมีศรัทธาที่จะรับฟังมากๆเลยคะเพราะน้องแก้วมีความปรารถนาที่จะสว่างไปนะคะ ไม่ต้องการมืดไปคะ เพราะขนาดสว่ายังน่ากลัวเลย ถ้ามืดบอดไปจะแค่ไหนปรื้อ !!!ไม่ดีแน่ๆเลยเจ้าคะโดย น้องแก้ว [22 ก.พ. 2550 , 11:28:32 น.] ( IP = 58.9.147.93 : : )
สลักธรรม 5ในพระคาถาที่ ๑ พระองค์ทรงแสดงถึงคุณธรรมคือขันติ ความอดทนอดกลั้น ว่าเป็นเครื่องอุดหนุนให้บุคคลบรรลุบรมธรรม คือพระนิพพาน พร้อมทั้งทรงแสดงลักษณะของบุคคลผู้เป็นบรรพชิตหรือสมณะไว้ว่า บุคคลผู้ทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่นให้ลำบาก หาชื่อว่าเป็นบรรพชิตหรือสมณะไม่
ในพระคาถาที่ ๒พระองค์ทรงแสดงถึงหลักคำสอน ที่สำคัญซึ่งเป็น หัวใจของพระพุทธศาสนา เพื่อให้พระสาวกได้นำไปใช้เป็นหลักในการเผยแพร่และสั่งสอนไว้ ๓ ประการคือ
๑. เว้นจากทุจริต คือการประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ ( ไม่ทำชั่ว )
๒. ประกอบสุจริต คือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ ( ทำแต่ความดี )
๓. ทำจิตใจของตนให้หมดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง มีโลภ โกรธ หลง (ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว)
ในพระคาถาที่ ๓ กับอีกครึ่งพระคาถา พระองค์ทรงแสดงถึงปฏิปทา ข้อสำหรับปฏิบัติตนของพระสงฆ์สาวก ๖ ประการคือ..
๑. ห้ามมิให้ว่าร้ายผู้อื่น
๒. ห้ามมิให้เบียดเบียนผู้อื่น
๓. ต้องสำรวมในพระปาติโมกข์ คือไม่ล่วงละเมิดในสิกขาบทบัญญัติ
๔. ต้องรู้จักประมาณในการแสวงหาและในการบริโภคใช้สอย
๕. ควรอยู่ในสถานที่อันสงบเงียบ
๖. ประกอบความเพียรในอธิจิต คือชำระจิตให้ปราศจากนิวรณธรรมูปกิเลส มีกามฉันท์เป็นต้น เพื่อให้เกิดมีสมาธิและปัญญา รู้เท่าทันความเป็นจริง ของสิ่งทั้งหลายทั้งปวงในที่สุด
พอสรุปได้ว่า "การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การทำแต่ความดี
และการทำจิตใจให้ผ่องใส นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย" นะลูกแก้ว
ต้องจำไว้ด้วยและหาทางที่จะทำตามที่พระพุทธองค์ทรงสั่งให้ได้ด้วยเพราะจำเป็นมากๆรู้ไหมลูกแก้ว ถึงจะเรียกได้ว่าได้กระทำชีวิตให้สมบรูณ์ตามหลักคำสอนของพระพุทธองค์ และนั่นละจะเป็นการปฏิบัติบูชาที่ดีที่สุด ที่ลูกแก้วถามมานะลูกโดย หลวงตา [22 ก.พ. 2550 , 11:40:53 น.] ( IP = 58.9.147.93 : : )
สลักธรรม 6น้องแก้ว ขอกราบขอบพระคุณหลวงตาอย่างสูงเลยคะ ที่แนะนำพร่ำสอน เส้นทางที่น้องแก้วควรรู้และควรประพฤติ ด้วยความเมตตาของหลวงตานี้เอง ทำให้น้องแก้ว สามารถใช้ชีวิตไปในทางดีงามมาได้คะ
น้องแก้วติดตามอ่านกระทู้ที่นำคำสอนของหลวงตามาลงไว้อยู่เสมอเลยนะคะ เพราะเป็นประโยชน์ที่สุดเลยคะ ทำให้น้องแก้วเข้าใจในพระสัทธรรมมากขึ้นเป็นลำดับเลยคะหลวงตาเจ้าขา
น้องแก้วจะพยายามทำความคุ้นเคยกับคำสอน และนำมากระทำให้เกิดขึ้นมากๆในชีวิตเจ้าคะหลวงตา บุญใดที่น้องแก้วกระทำแล้วนั้น น้องแก้วขอนำมาเป็นเครื่องระลึกและบูชาในความเมตตากรุณาของหลวงตาที่มีต่อน้องแก้ว และพี่ๆทุกๆคนด้วยนะเจ้าคะ
กราบระลึกถึงหลวงตาเสมอเลยเจ้าคะหลวงตา น้องแก้วคะ
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย น้องแก้ว [22 ก.พ. 2550 , 11:50:53 น.] ( IP = 58.9.147.93 : : )
สลักธรรม 7กราบนมัสการค่ะหลวงตา และสวัสดีค่ะน้องแก้ว ตามมารับความรู้สู่โลกกว้างด้วยคนค่ะ....
กราบขอบพระคุณหลวงตามากค่ะที่แจกแจงโอวาทปาฏิโมกข์ให้ทราบ โดย น้องกิ้ฟ [22 ก.พ. 2550 , 12:24:41 น.] ( IP = 58.9.147.93 : : )
สลักธรรม 8สวัสดีจ๊ะน้องกิ๊ฟกับ น้องแก้วมาหาประโยชน์ให้แก่ชีวิตคะ
ดีใจจังเลยที่มีเพื่อนๆมาร่วมทางด้วย เพราะหลวงตากับคุณพ่อของน้องแก้วบอกเสมอว่า หายากมากที่จะมีคนสนใจในการดำเนินทางนี้คะ
น้องกิ๊ฟรู้ไหมจ๊ะว่าเดิมมนุษย์ไม่รู้ว่าตัวตนที่ตนยึดถือไว้ไม่มีจริง เป็นเพียงกระแสของรูปธรรม นามธรรม ที่อาศัยเหตุปัจจัยทำให้เกิดขึ้นและเสื่อมสลายเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา เมื่อไม่รู้ (จิตตวิปลาส) เช่นนี้ จึงยึดถือเอาความรู้สึกนึกคิด ความปรารถนา ความเคยชิน ทัศนคติ ความเชื่อถือ และการรับรู้ เป็นต้น ที่เป็นอดีตและอนาคต (สัญญาวิปลาส) ในขณะนั้น ๆ ว่าเป็นตัวตนของตน (ทิฏฐิวิปลาส) รู้สึกว่าฉันเป็นนั่น ฉันเป็นนี่ ฉันรู้สึกอย่างนั้น ฉันรู้สึกอย่างนี้
หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ:: การถูกความรู้สึกนึกคิด (จิตตวิปลาส) อันเป็นนามธรรม ส่วนย่อยเหล่านี้หลอกลวงเข้า จึงเป็นจุดตั้งต้นของความคิดที่ผิดพลาด (สัญญาวิปลาส) ถูกบังคับให้คิดเห็น รู้สึกและทำการต่าง ๆ ไปตามอำนาจของสิ่งที่ตนยึดว่าเป็นตัวตน (ทิฏฐิวิปลาส) ในขณะนั้น
นี่แหละจ๊ะทำให้น้องแก้วจะต้องมาหาปัญญาเพื่อจะได้พ้นจากความวิปลาสไงจ๊ะน้องกิ้ฟ
โดย น้องแก้ว [22 ก.พ. 2550 , 12:30:52 น.] ( IP = 58.9.147.93 : : )
สลักธรรม 9ตามหาหลวงตากับน้องแก้วเสียเหนื่อยเลย แต่ตอนนี้วิ่งมาทันแล้วค่ะ เห็นลายแทงชีวิตแล้ว แหมมันช่างทิ่มแทงชีวิตจริงๆเลยนะคะ
น้องอุ๊จะท่องโอวาทปาฏิโมกข์ให้ขึ้นใจเลยนะคะน้องแก้ว และจะพยายามปฏิบัติตามคำสั่งให้ดีที่สุดเลย และยิ่งน้องแก้วพูดถึงความวิปลาสแล้ว มันแทบจะเกิดได้ตลอดเวลาเลย ต้องเพิ่มปัญญาไว้เยอะๆ จะได้ไม่ต้องเป็นคนมีแต่วิปลาสใช่ไหมคะโดย น้องอุ๊ [22 ก.พ. 2550 , 12:33:24 น.] ( IP = 58.9.147.93 : : )
สลักธรรม 10กราบขอบพระคุณหลวงตา และอนุโมทนากับน้องแก้วด้วยนะคะที่ตั้งคำถาม ...ทำให้ได้รับประโยชน์โดยถ้วนหน้า โดยเฉพาะภาพที่หลวงตานำมาให้ดูนั้น ทำให้เห็นชัดว่า เพราะสังโยชน์นี่เองที่ผูก และเหวี่ยงเราไปในภพภูมิต่างๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
และยิ่งเข้าใจชัดขึ้นตอนที่น้องแก้วบอกว่า มนุษย์ไม่รู้ว่าตัวตนที่ตนยึดถือไว้ ไม่มีจริง เป็นเพียงกระแสของรูปธรรม นามธรรม ที่อาศัยเหตุปัจจัยทำให้เกิดขึ้นและเสื่อมสลายเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาตลอดจนการอธิบายถึง วิปลาสที่ตามมา ซึ่งเกิดกับเรา(แทบ)ทุกขณะ ทำให้เห็นความน่ากลัวจากแผนภาพที่หลวงตานำมาให้ดูมากขึ้น
ขอบคุณน้องแก้วมากค่ะ ที่มาเป็นตัวอย่างทำให้พวกเรารู้ว่า ควรรีบแสวงหาปัญญาเพื่อจะได้พ้นไปจากวิปลาส ขอบคุณมากๆ ค่ะโดย พี่วยุรี [22 ก.พ. 2550 , 12:37:27 น.] ( IP = 58.9.147.93 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |