มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิทยาน่ารู้(๓๔)







พุทธวิทยาน่ารู้(๓๔)
โดย พระครูศรีโชติญาณ (พระมหาแสวง โชติปาโล)

ปุจฉา วิสัชชนา เรื่อง เหตุปัจจัย (ต่อ)


ตอนที่ผ่านมา

ถาม คำว่า "ปัจจุบัน" กับคำว่า "ปัจจยุบัน" แปลว่าอย่างไร? มีกี่อย่างอะไรบ้าง? และมีสภาวะคือความจริงขององค์ธรรมต่างกันอย่างไร ขอให้อธิบาย?

คำว่า "ปัจจุบัน" กับคำว่า "ปัจจยุบัน" แปลไม่เหมือนกัน

คำว่า "ปัจจุบัน" แปลว่า เกิดขึ้นเฉพาะหน้า มาจากศัพท์ว่า "ปฏิ" แปลว่า "เฉพาะ" และ "อุปปันนะ" แปลว่า "เกิดขึ้น" จึงแปลรวมว่า เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ซึ่งเราก็นิยมนำเอามาใช้เป็นภาษาไทยไปแล้ว ในทางธรรมหมายถึงปัจจุบัน ๔ อย่าง คือ

อัทธานปัจจุบัน หมายอากาลเวลาตั้งแต่หลังปฏิสนธิไปจนถึงหน้าจุติ คือหมายเอาเวลาระหว่างปฏิสนธิและจุติ คือหมายความว่าขณะที่เราเกิดมาแล้วกำลังเป็นอยู่ยังไม่ถึงจุติคือการตาย ตรงนี้แหละที่ท่านเรียกว่า "อัทธานปัจจุบัน"

สมัยหนึ่งๆ เช่นขณะฤดูฝน ๔ เดือน กำลังเป็นอยู่ กำลังอยู่อย่างนี้ เรียกว่า "สมัยปัจจุบัน"

ฐีติขณะของจิตดวงหนึ่งๆ ท่านเรียกว่า "ขณะปัจจุบัน"

ส่วนความสืบต่อของรูปธรรมนามธรรม หรือรูปขันธ์นามขันธ์ที่กำลังเป็นไปอยู่ปรากฏอยู่อย่างนี้เรียกว่า "สันตติปัจจุบัน"

ปัจจุบันอย่างที่ ๔ นี่แหละปิดบังอนิจจัง คือความไม่เที่ยงของนามรูป เพราะมีลักษณะที่ไวและละเอียดมาก ถ้าวิปัสสนาปัญญาเกิดไม่ได้แล้ว จะไม่มีปัญญาเห็นความจริงของนามรูปได้เลย ตรงนี้แหละที่เรียกว่า เป็นผู้บอดมองไม่เห็นความจริงของนามรูป

ส่วนคำว่า "ปัจจยุบัน" นั้นหมายถึง รูปขันธ์และนามขันธ์ที่เป้นจิต เจตสิก และรูป ขณะที่เป็นปัจจยุบัน คือขณะเกิดจากปัจจัยทั้งหลาย อย่างนี้เรียกว่า "ปัจจยุบัน" เรียกว่า "ธรรมทั้งหลายที่เกิดแล้วจากปัจจัยทั้งหลายนั่นเอง"

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 มี.ค. 2550 , 09:26:13 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถาม คำว่า "ปัจจยุบัน" คำๆ นี้ มีวิเคราะห์ว่าอย่างไร องค์ธรรมได้แก่อะไร ความเว้นอะไร เพราะเหตุไรจึงเว้น ขอให้ยกตัวอย่างมาให้เห็นสัก ๒ อย่าง จะได้เข้าใจ?

มีวิเคราะห์ว่า ปจฺจเยหิ อุปฺปนฺนาติ ปจฺจยุปฺปนฺนา (ธมฺมา) แปลว่า ธรรมเหล่าใดเกิดขึ้นแล้วจากปัจจัยทั้งหลาย เหตุนั้นธรรมเหล่านั้นชื่อว่า "ปัจจยุบันธรรม" องค์ธรรมได้แก่ จิต ๘๙ เจตสิก ๕๒ (เว้นโมหเจตสิกที่มนโมหมูลจิต ๒) เฉพาะเหตุปัจจัยเท่านั้น

ที่ว่านี้พูดเฉพาะในสหชาตสภาคะเท่านั้น บัญญัติและพระนิพพานสองอย่างนี้เป็นปัจจยุบันและปัจจนิกของปัจจัยอะไรไม่ได้เลย ธรรมที่เป็นผลของเหตุปัจจัยไม่ได้ เช่น

อเหตุกจิต ๑๘ อัญญสมานาเจตสิก ๑๒ (เว้นฉันทะ) เพราะในอเหตุกจิตตุปบาทไม่มีเหตุ ๖ เกี่ยวข้องอยู่เลย เว้นโมหเจตสิกที่ในโมหมูลจิต ๒ เพราะในโมหมูลจิต ๒ นั้นมีเฉพาะโมหเจตสิกที่เป้นเหตุตัวเดียวไม่มีเหตุอื่นที่จะมาเป็นเหตุปัจจัยให้แก่โมหเตสิกที่ในโมหมุลจิตนั้นได้ จึงจำเป็นต้องเว้นเสีย

และพระนิพพานก็เป็นผลของใครไม่ได้ แม้พระนิพพานจะมีสภาวะความจริงอยู่ก็ตาม แต่เพราะพระนิพพานไม่มีการเกิดดับนั่นเอง พระนิพพานจึงเป็นได้เฉพาะปัจจัยเท่านั้น เหมือนกับบัญญัติจะเป็นได้เฉพาะปัจจัยเท่านั้น จะเป็นปัจจยุบันหรือปัจจนิกของปัจจัยอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 มี.ค. 2550 , 09:27:05 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2

ถาม เหตุปัจจัยจัดเป็นปัจจัยได้ในกาลอะไร เพราะเหตุใด?

เหตุปัจจัยจัดเป็นปัจจัยได้เฉพาะในปัจจุบันกาลเท่านั้น เพราะเหตุ ๖ จะมีอำนาจเป็นปัจจัยให้แก่นามรูปที่เหลือจากตนได้ ก็เฉพาะในจิตตุปบาทที่มีเหตุซึ่งนอกจากตนเท่านั้น นอกนั้นเหตุ ๖ ไม่มีอำนาจ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 มี.ค. 2550 , 09:27:37 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

ถาม คำว่า "ปัจจนิกธรรม" แปลว่า ธรรมอะไร ธรรมที่เป็นปัจจนิกของเหตุปัจจัยแล้ว จะเป็นปัจจนิกธรรมของปัจจัยอื่นในจำพวกปัจจัยสภาคะได้หรือไม่ เพราะเหตุไร ขอให้ยกตัวอย่างมาให้ดูด้วย?

คำว่า "ปัจจนิกธรรม" แปลว่า ธรรมที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับปัจจยุบันธรรม หมายความว่า องค์ธรรมอันใดที่เป็นปัจจนิกในปัจจัยนั้นแล้ว องค์ธรรมนั้นจะไม่มีปรากฏอยู่ในปัจจยุบันของปัจจัยนั้นเอง แต่ถ้าว่าปัจจนิกธรรมของเหตุปัจจัยก็สามารถจะกลับเป็นปัจจยุบันธรรมของปัจจัยอื่นในสภาคะเดียวกันก็ได้ เช่น

จิตที่ไม่มีเหตุ ๑๘ พร้อมทั้งเจตสิกที่เกิดร่วม แม้ว่าตนจะเป็นปัจจยับันธรรมของเหตุปัจจัยไม่ได้ ก็จริง แต่ก็สามารถเป็นปัจจยุบันธรรมของสหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย เป็นต้นได้


โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 มี.ค. 2550 , 09:28:00 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4

ได้ความรู้ความเข้าใจเพิ่มเติมมากเลยครับ นึกถึงคำสอนของหลวงพ่อที่เคยสอนกระผมในอดีตที่ผ่านมาเรื่องอัทธานครับ และเกิดความรู้สึกคิดถึงหลวงพ่อมากๆเลยครับ

กราบขอบพระคุณหลวงพ่ออย่างสูงครับ

โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 มี.ค. 2550 , 10:04:17 น.] ( IP = 58.9.101.84 : : )


  สลักธรรม 5

มาศึกษาและทำความเข้าความหมายของคำต่างๆ ในปัจจัย...กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 มี.ค. 2550 , 22:42:38 น.] ( IP = 58.8.44.125 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org