มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การถึงไตรสรณคมน์




การถึงไตรสรณคมน์
จากหนังสือธรรมสารทัศน์...
โดยพระธรรมกิตติวงศ์


ขอเมตตาธรรมจงเกิดมีแก่ท่านผู้ฟังทุกท่าน

ทุกท่านย่อมทราบกันดีอยู่แล้วว่าพระรัตนตรัยหรือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสิ่งที่ชาวพุทธเคารพนับถือว่าเป็นสรณะที่พึ่งอย่างสูงสุด ไม่มีสรณะอื่นยิ่งกว่า ดังนั้นก่อนที่จะประกอบพิธีกรรมสำคัญทางศาสนาจึงนิยมเปล่งวาจาขอถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะกันก่อนว่า

พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ


ซึ่งแปลกันมาว่า “ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ขอถึงพระธรรมเป็นสรณะ ขอถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ” และยังย้ำอีกเป็นครั้งที่สองครั้งที่สามว่า ทุติยัมปิ ตติยัมปิ เพื่อให้เกิดความหนักแน่นขึ้น เราเรียกการเปล่งวาจาเช่นนี้ว่า “การถึงไตรสรณคมน์” หรือ “การถึงไตรสรณาคมน์” ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล

โดย เซิ่น..นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มี.ค. 2550 , 07:51:36 น.] ( IP = 58.8.47.149 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

การถึงไตรสรณคมน์เป็นการแสดงออกถึงการนับถือพระพุทธศาสนา คือแสดงตนว่าเป็นชาวพุทธ แสดงการยอมรับนับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง

ถ้าทำกันเป็นพิธีการอย่างเช่นที่จัดให้นักเรียนทำรวมกันในโรงเรียนเรียกว่าพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ซึ่งก็คือพิธีการเข้าถึงไตรสรณคมน์ นั่นเอง เป็นพิธีการให้เด็กๆ ที่เป็นลูกหลานของชาวพุทธได้ปฏิญาณตนว่าเป็นชาวพุทธ เป็นผู้รับนับถือพระรัตนตรัยมาเป็นของตนหรือมาเป็นที่พึ่งประจำตนตลอดไป

คำว่า ไตรสรณคมน์ หมายถึงการดำเนินไปถึงสรณะคือพระรัตนตรัย หรือการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะเป็นแนวทางดำเนินชีวิต การมีพระรัตนตรัยเป็นทางสำหรับดำเนินตามเพื่อให้เกิดความสุขสวัสดี เกิดความปลอดภัย ได้รับความเกษมสำราญในชีวิต

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มี.ค. 2550 , 07:53:25 น.] ( IP = 58.8.47.149 : : )


  สลักธรรม 2

หากมีคำถามว่า การรับไตรสรณคมน์ด้วยการเปล่งวาจาว่า พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ที่ปฏิบัติกันอยู่นั้นแสดงว่าผู้รับเป็นชาวพุทธเต็มตัวแล้วหรือยัง ก็อาจตอบได้ว่าเป็นชาวพุทธแล้ว แต่เป็นชาวพุทธด้วยการปฏิญาณตน เป็นการถึงไตรสรณคมน์เบื้องต้นเท่านั้นซึ่งอาจไม่สำเร็จประโยชน์อะไรเลยหากผู้ปฏิญาณนั้นไม่ปฏิบัติตนให้สมกับเป็นชาวพุทธ อย่างที่เราพูดกันเสมอว่าเป็นชาวพุทธตามสำมะโนครัวหรือเป็นชาวพุทธตามใบแจ้งเกิดเท่านั้น ส่วนการแสดงออกทางกาย วาจา และใจหรือการดำเนินชีวิตมิได้เป็นไปในแนวทางแห่งพระรัตนตรัยเลย

ถ้าจะถามต่อไปว่าแล้วจะแสดงออกหรือทำตัวอย่างไรจึงจะชื่อว่าถึงไตรสรณคมน์ที่แท้จริง

ข้อนี้พระโบราณจารย์ท่านตอบไว้แล้ว กล่าวคือ ท่านกล่าวถึงข้อปฏิบัติที่แสดงให้รู้ว่าผู้ทำเป็นผู้ถึงไตรสรณคมน์อย่างแท้จริง มิใช่สักแต่เปล่งวาจากล่าวปฏิญาณตนเท่านั้น อันข้อปฏิบัตินั้นท่านกล่าวไว้ ๔ ระดับด้วยกัน คือ

ระดับที่ ๑ มอบกายถวายชีวิต
ระดับที่ ๒ นำติดตัวไป
ระดับที่ ๓ เป็นศิษย์รับใช้
ระดับที่ ๔ เคารพกราบไหว้

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มี.ค. 2550 , 07:54:38 น.] ( IP = 58.8.47.149 : : )


  สลักธรรม 3

การปฏิบัติที่แสดงว่าถึงไตรสรณคมน์ที่แท้จริงระดับต้นที่ว่า “มอบกายถวายชีวิต” นั้นมาจากคำพระว่า อัตตสันนียาตเนน ถือว่าเป็นวิธีดั้งเดิม นิยมทำกันมาแต่สมัยพุทธกาล กล่าวคือเมื่อพระพุทธเจ้าทรงสนทนาธรรมหรือแสดงธรรมจบ จะมีผู้ที่เกิดศรัทธาเลื่อมใสต้องการหันมานับถือพระพุทธศาสนา ผู้นั้นจะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าใกล้ชิดแล้วกราบทูลว่า

“เอสาหัง ภันเต ภควันตัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ อุปาสกัง มัง ภควา ธาเรตุ อัชชตัคเค ปาณุเปตัง สรณังคะตัง”

ซึ่งแปลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้านี้ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงโปรดจำข้าพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้ถึงสรณะจนตลอดชีวิต จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป”

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มี.ค. 2550 , 07:55:16 น.] ( IP = 58.8.47.149 : : )


  สลักธรรม 4

ผู้ที่ทำเช่นนี้มีจำนวนมาก และทุกคนก็ปฏิบัติตัวได้ตามที่ปฏิญาณไว้กับพระพุทธเจ้า คือทำตัวเป็นอุบาสกอุบาสิกาที่ดี ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนาอย่างเคร่งครัด แม้บางคนก็เคยนับถือลัทธิศาสนาอื่นมาก่อนแต่ก็สามารถปฏิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้าได้อย่างแน่วแน่ วิธีการนี้ได้กลายมาเป็นธรรมเนียมปัจจุบันว่าผู้ที่จะถือบวชรักษาศีลที่วัดจะแสดงตนเป็นอุบาสกอุบาสิกาด้วยการเปล่งวาจาถึงไตรสรณคมน์

และในคำเหล่านั้นจะมีคำว่า “ปาณุเปตัง” ที่แปลว่า “จนตลอดชีวิต” อยู่ด้วย เป็นการแสดงถึงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่มั่นคงต่อพระรัตนตรัย และต่อมาก็เสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจทำนุบำรุงพระศาสนา ช่วยเผยแผ่พระศาสนาด้วยการอุทิศตนเป็นนักสอนศาสนาหรือเป็นนักเผยแผ่ศาสนาในรูปแบบต่างๆ เช่นชวนเพื่อนหรือญาติมิตรให้มานับถือพระพุทธศาสนาตามตนไปด้วย

การปฏิบัติตนต่อพระรัตนตรัยด้วยการมอบกายถวายชีวิตนี้แม้ในปัจจุบันก็มีทำกันอยู่โดยทั่วไป คือเป็นผู้มั่นคงในพระรัตนตรัย ไม่หวั่นไหวเอนเอียงหรือถอยห่าง แม้จะมีเหตุการณ์ที่ทำให้สะเทือนใจหรือไม่สบายใจเกี่ยวกับพระศาสนา ก็มีสติมั่นคงไม่ตำหนิพระรัตนตรัย ไม่ท้อแท้ในการบำเพ็ญบุญในการทำนุบำรุงพระศาสนา ยังทำบุญตักบาตร บำรุงส่งเสริมพระภิกษุสามเณรเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติมา ผู้ที่ปฏิบัติตนมั่นคงในพระรัตนตรัย มีศรัทธาไม่เสื่อมถอยไม่คลอนแคลนหวั่นไหวเช่นนี้กล่าวได้ว่าเป็นผู้ถึงไตรสรณคมน์ระดับมอบกายถวายชีวิตได้

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มี.ค. 2550 , 07:55:54 น.] ( IP = 58.8.47.149 : : )


  สลักธรรม 5

อนึ่ง ในบางคราวพระศาสนาเกิดมีภัยจาศัตรูหมู่อมิตร ก็ยอมตนเข้าพิชิตกำจัดศัตรู สร้างความสงบให้เกิดขึ้นในวงการพระศาสนา ข้อนี้ยกตัวอย่างพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตเช่นพระเจ้าตากสินเป็นต้น พระองค์ทรงต่อสู้ศัตรูกู้ชาติบ้านเมืองมาได้ด้วยทรงมีพระกุศลเจตนาแรงกล้าเพื่อยกบ้านเมืองถวายเป็นพุทธบูชา รักษาพระพุทธศาสนาเข้าไว้

การที่ผู้ใดผู้หนึ่งมายอมเสียสละความสุขส่วนตัว เสียสละอวัยวะเลือดเนื้อโดยที่สุดแม้ชีวิตเข้าไปพิทักษ์รักษาพระพุทธศาสนา รักษาธรรมคำสอนและพระรัตนตรัยให้ปลอดภัย ให้สถิตมั่นคงเป็นมรดกของชาติตราบชั่วนิรันดร์เฉกเช่นที่บรรพบุรุษได้กระทำมาแต่อดีตได้ก็ชื่อว่าเป็นผู้ถึงไตรสรณคมน์ระดับมอบกายถวายชีวิตเช่นกัน

อนึ่ง แม้การที่ยอมเสียสละทรัพย์สินเงินทองที่เป็นเครื่องบำรุงเลี้ยงชีวิตของตนออกไปทำนุบำรุงพระศาสนาพระรัตนตรัย ทำให้ชีวิตอาจต้องขาดความสุขสำราญจากทรัพย์สินส่วนนี้ไปโดยไม่เสียดายหวงแหน มุ่งถวายเป็นพุทธบูชา มุ่งให้เป็นประโยชน์แก่พระศาสนาโดยส่วนรวมดังเช่นอนาถปิณฑิกเศรษฐีและนางวิสาขามหาอุบาสิกาในสมัยพุทธกาลเป็นต้นก็ถือได้ว่าเป็นผู้ถึงไตรสรณคมน์ระดับมอบกายถวายชีวิตได้

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มี.ค. 2550 , 07:56:54 น.] ( IP = 58.8.47.149 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณมากครับคุณเซิ่น ที่นำความรู้จากคำสอนของพระผู้ใหญ่ที่ท่านมีความสามารถสูงในการถ่ายทอดหลักธรรมมาฝากให้อ่านครับ

เป็นเรื่องที่ชาวพุทธควรรู้จริงๆครับ เพราะไม่เช่นนั้นก็เสมือนเพียงปากกล่าวไปอย่างนั้นเอง หาใช่จะถึงซึ่งพระรัตนตรัยได้ยากครับ ถ้าขาดการแนะนำที่ถูกเช่นนี้ ขอบคุณมากครับคุณเซิ่น

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มี.ค. 2550 , 08:14:09 น.] ( IP = 58.9.142.134 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากค่ะคุณเซิ่น

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 มี.ค. 2550 , 13:01:42 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org