มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การถึงไตรสรณคมน์ ๒




การถึงไตรสรณคมน์
จากหนังสือธรรมสารทัศน์...
โดยพระธรรมกิตติวงศ์


ตอนที่ (๑)

นำติดตัวไป
การปฏิบัติที่แสดงว่าถึงไตรสรณคมน์ระดับที่สองที่ว่า “นำติดตัวไป” นั้นมาจากคำพระว่า “ตัปปรายนตาย” หมายถึงการที่มีพระรัตนตรัยเป็นเบื้องหน้า คือจะอยู่ที่ไหนก็มีพระรัตนตรัยอยู่ด้วย อยู่กับพระรัตนตรัยตลอดเวลา จะไปไหนก็มีพระรัตนตรัยติดตามไปด้วย

อย่างเช่นเมื่อสร้างบ้านเรือนอยู่ ก็นิยมมีห้องพระไว้ในบ้านสำหรับเป็นหลักชัยของบ้าน เป็นการอยู่กับพระรัตนตรัย หรือจะเดินทางไปยังที่ต่างๆ ก็นิยมพกพาพระเครื่ององค์เล็กๆ ติดตัวไปด้วยเพื่อเป็นที่ระลึกนึกถึง เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจหรือทำให้เกิดความสบายใจ ที่กล่าวมานี้เป็นการนำพระรัตนตรัยที่เป็นวัตถุไปเป็นการนำติดตัวไปภายนอก ซึ่งอาจไม่สะดวก อาจสูญหายหรือตกหล่นไปก็ได้

การนำพระรัตนตรัยติดตัวไปแบบที่ดีที่สุดก็คือการระลึกถึงพระรัตนตรัยที่เราเรียกว่า พุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ อยู่ตลอดเวลา ด้วยการน้อมนึกในใจถึงพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณว่า อิติปิ โส ภควา… สวากขาโต ภควตา ธัมโม… สุปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ…ในเวลาก่อนนอน ในเวลาเดินทาง ในเวลาเกิดความไม่สบายใจ เกิดความกลัว เกิดความตกใจ หรือในเวลาอยู่ว่างๆ นึกถึงอยู่เสมอ เป็นการนำพระรัตนตรัยติดตัวไปในภายใน ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย เบาสบาย ไม่ต้องดูแลรักษา ไม่ต้องกลัวจะสูญหายตกหล่น เป็นแบบที่สามารถนำไปได้ทุกที่ทุกแห่งและทุกเวลา

โดย เซิ่น..นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 มี.ค. 2550 , 08:05:36 น.] ( IP = 58.8.47.112 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

การมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะภายในย่อมให้แต่คุณไม่มีโทษ ในคัมภีร์พระธรรมบทได้เล่าเรื่องลูกชายคนหาฟืนคนหนึ่งไว้เป็นตัวอย่าง คือเด็กคนนี้ได้ฝึกฝนท่องบ่นพุทธคุณอยู่เป็นประจำ

วันหนึ่งพ่อพาเขานั่งเกวียนออกไปหาฟืนนอกเมืองด้วย เมื่อถึงที่หาฟืนแล้วผู้เป็นพ่อได้ปล่อยโคไปหากินตามลำพัง สองพ่อลูกช่วยกันหาฟืนจนเต็มเกวียน ครั้งตกเย็นจึงออกตามหาโค เผอิญโคของเขาพลัดเข้าไปอยู่ในฝูงโคของชาวบ้านและตามฝูงโคเข้าไปในเมือง พ่อของเด็กจึงตามโคเข้าไปในเมือง หาจนพบแล้วก็จูงออกมา แต่เป็นเวลาเย็นมากแล้วจึงไม่ทันประตูเมืองปิด เขาจึงติดอยู่ในเมืองออกไม่ได้ ฝ่ายลูกชายของเขารอพ่ออยู่ที่ใต้เกวียนจนมืดค่ำ เหนื่อยเข้าก็หลับไป

สถานที่ที่เด็กนอนหลับอยู่นั้นอยู่ใกล้กับป่าช้า ตกกลางคืนพวกอมนุษย์ก็ออกหากิน มีอมนุษย์สองตนเป็นเพื่อนกัน ออกหากินไปทางที่เด็กนอนอยู่ อมนุษย์ตนหนึ่งเป็นมิจฉาทิฐิ ตนหนึ่งเป็นสัมมาทิฐิ อมนุษย์ที่เป็นมิจฉาทิฐิเห็นเด็กนอนอยู่ที่ใต้เกวียนจึงบอกเพื่อนว่าจะจับเด็กคนนี้กินเสีย อมนุษย์ที่เป็นสัมมาทิฐิจึงร้องห้าม แต่อมนุษย์ที่เป็นมิจฉาทิฐิไม่ฟังเสียงมุดเข้าไปจับเท้าเด็กจะลากออกมา

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 มี.ค. 2550 , 08:06:40 น.] ( IP = 58.8.47.112 : : )


  สลักธรรม 2

พอดีเด็กคนนั้นละเมอออกมาว่า “นโม พุทธัสสะ” อมนุษย์มิจฉาทิฐิได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจกลัวพุทธานุภาพ ปล่อยเท้าเด็กแล้วมายืนตัวสั่นอยู่ อมนุษย์สัมมาทิฐิจึงสั่งให้ไปหาอาหารในเมืองมาเลี้ยงเด็กเป็นการไถ่โทษ ส่วนตนเองคอยเฝ้ารักษาเด็กอยู่ที่เกวียนนั้นจนกระทั้งรุ่งเช้า ฝ่ายพ่อของเด็กเมื่อประตูเมืองเปิดแล้วจึงมารับเด็กกลับไปบ้านโดยปลอดภัย

เรื่องนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าพุทธคุณนั้นหากภาวนาในใจอยู่เป็นประจำหรือเปล่งออกมายามคับขันย่อมช่วยให้พ้นภัยได้แน่นอน เหมือนเด็กชายคนนั้นที่เธอนำพระรัตนตรัยติดตัวไปในภายในด้วยจึงสามารถนำออกมาใช้ได้อย่างทันท่วงที ทำให้พ้นภัยจากอมนุษย์มิจฉาทิฐิและได้รับการคุ้มครองจากอมนุษย์สัมมาทิฐิดังที่แสดงมา

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 มี.ค. 2550 , 08:08:02 น.] ( IP = 58.8.47.112 : : )


  สลักธรรม 3

เป็นศิษย์รับใช้
การปฏิบัติที่แสดงว่าถึงไตรสรณคมน์ระดับที่สามว่า “เป็นศิษย์รับใช้” นั้นมาจากคำว่าพระว่า สิสสภาวุปคมเนน หมายถึงการนำตัวเข้าไปรับใช้พระรัตนตรัย อำนวยความสะดวก สละกำลังกายช่วยเหลือกิจการพระศาสนาในรูปแบบต่างๆ ในเวลาทำวัตรเย็นจะมีบทสวดอยู่ตอนหนึ่งว่า

พุทธัสสาหัสมิ ทาโสว ธัมมัสสาหัสมิ ทาโสว สังฆัสสาหัสมิ ทาโสว ซึ่งแปลว่า ข้าพเจ้าขอเป็นทาสรับใช้พระพุทธเจ้า ขอให้ทาสรับใช้พระธรรม ขอให้ทาสรับใช้พระสงฆ์

ซึ่งเท่ากับผู้สวดได้แสดงเจตนารมณ์โดยการประกาศว่าขอรับใช้พระพุทธ ขอรับใช้พระธรรม ขอรับใช้พระสงฆ์ นั่นเอง

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 มี.ค. 2550 , 08:09:02 น.] ( IP = 58.8.47.112 : : )


  สลักธรรม 4

การรับใช้พระพุทธ ย่อมทำได้หลายอย่างเช่น ปัดกวาดดูแลพระพุทธรูป ปัดกวาดบริเวณอุโบสถ วิหาร ลานเจดีย์ และสถานที่ตั้งพระพุทธรูปให้สะอาด จัดเครื่องบูชาให้สวยงามเป็นต้น

การรับใช้พระธรรม ย่อมทำได้ เช่น อำนวยความสะดวกในการฟังธรรม จัดสถานที่ฟังธรรมให้เหมาะสม ให้สวยงาม เตรียมอุปกรณ์ในการประกาศธรรม ตลอดถึงอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติธรรมตามกาลตามโอกาส เป็นต้น

การรับใช้พระสงฆ์ ย่อมทำได้ เช่น ปฏิบัติดูแลพระสงฆ์ ถวายความสะดวก ถวายปัจจัย ๔ ทำบุญตักบาตร ให้ความอุปถัมภ์บำรุง ตลอดถึงเยียวยารักษาเมื่ออาพาธ เป็นต้น

การปฏิบัติรับใช้พระรัตนตรัยดังนี้กระทำกันเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ทำเพื่อต้องการบุญกุศล ด้วยเห็นว่าการกระทำเช่นนี้เป็นความดี เป็นการช่วยเหลือรักษาพระศาสนา คือ ยอมเป็นศิษย์รับใช้พระรัตนตรัยด้วยแรงกายของตน ซึ่งบางคนไม่มีเงินทองที่จะทำบุญทำกุศลเหมือนคนอื่นได้ ก็อุทิศแรงกายของตนช่วยเหลือพระศาสนา ทำได้ดังนี้นอกจากจะเป็นบุญเป็นกุศลแก่ตนแล้ว ยังได้ชื่อว่าปฏิบัติตนถึงไตรสรณคมน์ในความหมายข้อนี้ด้วย

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 มี.ค. 2550 , 08:10:01 น.] ( IP = 58.8.47.112 : : )


  สลักธรรม 5

แท้จริงการเป็นศิษย์รับใช้พระรัตนตรัยนี้มีมาแต่สมัยก่อนแล้ว ส่วนใหญ่คนสมัยก่อนนิยมนำลูกหลานที่เป็นชายเข้าไปฝากตัวอยู่กับพระในวัด ให้เป็นศิษย์ของพระ คอยปรนนิบัติรับใช้พระและช่วยเหลือกิจการงานวัด เช่น ปัดกวาดเช็ดกุฏิ ปัดกวาดบริเวณวัด ตลอดถึงการทำงานวัดอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็ได้อาศัยวัดเป็นสถานที่พักพิง ได้เรียนหนังสือจากพระจากวัด และได้ฝึกฝนอบรมตนให้เป็นคนมีความขยันหมั่นเพียร มีความรับผิดชอบ ตลอดถึงได้ฝึกปรือเรื่องกิริยามารยาทต่างๆ ด้วย

การเป็นศิษย์รับใช้พระรัตนตรัยแบบนี้นอกจากจะเป็นการถึงไตรสรณคมน์คือเป็นชาวพุทธเต็มตัวแล้วยังได้วิชาความรู้เป็นอานิสงส์ตอบแทนด้วย

ในสมัยปัจจุบัน การช่วยเหลือกิจการของวัดเช่น เป็นไวยาวัจกร เป็นกรรมการวัด เป็นกรรมการจัดงานในวัด โดยที่สุดแม้การเป็นมัคนายกช่วยเหลือป่าวประกาศงานบุญในวัด อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้ามาทำบุญในวัด การช่วยเผยแผ่คำสอนพระศาสนา ก็ถือได้ว่าเป็นศิษย์รับใช้ไตรสรณคมน์ด้วยเหมือนกัน

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 มี.ค. 2550 , 08:11:10 น.] ( IP = 58.8.47.112 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณมากเลยครับคุณเซิ่น ที่นำเรื่องราวต่างๆที่เป็นประโยชน์ในการกระทำตนต่อพระรัตนตรัยมาฝากให้อ่านครับ

ดีมากๆเลยครับ เป็นข้อควรคิดควรกระทำจริงๆ เพราะทุกวันนี้วัตถุนิยมมีมากเหลือเกิน และเกิดการคลั่งไคลหลงใหลในวัตถุมาก มากจนจะเป็นข้อโต้แย้งกันมากมาย แต่การมีจิตรำลึกในพระรัตนตรัยอย่างถูกต้องนี้สำคัญมากเลยนะครับคุณเซิ่น.

โดย ทับตะวัน (ทับตะวัน) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 มี.ค. 2550 , 08:48:18 น.] ( IP = 58.9.145.223 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากค่ะคุณเซิ่น ได้ทราบวิธีเข้าถึงและรับใช้พระรัตนตรัยหลายอย่างเลยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 มี.ค. 2550 , 10:16:07 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org