มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การถึงไตรสรณคมน์ ๓




การถึงไตรสรณคมน์
จากหนังสือธรรมสารทัศน์...
โดยพระธรรมกิตติวงศ์


ตอนที่ (๒)

เคารพกราบไหว้
การปฏิบัติที่แสดงว่าถึงไตรสรณคมน์ระดับที่สี่ที่ว่า “เคารพกราบไหว้” นั้น มาจากคำพระว่า ปณิปาเตน ซึ่งหมายถึงแสดงความเคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยการกราบบ้าง ไหว้บ้าง ประนมมือบ้าง แล้วแต่โอกาส

ซึ่งการเคารพกราบไหว้พระรัตนตรัยนี้เป็นการแสดงถึงความเป็นชาวพุทธเบื้องต้นที่ทำได้ง่ายและทำกันโดยทั่วไป จนกลายเป็นวัฒนธรรมหรือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของชาวพุทธทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ชนชาติอะไร เมื่อพบพระพุทธรูปหรือพระสงฆ์จะมีผู้ประนมมือไหว้หรือกราบลงกับพื้นด้วยความเคารพ ซึ่งแสดงว่าผู้นั้นเป็นชาวพุทธ เป็นผู้ถึงไตรสรณคมน์อย่างแท้จริง

โดย เซิ่น..นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 07:58:42 น.] ( IP = 58.8.47.242 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อันว่าการเคารพกราบไหว้ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพด้วยกายนี้อาจเป็นไปโดยมารยาทก็ได้ แต่จะให้ดีและเกิดผลแท้จริงแล้วต้องทำไปพร้อมกันทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ กล่าวคือเมื่อกราบไหว้พระ มือทั้งสองยกขึ้นประนม เปล่งวาจาออกมา และใจก็น้อมนึกถึงพระรัตนตรัยพร้อมกันไป อย่างเช่นที่เวลาเรากราบพระรัตนตรัย นิยมประนมมือเปล่งวาจาว่า

อรหัง สัมมาสัมพุทโธ ภควา พุทธัง ภควันตัง อภิวาเทมิ
ใจน้อมนึกถึงพระพุทธเจ้าแล้วก้มลงกราบ

ครั้งที่สองเปล่งวาจาว่า
สวากขาโต ภควตา ธัมโม ธัมมัง นมัสสามิ
ใจน้อมนึกถึงพระธรรมแล้วก้มลงกราบ

ครั้งที่สามเปล่งวาจาว่า
สุปฏิปันโน ภควโต สาวกสังโฆ สังฆัง นมามิ
ใจน้อมนึกถึงพระสงฆ์แล้วก้มลงกราบ

เมื่อปฏิบัติเช่นนี้ชื่อว่าเคารพกราบไหว้พระรัตนตรัยพร้อมทั้งไตรทวาร คือทั้งกาย วาจา และใจ เป็นอันถูกต้องตามระเบียบและได้ผลดี แต่หากแสดงความเคารพกราบไหว้พอเป็นพิธีพอไม่ให้เสียมรรยาทเท่านั้น ก็จะไม่ได้รับประโยชน์อะไรมากนัก นอกจากพ้นจากการถูกตำหนิว่ากราบไหว้ไม่เป็นหรือทำไม่ถูกเท่านั้น

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 07:59:31 น.] ( IP = 58.8.47.242 : : )


  สลักธรรม 2

การเคารพกราบไหว้นั้นเป็นเหตุให้ได้อานิสงส์คือ ทำให้อายุมั่นขวัญยืน ทำให้มีผิวพรรณสดใสแช่มชื่น ทำให้ได้รับความสบายใจ และทำให้มีกำลังกายกำลังใจในการดำเนินชีวิตและในการประกอบอาชีพ

เพราะอานิสงส์ต่างๆ เหล่านี้ย่อมเกิดแก่คนที่ชอบกราบชอบไหว้และคนที่อ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่และสิ่งสำคัญเป็นนิจ ดังที่พระท่านสวดให้พรเป็นประจำว่า

อภิวาทนสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปจายิโน เป็นต้น ซึ่งแปลว่า
“คนที่มีปรกติกราบไหว้ มีปรกติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ ย่อมเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ” ดังนี้”

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 08:00:08 น.] ( IP = 58.8.47.242 : : )


  สลักธรรม 3

อานิสงส์การถึงไตรสรณคมน์
กล่าวได้ว่าการถึงไตรสรณคมน์นั้นเป็นเรื่องของการปฏิบัติกระทำด้วย มิใช่เพียงแค่เปล่งวาจา พุทธัง สรณัง คัจฉามิ เป็นต้นเท่านั้น การปฏิบัติตนด้วยการมอบกายถวายชีวิตก็ดี ด้วยการนำติดตัวไปก็ดี ด้วนการเป็นศิษย์รับใช้ก็ดี ด้วยการเคารพกราบไหว้ก็ดี อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสี่อย่างย่อมเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเป็นผู้ถึงไตรสรณคมน์แท้จริง

และการปฏิบัติต่างๆ นั้นหากเกิดจากจิตใจที่ศรัทธาเลื่อมใสเคารพนับถือจริงๆ ปฏิบัติด้วยใจจริงมิได้เสแสร้งแกล้งทำหรือทำพอเป็นพิธีให้เสร็จๆ ไปเท่านั้น ย่อมจะอำนวยผลแก่ผู้ปฏิบัติมากมายมหาศาล คือนอกเหนือจากจะได้ชื่อว่าเป็นชาวพุทธทั้งตัวทั้งใจแล้วยังจะได้ดื่มด่ำได้สัมผัสกับความสุข ความปลอดโปร่ง ความเกษม และความสงบอย่างคาดไม่ถึง ผู้ที่ได้ลิ้มรสและได้สัมผัสผลอานิสงส์เหล่านี้มาแล้วย่อมทราบข้อนี้ดี

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 08:00:33 น.] ( IP = 58.8.47.242 : : )


  สลักธรรม 4

อันการถึงไตรสรณคมน์ที่เป็นเครื่องแสดงให้รู้ว่าการเป็นพุทธศาสนิกชนหรือเป็นชาวพุทธนั้น ควรทำให้จริงจังมั่นคง ไม่หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสง่ายๆ อย่างเช่นวันนี้ถือพุทธ วันต่อมาถือผี วันต่อไปถือเจ้า วนเวียนอยู่เช่นนี้จนดูไม่ออกว่าฝากกายฝากใจไว้กับอะไรกันแน่

นอกจากนั้นควรปฏิบัติดำเนินให้ถึงพระรัตนตรัยจริงๆ มีพระรัตนตรัยเป็นเครื่องนำทาง เป็นแนวนำชีวิตให้ได้ โดยยึดถือแนวคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่าพระธรรมเป็นหลักปฏิบัติ เป็นที่พึ่งพิง เป็นที่อาศัยสำหรับดำเนินชีวิต ดังที่พระพุทธเจ้าตรัสกำชับไว้เสมอว่า

ธัมมทีโป ธัมมสรโณ อนัญญสรโณ ซึ่งแปลว่า
“จงมีธรรมเป็นเกาะ เป็นธรรมเป็นสรณะ อย่ามีอย่างอื่นเป็นสรณะเลย” ดังนี้

คฤหัสถ์ในสมัยพุทธกาลไม่น้อยได้สำเร็จมรรคผลเป็นอริยบุคคลระดับโสดาบัน ทั้งที่ในเบื้องต้นก็ถึงไตรสรณคมน์ระดับธรรมดา แต่ต่อมาก็ถึงอย่างมั่นคงไม่หวั่นไหวไม่เปลี่ยนแปลง จนถึงระดับมอบกายถวายชีวิตให้พระรัตนตรัยทุกเมื่อ จึงได้รับผลเช่นนั้น

แม้สมัยต่อมาก็มีชาวพุทธจำนวนไม่น้อยที่มีจิตมั่นคงไม่หวั่นในพระรัตนตรัย ยอมมอบกายถวายชีวิตให้พระรัตนตรัยบ้าง มีพระรัตนตรัยติดกายติดใจอยู่ตลอดเวลาบ้าง มอบตนเป็นศิษย์เป็นทาสรับใช้พระรัตนตรัยบ้าง เคารพกราบไหว้พระรัตนตรัยไม่ขาดบ้าง และต่างก็ได้รับผลอานิสงส์อยู่เย็นเป็นสุข ไม่อยู่ร้อนนอนทุกข์ ได้รับความเกษมสำราญ ดำเนินชีวิตอย่างสุขสงบ ท่ามกลางครอบครัวญาติมิตรที่อบอุ่นจวบจนสิ้นลมหายใจ บุคคลเช่นนี้มีตัวอย่างให้เห็นอยู่มากมายแม้ในยุคสมัยปัจจุบัน

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 08:01:02 น.] ( IP = 58.8.47.242 : : )


  สลักธรรม 5

อาจกล่าวโดยรวมได้ว่า การถึงไตรสรณคมน์นั้นเป็นวิถีแห่งชาวพุทธมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลและปฏิบัติสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน แต่แนวปฏิบัติไม่เข้มข้นเหมือนในอดีต กล่าวคือ การถึงไตรสรณคมน์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะเน้นหนักไปในการเปล่งวาจารับไตรสรณคมน์พอเป็นพิธีเท่านั้น

ส่วนการปฏิบัติตามแบบเก่าคือ มอบกายถวายชีวิต นำติดตัวไป เป็นศิษย์รับใช้ และเคารพกราบไหว้นั้น แม้จะยังทำกันอยู่แต่ก็ไม่เข้มข้นและไม่ทั่วไปเหมือนก่อนมา จึงทำให้มองว่าทำพอเป็นพิธี แท้ที่จริงหากผู้ใดสามารถปฏิบัติดำเนินได้อย่างที่บรรพบุรุษทำสืบๆ กันมา นอกจากจะเป็นการถึงพระรัตนตรัยอย่างถูกต้องแท้จริงแล้ว ยังจะอำนวยประโยชน์มหาศาลให้เกิดขึ้นแก่ตัวผู้นั้นเองด้วย

ผู้มีปัญญาทั้งหลายพึงพินิจไตร่ตรองดูกันเถิด เพื่อให้เกิดเป็นความดีแก่ตนและเป็นตัวอย่างแก่อนุชนลูกหลานสืบไป ทำนองทำดีไว้เพื่อลูก ทำถูกไว้เพื่อหลาน จะได้ชื่อว่าเป็นพ่อแบบแม่แบบที่ลูกหลานนำไปเป็นตัวอย่างและจะได้สืบสานแบบอย่างเช่นนี้ต่อๆ กันไปไม่สิ้นสุด

ได้กล่าวเรื่องการถึงไตรสรณคมน์ที่แท้จริงมาพอสมควรแก่เวลา ขอยุติธรรมกถาไว้เพียงเท่านี้ ขออำนาจไตรสรณะคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และไตรสรณคมน์คือการถึงพระรัตนตรัยว่าเป็นสรณะที่ท่านทั้งหลายปฏิบัติกันอยู่เป็นประจำนั้นช่วยอภิบาลคุ้มครอง ปกป้องผองภัยและกำจัดอันตรายของท่านทั้งหลายให้หมดสิ้นไป ประสิทธิ์ประสาทแต่สิ่งที่เป็นศุภมงคล ความสุขสงบ ความอบอุ่น และความเจริญก้าวหน้าแก่ท่านทั้งหลายตลอดกาลเป็นนิจ ประกอบกิจต่างๆ ให้สำเร็จผลสมดังมโนรถปรารถนาทุกประการ เทอญ.

โปรดติดตามเรื่องต่อไป



โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 08:02:00 น.] ( IP = 58.8.47.242 : : )


  สลักธรรม 6

อ่านแล้วจิตใจสบาย ได้ความรู้ ได้หลักในการปฏิบัติตนหลายอย่างในการบูชาพระรัตนตรัย

ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 10:35:19 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

วันนี้ได้รับรสพระธรรมคำสอนในการกระทำจิตใจให้มั่นคงตรงต่อการเคารพบูชาพระรัตนตรัยอย่างดีเลยครับคุณเซิ่น

และทราบถึงการใช้ชีวิตรับใช้พระศาสนาอย่างถูกต้องด้วยครับ นับว่าเป็นบุญของชีวิตในวันนี้จริงๆครับ ที่ได้อ่านบทความที่สามารถนำมาสร้างจิตใจให้ใฝ่ในพระรัตนตรัยเป็นอย่างดีเช่นนี้ครับ

คุรั

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 13:27:59 น.] ( IP = 58.9.105.70 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org