มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไหว้ให้เป็น








ไหว้ให้เป็น
จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๒)


สวัสดีค่ะ! ท่านผู้ฟังรายการทุกท่าน ดิฉันได้มีโอกาสกลับมาพบกับท่านผู้ฟังอีกวาระหนึ่ง เพื่อจะนำเสนอประโยชน์ให้ท่านผู้ฟัง ได้มีโอกาสรับทราบและได้ร่วมสร้างสรรค์จรรโลงใจเปลี่ยนชีวิตมาเดินหน้า ไม่ว่าของเก่า ไม่เล่าอดีต

ที่ว่ามาเดินหน้านั้น หมายถึงว่า มาสร้างความก้าวหน้าให้กับชีวิต ทั้งทางด้านร่างกายและทางด้านจิตใจ ซึ่งชีวิตเป็นสมบัติของเราเอง เรารักชีวิตของเรามาก เราจึงต้องการความก้าวหน้าหาวิธีการใหม่ ๆ ให้กับการแก้ไขปัญหาของชีวิต และทางออกของชีวิตที่ดีที่สุด เพื่อจะได้มากำหนดชีวิตของเรา และเปลี่ยนทิศทางชีวิตให้มีแนวทางที่ถูกต้องด้วยการฝึกสติ ฝึกสัมปชัญญะ

สติ - สัมปชัญญะ เป็นคุณประโยชน์อันสูงสุดสำหรับชีวิตของเรา ขึ้นชื่อว่า ชีวิต นอกจากจะต้องดูแลและเอาใจใส่แล้ว เรายังจะต้องหาประโยชน์สุขให้กับชีวิตอย่างถูกต้องด้วย ทีนี้เรามาดูว่าอะไรเป็นเครื่องวัดมาตรฐานชีวิตของเราชาวพุทธทั้งหลาย

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 09:44:02 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ทุกวันนี้เรามีสภาพแวดล้อมมีชีวิตที่ดำเนินไปอีกแบบหนึ่ง เพราะว่าแสงเสียง และวัตถุสื่อสารต่าง ๆ มีมากมาย ทำให้จิตใจของคนเราพัฒนาการไปในทางวัตถุธาตุมากกว่าการที่จะพัฒนาให้เกิดสติและสัมปชัญญะ ซึ่งในเรื่องนี้เป็นต้นตอของปัญหาที่มีกันอยู่ทุกวันนี้คือ ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงวัยรุ่น

อันที่จริงแล้วทุกคนต้องการเป็นคนดีทั้งสิ้น ไม่มีใครต้องการเป็นคนชั่ว ทุกคนต้องการได้รับคำชมเชย เพราะธรรมชาติของชีวิตย่อมต้องการลาภ ยศ สรรเสริญ สุขเป็นของธรรมดา แต่สิ่งที่เขาเหล่านั้นได้ผิดพลั้งและทำผิดไปก็เพราะเขาไม่เข้าใจว่า ชีวิตที่สมบูรณ์ชีวิตที่ดีชีวิตที่มีความสุขนั้นเป็นอย่างไร

จึงได้เที่ยวเสาะแสวงหาทุก ๆ อย่าง เพื่อจะได้มาซึ่งความสุข แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นความสุขที่จอมปลอม เราต้องเสียทรัพย์ต้องเสียเวลา เสียโอกาสที่ดีไปเพื่อจะได้มาซึ่งความสุขที่เห็นทางตา ได้ยินทางหู ได้กลิ่นทางจมูก ได้ลิ้มรส และสัมผัส เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อนตึง ชั่วระยะหนึ่ง แต่เวลาและวารีไม่คอยใคร เราทุกคนต่างก็รุกคืบหน้าไปสู่ความตาย วันหนึ่ง อาทิตย์หนึ่ง เดือนหนึ่ง เร็วมาก เราจะทำอย่างไรที่จะวางฐานชีวิตให้มั่นคงแน่นหนา

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 09:45:42 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



คำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่วางไว้สำหรับคฤหัสถ์นั้นมีมากมายและที่สำคัญก็คือ ความประพฤติขั้นพื้นฐานไม่ใช่มีแค่ศีล ๕ เท่านั้น พระองค์ทรงแสดงธรรมสั่งสอนไว้ คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในหนึ่งเรื่อง จะเรียกว่า หนึ่งสูตร

พระสูตรที่พระองค์ทรงแสดงหลักความประพฤติของคฤหัสถ์ประมวลเป็นข้อปฏิบัติไว้มากมาย พระอาจารย์สมัยก่อนจึงได้ยึดถือนำมาเป็นวินัยของคฤหัสถ์ หรือที่เรียกในพระสูตรว่า “สิงคาลกะสูตร”

สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงสูตรนี้แก่มาณพคือชายหนุ่มลูกผู้ดีมีชื่อว่า “สิงคาลกะ” คำสอนของพระพุทธองค์ในบทนี้ชาวพุทธทุกคนควรให้ความสำคัญ ด้วยการทำความเข้าใจก่อน

เรื่องราวมีอยู่ว่า สมัยหนึ่งสมเด็จพระภาคเจ้าได้เสด็จจากเวฬุวันวิหาร เข้าไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ และได้ผ่านไปใกล้เมือง ได้ทอดพระเนตรเห็นมาณพคนหนึ่งที่ที่มีชื่อว่า “สิงคาลกะ” ซึ่งตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อออกมานอกเมืองราชคฤห์และลงอาบน้ำชำระร่างกาย ผมเผ้า ผ้าผ่อนจนเปียกหมด แล้วมายืนกลางแจ้ง และหันไปทางทิศต่าง ๆ ไหว้ทิศนั้นที ไหว้ทิศนี้ที รวม ๖ ทิศ มีทิศตะวันออกเป็นทิศเริ่มต้น ต่อด้วยทิศใต้ และทิศตะวันตก ทิศเหนือ ทิศเบื้องล่าง และทิศเบื้องบน

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 09:46:31 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ทรงเสด็จเข้าไปทักทายและสนทนาด้วย โดยไต่ถามว่า ทำไมถึงไหว้อย่างนั้น

สิงคาลกะจึงเล่าให้พระองค์ฟังว่า บิดาของตนเองเมื่อตอนนอนป่วยอยู่บนเตียง ก่อนถึงแก่กรรมได้สั่งไว้ว่า เมื่อตายไปแล้วขอให้สิงคาลกะปฏิบัติตามคำที่สอนไว้ คือขอให้ไหว้ทิศเป็นประจำ จะได้เกิดสิริมงคล และจะมีความเจริญงอกงามสมบูรณ์ สิงคาลกะก็เลยปฏิบัติตามคำสอนของนั้นเพื่อจะได้เป็นลูกที่ดี

สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสว่า “การปฏิบัติตามคำสอนของบิดามารดานั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าท่านมีความหวังดี แต่การไหว้ทิศของเธอนั้น ยังไม่ถูกต้อง ไม่ใช่การไหว้ทิศในอริยวินัย คือ ในระบบแบบแผนของอริยชน”

สิงคาลกะก็สงสัยว่า ทิศในอริยวินัยนั้น เป็นอย่างไร สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงแสดงหลักคำสอนที่เรียกว่า “สิงคาลกะสูตร” คือก่อนที่สิงคาลกะจะไหว้ทิศ ก็ได้ไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย เตรียมตัวก่อน แล้วจึงมายืนไหว้ แต่การไหว้ทิศในอริยวินัยก็ทำในทำนองเดียวกัน แต่จะต้องทำเป็นขั้น ๆ ไป คือ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 09:47:04 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



ขั้นที่ ๑ จะต้องรักษาชีวิตให้สะอาด ซึ่งไม่ใช่อยู่ที่การอาบน้ำ ชำระล้างร่างกายใช้สบู่หอมชนิดต่าง ๆ นั่นเป็นการชำระล้างสิ่งสกปรกโสโครกซึ่งเกิดขึ้นจากปฏิกูลภายใน จากฝุ่นละอองภายนอก ทำให้ผิวกาย ร่างกาย และทวารของเราสกปรก เราสามารถใช้น้ำชำระล้างได้

แต่ความชั่วต่าง ๆ ในร่างกายมีถึง ๑๔ อย่าง มีกรรมกิเลส ๔ อย่าง คือการกระทำให้ชีวิตมัวหมอง เป็นการกระทำที่เสียหาย เป็นการดำเนินชีวิตหรือความประพฤติที่เบียดเบียนกัน ๔ ประการ

ปาณาติบาต คือ การเบียดเบียนทำร้ายชีวิตผู้อื่น

อทินนาทาน คือ การลักทรัพย์ การละเมิดกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น

กาเมสุมิจฉาจาร คือ การประพฤติผิดในกาม ล่วงละเมิดคู่ครองของผู้อื่น

มุสาวาท คือ การพูดเท็จ โกหก พูดหลอกลวง

๔ อย่างนี้เรียกว่า กรรมกิเลส เป็นความประพฤติที่เสียหายให้เราละเว้นไปเสีย เพราะว่าทั้ง ๔ ข้อที่กล่าวมานี้เป็นตัวกรรม และเป็นสิ่งที่ทำให้สิ่งชั่วร้ายเกิดขึ้น ต้องพยายามรักษาศีล นี่คือ ขั้นที่ ๑

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 09:47:30 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5



ขั้นที่ ๒ เรียกว่า อคติ ๔ ได้แก่ ความลำเอียง หรือความประพฤติออกนอกทางของธรรม ๔ อย่าง คือ

ฉันทาคติ หมายถึง ความลำเอียงเพราะความชอบ

โทสาคติ หมายถึง ความลำเอียงเพราะความชัง

โมหาคติ หมายถึง ความลำเอียงเพราะความเขลา

ภยาคติ หมายถึง ความลำเอียงเพราะความกลัว

ฉะนั้น ชีวิตของแต่ละคนที่เป็นฆราวาสเมื่อเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จะต้องมีความรับผิดชอบของตนเอง รับผิดชอบสังคม รับผิดชอบการงาน และในที่สุดก็เป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นหัวหน้าหน่วยงาน เป็นหัวหน้าชุมชน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาความเป็นธรรม ให้ความเป็นธรรมแก่คนอื่นที่อยู่ในความดูแลของตน หรือว่าให้กลุ่มคนอื่นหรือหมู่ชนนั้นด้วยความสามัคคีเราจะต้องสร้างความสงบสันติสุข

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงให้เว้นจากความลำเอียง ๔ อย่างนี้ คือความประพฤติผิดธรรม หรือคลาดเคลื่อนเพราะความชอบ ความชัง ความเขลา และความกลัว แต่ให้เราตั้งมั่นอยู่ในธรรม สร้างความถูกต้องดีงามและเที่ยงธรรมให้เกิดขึ้นรวมเป็น ๘ อย่าง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 09:48:10 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6



ขั้นที่ ๓ เรียกว่า อบายมุข ๖ เป็นทางแห่งความเสื่อม หรือช่องทางแห่งความหมดเปลืองของทรัพย์สินเงินทองในการทำมาหาเลี้ยงชีพ ชีวิตของฆราวาสทั้งหลายเรื่องสำคัญก็คือ ต้องสามารถเก็บเงินเก็บทองอยู่ เก็บเป็น และเก็บได้ แต่ถ้ามีอบายมุขแล้ว เงินทองก็จะหมดไปได้ นอกจากความเสื่อมทรัพย์สินเงินทองแล้ว ความเสื่อมทางด้านจิตใจก็ทำให้จิตใจของเราไม่อยู่ในหน้าที่การงาน ถ้าอยู่ในวัยเรียนก็เสียการเรียน ซ้ำร้ายสุขภาพก็เสื่อมโทรมด้วย

ฉะนั้น จึงควรเว้นในอบายมุข คือทางเสื่อม ๖ ประการ ดังนี้

การเป็นนักเลงสุรา เป็นนักดื่ม หมกหมุ่นอยู่กับสุรายาเมา และสิ่งเสพติดต่าง ๆ

การเป็นนักเที่ยว เที่ยวไม่เป็นเวลา เที่ยวเสเพล เที่ยวเรื่อยเปื่อย สมัยก่อนเรียกว่า นักเที่ยวกลางคืน

การเป็นนักบันเทิง หมกหมุ่นอยู่แต่ในเรื่องสนุกสนาน บันเทิงอยู่กับสถานที่ สถานเริงรมย์ หาแต่ความสนุกสนานอย่างเดียว มัวเมา และทิ้งการเรียน การงาน ไม่มีเวลาหาเงินทอง และผลาญทรัพย์สมบัติที่มีอยู่

การเป็นนักเลงการพนัน เป็นข้อที่ผลาญทรัพย์อย่างยิ่ง ดังโบราณท่านว่า ไฟไหม้ยังดีกว่าเล่นการพนัน ไฟไหม้บ้านหมด ที่ดินก็ยังอยู่ แต่ถ้าลองเล่นการพนันแล้ว แม้แต่ที่ดินก็หมดได้โดยไม่เหลืออะไรเลย

การคบคนชั่วเป็นมิตร คือ คบนักเลงสุรา คบนักเลงการพนัน นักเที่ยวเสเพลก็พาไปในทางที่ไม่ดี คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล

การเกียจคร้านการงาน คือ ไม่เอาใจใส่ในหน้าที่การงาน ดีแต่จะนอนอยู่สบาย พอมีงานหรือมีเรื่องที่จะต้องทำยากหน่อยก็อ้างโน่นอ้างนี่ และหลบเลี่ยงเรื่อยไป นี่คืออบายมุข ๖

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 09:48:56 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7



กรรมกิเลส ๔ อคติ ๔ อบายมุข ๖ รวมกันเป็น ๑๔ นับว่าสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งสกปรกเสียหายเปรอะเปื้อน เป็นสิ่งที่ควรหลีก ละ ลดและเลิกให้ได้ เพื่ออะไร! เพื่อชำระล้างชีวิตให้บริสุทธิ์สะอาด เบาสบาย นี่คือการชำระในพระพุทธศาสนา

ส่วนการที่สิงคาลกะไปอาบน้ำชำระล้างร่างกาย ก็ได้แต่ความสะอาดแต่ภายนอก แต่ถ้าเขาชำระล้างความชั่วทั้ง ๑๔ อย่าง ที่กล่าวมาแล้ว จะทำให้ชีวิตสะอาดบริสุทธิ์ เมื่อชีวิตสะอาดดีแล้ว ก็พร้อมที่จะอยู่ร่วมสังคมและดำเนินชีวิตอยู่ในโลกแห่งความสวัสดีได้

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 09:49:32 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8



การที่เรามีโอกาสเกิดเป็นชาวพุทธ ได้ศึกษาแนวทางขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน นับว่าเป็นความโชคดีของชาวพุทธทั้งหลาย เพราะโอกาสที่เราจะได้มีดวงตาแห่งปัญญามีสัมมาทิฏฐิ นับวันเวลาจะยิ่งน้อยลง ๆ เพราะเราจะต้องทำงานแข่งกับเวลามากขึ้น

เราควรเร่งสร้างสรรค์ปัญญาไว้ เมื่อเรามีศรัทธาแล้ว หมั่นพิจารณาว่าเราควรจะนำมาปฏิบัติ และควรพิสูจน์ก่อน อย่ามัวเที่ยวแต่หาแต่ไม่เอามาศึกษาที่ตนเอง เพราะเวลาจะมีค่า เวลานั้นจะต้องประกอบไปด้วยปัญญา ความรู้ และความมีปัญญา จะสำเร็จได้ด้วยการลงมือปฏิบัติ

การที่เราได้มีโอกาสฟัง มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน เราจึงควรเพียรนำมาสร้างให้เกิดขึ้นในจิตใจของเรา เมื่อเราได้สูตรมาแล้วแต่ยังไม่ได้พิสูจน์ แต่กลับไปหาแต่ของใหม่ ๆ

ฉะนั้น เราควรจะต้องถนอมชีวิต ถนอมเวลาเอาไว้ เพราะชีวิตนั้นสั้นนัก ๗๕ ปีเท่านั้น หรือ หรือถ้ามีอายุที่มากกว่านั้น ก็เสื่อมเต็มทีแล้ว เราจึงควรเตรียมเสบียงชีวิต เสบียงทาง แล้วจงเดินทางไปอย่างมั่นคง รายการหันหน้าเข้าวัดวันนี้ได้หมดเวลาลงแล้ว ขอความสุขความเจริญความมีสติความมีปัญญา จงบังเกิดแก่ท่านผู้ฟังถ้วนหน้ากันทุกท่านนะคะ สวัสดีค่ะ!

โปรดติดตามเรื่องต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 09:50:08 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 9

อายุนั้นสั้นนัก เหลือเวลาอีกน้อยมากเพียง ๘๐๑๕ วันเท่านั้น หากเป็นเงิน เดี๋ยวเดียวก็หมดแล้ว จะใช้เวลาที่เหลือเพียงน้อยนิดนี้ให้มีค่ามากที่สุดค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 11:37:42 น.] ( IP = 124.121.173.230 : : )


  สลักธรรม 10

สวัสดีครับน้องกิ้ฟ ดีใจมากเลยครับที่ได้อ่านเรื่องดีๆที่น้องกิ้ฟมีความเมตตาจิตนำมาลงให้อ่านกัน นับว่าได้สร้างประโยชน์อย่างยิ่งไว้ในลานธรรมแห่งนี้ครับ

ในเรื่องของการไหว้ให้ถูกให้ตรงและให้เกิดกุศลเต็มทีนั้น ต้องหัดกันจริงๆนะครับ เพราะถ้าไม่รู้แล้วก็คงเป็นสักแต่ว่ากระทำไปตามประเพณีเท่านั้น จิตใจหาได้เข้าถึงความอ่อนโยนในจิตไม่

โดยเฉพาะเรื่องกรรมกิเลส ๔ อคติ ๔ อบายมุข ๖ ที่เป็นสิ่งสกปรกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของเราได้ง่ายเหลือเกิน ถ้าไม่รู้จักแล้วการชำระล้างนั้นก็ยากจริงๆครับ

ขอบคุณน้องกิ้ฟมากๆนะครับ สำหรับสิ่งดีงามที่น้องกิ้ฟตามมาให้ไว้เสมอครับ จะรออ่านตอนต่อไปนะครับผม.

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2550 , 13:18:55 น.] ( IP = 58.9.105.70 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org