มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถึงเวลาแล้วหรือยัง




ถึงเวลาแล้วหรือยัง
จากหนังสือธรรมสารทัศน์...
โดยพระธรรมกิตติวงศ์


ขอความสุขความเจริญจงมีแก่ท่านผู้สนใจในธรรมทุกท่าน

ธรรมปาฐกถาประจำวันอาทิตย์ ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยวันนี้ ขอนำธรรมะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ปรากฏอยู่ในปัญจกนิบาตอังคุตตรนิกายมาชี้แจง ภายใต้หัวข้อเรื่องว่า “ถึงเวลาแล้วหรือยัง” ซึ่งฟังตามหัวข้อนี้แล้วคล้ายกับจะเป็นคำถามหรือเป็นคำชักชวนไปในตัว ขอเชิญท่านทั้งหลายสดับกันต่อไป

เราท่านทั้งหลายเคยได้ยินได้ฟังกันมาว่าธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นเป็น อกาลิโก คือไม่ประกอบด้วยกาลเวลา ใครจะปฏิบัติเวลาไหนก็ได้ มีความเหมาะสมอยู่ตลอดเวลา หากปฏิบัติในเวลาเช้าก็ได้ผลในเวลาเช้า ปฏิบัติในเวลาเย็นก็ได้ผลในเวลาเย็น เป็นต้น ความเป็นอกาลิโกของธรรมนั้นเป็นข้ออธิบายคุณภาพของธรรมอย่างกว้างๆ เป็นการอธิบายเหตุผลโดยสรุปเพื่อมิให้เกิดข้ออ้างหรือข้อแม้ว่า อันธรรมะนั้นควรปฏิบัติในเวลานั้นเวลานี้หรือเมื่อนั้นเมื่อนี้ขณะสมัยอย่างนี้ เวลาอย่างนี้ยังไม่ควรปฏิบัติ อะไรทำนองนี้เท่านั้น

ถึงกระนั้นก็ตามยังมีพระพุทธวจนะที่บ่งชัดได้ว่าขณะใดสมัยใดบ้างเป็นขณะสมัยที่ควรปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะการปฏิบัติเกี่ยวกับการบำเพ็ญเพียรทางจิต ทั้งนี้ทรงเน้นให้เห็นว่า ขณะสมัยเช่นนี้ เวลาเช่นนี้ เป็นขณะสมัยเป็นเวลาที่สมควรอย่างยิ่งเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะบำเพ็ญเพียรทางใจหรือบำเพ็ญจิตภาวนาสำหรับทุกๆ คน โดยเฉพาะยกพระภิกษุขึ้นเป็นต้นแบบ คือทรงแนะนำพระภิกษุให้ปฏิบัติเป็นตัวอย่าง

แต่พุทธประสงค์ที่กว้างกว่านั้นก็คือทรงต้องการให้บุคคลทั่วๆ ไปถือปฏิบัติตามนั้น อันหมายถึงว่าคนสามัญอย่างเราๆ ท่านๆ ก็สามารถปฏิบัติตามแนวนั้นได้ โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นพระภิกษุสงฆ์เท่านั้น

โดย เซิ่น..นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 มี.ค. 2550 , 08:27:18 น.] ( IP = 58.8.47.20 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระบาลีที่อ้างถึงนั้นมีใจความว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยที่ควรบำเพ็ญเพียร ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้เป็นหนุ่มแน่น มีผมดำสนิท ประกอบด้วยความเป็นหนุ่ม ตั้งอยู่ในปฐมวัยนี้ เป็นสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๑

อีกประการหนึ่ง ภิกษุเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคเบาบาง ประกอบด้วยไฟธาตุที่เผาอาหารให้ย่อยสม่ำเสมอ ไม่เย็นนัก ไม่ร้อนนัก เป็นปานกลาง ควรแก่การบำเพ็ญเพียร นี้เป็นสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๑

อีกประการหนึ่ง สมัยที่ข้าวถูก ข้าวดี มีบิณฑบาต หาได้ง่าย สะดวกที่จะยังอัตตภาพให้เป็นไปด้วยการแสวงหาบิณฑบาต เป็นสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๓

อีกประการหนึ่ง สมัยที่พวกมนุษย์พร้อมเพรียงกัน ยินดีต่อกัน ไม่วิวาทกัน เป็นเสมือนน้ำนมกับน้ำ มองดูกันและกันด้วยจักขุที่ประกอบด้วยเมตตา เป็นสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๔

อีกประการหนึ่ง สมัยที่สงฆ์พร้องเพรียงกัน ยินดีต่อกัน ไม่วิวาทกัน มีอุเทศร่วมกัน ย่อมอยู่เป็นผาสุก…เป็นสมัยที่ควรบำเพ็ญเพียรข้อที่ ๕" ดังนี้

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 มี.ค. 2550 , 08:28:08 น.] ( IP = 58.8.47.20 : : )


  สลักธรรม 2

ตามพระบาลีนี้พอสรุปได้ว่า เวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับบำเพ็ญเพียรเพื่อบรรลุถึงเป้าหมายคือความเจริญก้าวหน้าและสันติสุขในชีวิตนั้น ได้แก่เวลาเหล่านี้คือ

- เวลาที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่
- เวลาที่ไม่มีโรคเบียดเบียน
- เวลาที่หาอาหารได้สะดวก
- เวลาที่ชาวบ้านพร้อมเพรียงกันดี
- เวลาที่พระสงฆ์พร้อมเพรียงกันดี

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 มี.ค. 2550 , 08:28:51 น.] ( IP = 58.8.47.20 : : )


  สลักธรรม 3

ทำไมต้องเวลานั้น
หากถามว่า เวลาเหล่านี้เหมาะสำหรับบำเพ็ญเพียรอย่างไร ก็พอให้เหตุผลได้ตามลำดับดังนี้ว่า

เวลาที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่นั้น เป็นเวลาที่คนเรายังแข็งแรง มีความคิดความอ่านว่องไว มีความตื่นตัวที่จะนำชีวิตให้เจริญก้าวหน้า เรียกตามภาษาชาวบ้านว่า เป็นไวที่มีไฟในตัวแรง เปรียบได้กับรถหรือเรือที่เพิ่งออกจากอู่ใหม่ๆ เครื่องยนต์ยังดีสามารถวิ่งได้ดีและวิ่งได้เร็ว แต่ความว่องไวและความแข็งแรงของคนหนุ่มสาวนั้นบางทีก็ถูกเก็บหรือถูกปิดบังไว้เสียด้วยความเกียจคร้านของเจ้าตัวเองบ้าง ถูกใช้ไปในทางที่ไม่สมควรบ้าง ถูกใช้จนเกินกำลังเสียจนหมดเชื้อไฟก่อนเวลาอันควรบ้าง หาความพอเหมาะพอดีไม่ค่อยจะได้เลย

การปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรโดยเฉพาะการบำเพ็ญเพียรทางใจที่เรียกว่าจิตภาวนานั้นจะช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี คือช่วยให้คนหนุ่มสาวซึ่งอยู่ในวัยทำงานผู้ถูกความเกียจคร้านปกปิดความแข็งแรง ปกปิดความรู้ความสามารถไว้ กำจัดความเกียจคร้านนั้นออกไป ทำให้เป็นคนขยันและมีความกระตือรือร้นขึ้น เป็นการเปิดเผยไฟในตัวของพวกเขาให้ปรากฏแก่ตัวเองและแก่คนทั่วไป ช่วยให้คนหนุ่มสาวใช้ความว่องไวความแข็งแรงไปในทางที่สมควรในทางที่เหมาะสม เป็นประโยชน์แก่พวกเขาและสังคม ช่วยให้พวกเขารู้จักใช้เรี่ยวแรงแต่พอเหมาะพอดี ไม่เกินกำลังจนเกินไป เป็นต้น ดังนั้น เวลาที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรก็คือ เวลาที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาว ยังแข็งแรงกันดีอยู่

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 มี.ค. 2550 , 08:30:51 น.] ( IP = 58.8.47.20 : : )


  สลักธรรม 4

เวลาที่ไม่มีโรคเบียดเบียน ไม่ได้เจ็บไข้ ไม่ทุกข์ทรมานเพราะโรคอย่างใดอย่างหนึ่ง เวลาเช่นนี้เหมาะที่จะบำเพ็ญเพียรปฏิบัติจิตภาวนาเช่นเดียวกัน เพราะเวลาเช่นนี้จิตใจย่อมปลอดโปร่งปราศจากความวิตกกังวล ไม่มีความทรมานและไม่เกิดความฟุ้งซ่านในขณะปฏิบัติธรรม เช่นในขณะนั่งสมาธิเป็นต้น เมื่อจิตใจปลอดโปร่งดี สติจะตั้งมั่นได้เร็ว ปฏิบัติธรรมได้มากและได้นาน ท่านจึงว่าเวลาไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับบำเพ็ญเพียรเวลาหนึ่ง

อนึ่ง ในการปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรนั้น อาหารการบริโภคก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่สนับสนุนหรือเสริมให้การปฏิบัติธรรมได้ผลดีขึ้น พระท่านเรียกว่า อาหารสัปปายะ คือมีความสะดวกสบายเรื่องอาหาร ผู้ปฏิบัติธรรมนั้นหากหิวเกินไป กายจะทุรนทุรายทุกข์ทรมาน ใจจะฟุ้งซ่านไม่เป็นสมาธิได้ หากอิ่มเกินไป กายก็จะอึดอัด ง่วงเหงาหาวนอน ใจจะเคลิบเคลิ้มไม่เป็นสมาธิอีก ดังนั้นหากเวลาใดขณะใดได้อาหารพอปากพอท้อง ไม่อิ่มนัก ไม่อดนัก ไม่มีความวิตกกังวลเรื่องอาหารแล้ว เวลานั้นขณะนั้นแหละเหมาะที่จะปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรแล้ว

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 มี.ค. 2550 , 08:31:40 น.] ( IP = 58.8.47.20 : : )


  สลักธรรม 5

อนึ่ง ในยามที่ผู้คนทั่วๆ ไป มีเมตตาธรรมต่อกัน ไม่ทะเลาะวิวาทกัน ต่างก็มีความรักความสามัคคีกันดี ยามนั้นบ้านเมืองก็จะสงบสุข มีความร่มเย็น ยามนั้นก็เหมาะสำหรับที่จะปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียร แต่ยามบ้านเมืองเกิดภัยพิบัติ มีศึกมีสงคราม ผู้คนไร้เมตตาต่อกัน ผู้คนต่างแตกสามัคคีต่างแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน หาความสงบสุขมิได้ ยามนั้นเวลานั้นไม่เหมาะที่บำเพ็ญเพียรทางจิต เพราะหาความสงบไม่ได้ทั้งภายนอกและภายในใจตัวเอง บางคราวอาจถึงกับต้องหนีกันวุ่นวายไปก็เป็นได้ เวลาที่ผู้คนสงบ บ้านเมืองก็สงบนี่แหละเหมาะที่สุดแล้วสำหรับปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียร

แม้ในยามที่พระภิกษุสงฆ์พร้อมเพรียงกัน ไม่ทะเลาะวิวาทกันด้วยเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ต่างเป็นอยู่โดยสงบโดยธรรม ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญศาสนกิจไปตามปรกติ ผู้คนก็สบายใจ ไม่เกิดความวิตกเดือดร้อนไปด้วย ยามนั้นก็สามารถปฏิธรรมได้โดยสะดวก เพราะท่านมีเวลาที่จะแนะนำวิธีปฏิบัติให้แก่ชาวบ้านได้ หากพระภิกษุสงฆ์แตกสามัคคีกัน ชาวบ้านก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย

ดังเช่นครั้งที่พระสงฆ์ชาวเมืองโกสัมพีแตกกันเป็นสองฝ่ายในสมัยพุทธกาล ทำให้ชาวบ้านแตกกันเป็นสองฝ่ายเดือดร้อนไปด้วย แม้พระพุทธองค์ก็ทรงพลอยรำคาญพระทัย พลอยเดือดร้อนไปด้วยเช่นกัน เมื่อพระสงฆ์สงบ ชาวบ้านก็พลอยสงบไปด้วย เมื่อพระสงฆ์วุ่นวาย ชาวบ้านก็วุ่นวายไปด้วย เวลาเช่นนั้นจึงไม่เหมาะที่จะบำเพ็ญเพียรหรือปฏิบัติธรรมนัก

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 มี.ค. 2550 , 08:33:22 น.] ( IP = 58.8.47.20 : : )


  สลักธรรม 6

หันมามองตัวเองดู
ท่านทั้งหลาย ลองย้อนมาพิจารณาดูตัวเองให้ละเอียดไปทีละข้อดูว่า ตัวเรานั้นอยู่ในเวลาอะไรบ้างในเวลาทั้งห้านี้ เช่น พิจารณาดูว่าขณะนี้เราอยู่ในช่วงเวลาเป็นหนุ่มเป็นสาวเป็นวัยที่แข็งแรงอยู่ใช่หรือไม่ เป็นเวลาที่เรายังไม่มีโรคภัยอะไรมาเบียดเบียนใช่หรือไม่ เป็นเวลาที่เราพอมีกินมีใช้ไม่ขาดเหลืออะไรใช่หรือไม่ เป็นเวลาที่เราอยู่ในประเทศหรือในสถานที่ที่สงบสุข ไม่มีความวุ่นวาย ไม่มีศึกสงครามใช่หรือไม่ และพิจารณาว่าเวลานี้พระภิกษุสงฆ์ในศาสนาของเราก็พร้อมเพรียงกันดี ไม่มีการทะเลาะบาดหมางกันใช่หรือไม่

เมื่อพิจารณาได้ดังนี้แล้ว บางท่านอาจพบว่าตัวท่านเองอยู่ในขณะเวลาอย่างนั้นหรือมีขณะเวลาอย่างนั้นครบทั้งห้าประการ บางท่านอาจลดลงไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็มีสองประการขึ้นไป เพราะขณะนี้บ้านเมืองของเราสงบร่มเย็นและพระสงฆ์ก็อยู่กันอย่างสงบ เรียกว่าเหมาะสมพอที่จะช่วยให้การปฏิบัติธรรมสำเร็จผลได้ง่ายกว่าบ้านอื่นเมืองอื่น

และเมื่อพิจารณาตัวท่านเองว่าขณะนี้เวลานี้ท่านมีเวลาอย่างไรบ้างแล้ว ลองมาถามตัวเองต่อไปอีกสักหน่อยว่า...

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องใช้เวลาที่เหมาะนั้นให้เป็นประโยชน์ในชีวิตของเรา

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะไม่ให้เวลาอันเหมาะเช่นนี้ผ่านพ้นไปโดยเปล่าประโยชน์

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 มี.ค. 2550 , 08:36:05 น.] ( IP = 58.8.47.20 : : )


  สลักธรรม 7


ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข้อคิด " ถึงเวลาแล้วหรือยัง " จะใช้เวลาอันเหมาะสมที่เหลืออยู่นี้ให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตตนเองมากที่สุดค่ะ

โดย น้องฟู [13 มี.ค. 2550 , 15:57:56 น.] ( IP = 202.6.107.60 : : 172.16.249.222, 202.6.107.60, 202.6.107.60 )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณมากค่ะคุณเซิ่นที่เสียสละเวลานำเรื่องดีๆ มาให้อ่านเสมอ ..อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มี.ค. 2550 , 10:48:12 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org