มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถึงเวลาแล้วหรือยัง ๒




ถึงเวลาแล้วหรือยัง
จากหนังสือธรรมสารทัศน์...
โดยพระธรรมกิตติวงศ์


ตอนที่ (๑)

จิตภาวนานั้นสำคัญไฉน
มีข้อที่น่าพูดเพิ่มเติมในข้อนี้อีกคือ คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าการบำเพ็ญเพียรทางจิตนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เสียเวลาทำมาก ทั้งทำให้เสียเวลาไปเปล่าๆ ด้วย ควรเป็นเรื่องของคนแก่ เป็นเรื่องของคนที่พ้นวัยทำงานทำการแล้ว ไม่ใช่เป็นเรื่องที่คนหนุ่มคนสาวหรือคนที่อยู่ในวัยทำงานจะต้องมาให้ความสนใจมากนัก เพราะยังไม่ถึงเวลา หากมัวมายุ่งอยู่กับเรื่องเช่นนี้ก็ไม่ต้องทำมาหากินอะไรกัน ส่วนมากมักมองกันในรูปนี้ ซึ่งดูออกจะน่าวิตกอยู่เหมือนกัน เพราะการมองเช่นนี้เป็นการมองที่สวนทางกับทัศนะทางพระพุทธศาสนาทีเดียว

ความจริง การปฏิบัติธรรมทางจิตหรือที่เรียกว่าจิตภาวนานั้น มิได้หมายถึงว่าจะต้องไปวัดนั่งหลับตาทำสมาธิหรือนั่งภาวนาตามที่รู้เห็นกันเท่านั้น แต่ความหมายในเชิงปฏิบัติมีกว้างกว่านี้มาก เพราะการปฏิบัติจิตภาวนานั้นอาจทำได้ง่ายๆ ก็ได้

เช่น นาย ก ก่อนที่จะเข้าไปพบผู้บังคับบัญชา ได้ยืนสงบนิ่ง สูดลมหายใจลึกๆ ๒-๓ ครั้งหน้าห้องผู้บังคับบัญชานั่นเอง การทำเพียงเท่านี้จัดว่าเป็นจิตภาวนาแล้ว นาย ข นั่งรถไปต่างจังหวัด ใช้มือกุมเหรียญที่ห้องคออยู่พลางสำรวมจิตมั่น นึกถึงพระพุทธคุณ พร้อมตั้งนะโม ๓ จบในใจ เช่นนี้ก็จัดว่าเป็นการบำเพ็ญจิตภาวนาเหมือนกัน การปฏิบัติจิตภาวนาอย่างนี้เป็นการปฏิบัติเบื้องต้นที่ทำได้ไม่ยาก แต่ก็มีผลดีไม่แพ้การทำแบบยากๆ ซึ่งต้องลงทุนลงแรงนั่งหลับตากันจริงๆ จังๆ

ผลของการบำเพ็ญจิตภาวนานั้นมีมหาศาล เพราะว่าวิธีนี้เป็นวิธีการควบคุมสติโดยตรงเลยทีเดียว การบำเพ็ญเพียรทางจิตเป็นการฝึกจิตให้มีสติ เป็นหลักการควบคุมสติให้อยู่กับตัวให้อยู่กับจิตใจ ไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่านหวั่นไหว

โดย เซิ่น..นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มี.ค. 2550 , 08:09:17 น.] ( IP = 58.8.47.228 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

คนที่ควบคุมสติไม่ค่อยได้อย่างที่เราพูดกันว่า คนที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนั้น มักจะควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้ มักตกใจง่าย เป็นคนไม่ค่อยกล้า เวลาต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์บางอย่างโดยกะทันหัน มักจะใจสั่น เกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าหาญทั้งๆ ที่เป็นเรื่องปรกติธรรมดา เช่น เมื่อถูกเชิญให้ไปปรากฏตัวหรือพูดต่อหน้าคนมากๆ ก็สั่นจนพูดไม่ออก จะไปพบผู้ใหญ่ผู้บังคับบัญชาก็ไม่กล้าไป มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตื่นกลัวไปหมด ตัดสินใจอะไรไม่ถูก อาการเหล่านี้ก็อาการของผู้ที่ควบคุมสติไม่ค่อยได้ทั้งสิ้น เมื่อควบคุมสติไม่ได้ จึงไม่สามารถจะควบคุมอารมณ์และควบคุมกายได้เลย

ถ้าหากว่าได้ฝึกจิตภาวนามาบ้าง เช่น นาย ก หรือ นาย ข ก็จะทำให้เกิดความมั่นใจ เกิดความกล้าหาญขึ้น เมื่อถูกเชิญขึ้นไปพูดบนเวที ก็ยืนสงบนิ่งสักนิดหนึ่ง สูดลมหายใจลึกๆ สัก ๒-๓ ครั้ง เพื่อให้ลมหายใจเข้าที่เข้าทางโดยถูกต้อง สติที่เตลิดไปเพราะคาดไม่ถึงว่าจะถูกเชิญไปพูดจะถูกดึงกลับมาแล้วตั้งมั่นได้โดยไม่ช้านัก เมื่อได้สติมาแล้ว ก็จะควบคุมใจไม่ให้กลัว ควบคุมกายไม่ให้สั่นได้ ทุกอย่างก็เรียบร้อย นี่เป็นผลของการฝึกจิตภาวนาง่ายๆ ที่ทำได้ทุกๆ คน และทำได้ทุกหนทุกแห่งตามโอกาสอันเหมาะอันควรหรือตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มี.ค. 2550 , 08:10:03 น.] ( IP = 58.8.47.228 : : )


  สลักธรรม 2

จิตภาวนาไม่ยากอย่างที่คิด
ดังนั้น จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน ยังเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ จะได้ฝึกปฏิบัติจิตภาวนากันได้ จะเป็นแบบง่ายหรือแบบยากอย่างไรก็ตาม ยิ่งฝึกได้มากเท่าไรก็จะควบคุมใจควบคุมอารมณ์รักษาสติไว้ได้มากและได้นานเท่านั้น อันจะเป็นอุปการะแก่การทำงานเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ทำงานได้อย่างมั่นใจ มีความหนักแน่นขึ้น มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เป็นการเสริมบุคลิกให้แก่ตัวเองโดยไม่รู้ตัว

มีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่ได้รับความสำเร็จในหน้าที่การงานในอาชีพของตนเพราะได้ฝึกจิตได้ปฏิบัติธรรม ได้บำเพ็ญจิตภาวนามาตั้งแต่ยังอยู่ในวัยหนุ่มวัยสาวหรือตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน จนกระทั้งเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังปฏิบัติอยู่ แต่ท่านเหล่านั้นปฏิบัติด้วยตนเองเงียบๆ อยู่กับบ้าน ไม่มีใครรู้ นอกจากคนในครอบครัวหรือคนที่สนิทเท่านั้นที่ทราบ

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มี.ค. 2550 , 08:10:25 น.] ( IP = 58.8.47.228 : : )


  สลักธรรม 3

กล่าวคือท่านเหล่านั้นได้กันห้องปฏิบัติธรรมไว้ห้องหนึ่งเรียกว่าห้องพระ ตอนเช้าๆ หลังจากตื่นนอนแล้ว ก็เข้าห้องพระนั้น กราบพระบ้าง นั่งสวดมนต์บ้าง นั่งสมาธิฝึกจิตภาวนาบ้าง ทำได้นานบ้างไม่นานบ้างตามสะดวก หรือก่อนออกจากบ้านไปทำงานก็หันไปทางห้องพระ ยกมือไหว้พระ ยืนสำรวมจิตระลึกถึงพระสักครู่หนึ่งจึงไปทำงาน

กลับมาบ้านในตอนเย็นหลังจากเสร็จธุระแล้ว ก่อนจะเข้านอนก็มักจะเข้าห้องพระสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนอีกครั้ง ปฏิบัติอย่างนี้เป็นอาจิณจนติดเป็นนิสัย จะมีขาดบ้างก็นานๆ ครั้ง ท่านเหล่านั้นปฏิบัติอย่างนี้จึงได้รับผลสำเร็จในหน้าที่การงานในชีวิต ทำให้ครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข ทำให้ชีวิตก้าวหน้าด้วยประการทั้งปวง นี่คือเบื้องหลังของผู้เจริญก้าวหน้าในทุกๆ ทางที่น้อยคนนักจะทราบหรือหยั่งถึง

การปฏิบัติบำเพ็ญจิตภาวนานั้น นอกจากจะให้มีสติ ควบคุมอารมณ์ได้ดีในเวลาปฏิบัติภารกิจประจำวันจนได้รับความเจริญก้าวหน้าแล้ว ยังทำให้คนเรามีสติยับยั้งชั่งใจได้ด้วย

สติยับยั้งชั่งใจนี้ก็นับว่าสำคัญไม่น้อยสำหรับคนเรา เพราะถ้ายับยั้งได้ก็จะไม่ถลำลึกสู่ความไม่ดีไม่งามที่กำลังทำอยู่ต่อไปอีก จะทำให้ถอนตัวถอนใจออกจากปลักตมแห่งความชั่วอันเป็นบาปทุจริตต่างๆ ได้ สติที่ฝึกฝนได้มีขึ้นได้แล้วนั่นแหละจะเป็นเหตุให้คนเรานึกอะไรที่ดี ๆ ได้มาก จะเป็นเหตุให้คนเราคิดได้ เป็นเหตุให้คนเรามองตัวเองสอนตัวเองได้ และเป็นเหตุให้คนเรารู้จักตัวเองได้ถูกต้องในที่สุด

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มี.ค. 2550 , 08:12:48 น.] ( IP = 58.8.47.228 : : )


  สลักธรรม 4

ท่านที่ฝึกฝนปฏิบัติธรรมจนเกิดสติได้แล้วนี้ จะสามารถนึกถึงความหลัง มองเห็นความหลังได้อย่างถูกต้องได้อย่างถ่องแท้ตามความเป็นจริง และจะสามารถคิดได้ทันทีว่า ขณะนี้ตัวเรามีอายุเลยกลางคนเข้ามาแล้ว แต่ยังไม่เป็นโล้ไม่เป็นพายอะไรเลย ช่างน่าอายเหลือเกิน ที่ผ่านๆ มานั้น เราทำแต่สิ่งที่น่าละอายทั้งสิ้น ชอบเที่ยวชอบเตร่ ชอบดื่มเหล้า ชอบเล่นการพนัน ชอบคบเพื่อนฝูงไม่เลือกหน้า ปล่อยให้ลูกเมียลำบากมาเสียนาน น่าอายจริงๆ เมื่อสติเกิดขึ้นแล้วทำให้คิดได้ดังนี้แหละ

หรือบางคนก็คิดได้ว่า ที่เรายากจนทุกวันนี้ก็เพราะเราเอาแต่เที่ยวเตร่มาตั้งแต่เด็กๆ ไม่เป็นโล้เป็นพายมาตลอดเวลา พ่อแม่บอกเตือนเท่าไรเราก็ไม่ทำตาม ปล่อยเวลาให้หมดไปวันๆ นี่ถ้าเราเชื่อพ่อเชื่อแม่เอางานเอาการมาตั้งแต่ต้น เราคงไม่ต้องลำบากถึงขนาดนี้ ที่คิดได้อย่างนี้ก็มีเหมือนกัน เรียกว่าได้สติ หรือคิดได้ทันแม้จะช้าไปบ้างก็ยังดี ถ้าหากว่ามาคิดได้ตอนยังไม่แก่เฒ่านักก็พอจะเอาตัวรอดได้ เพราะยังพอมีเรี่ยวแรงกำลังที่จะปลุกปล้ำตัวเองให้ดีขึ้นได้ สำหรับคนที่มีสติคิดได้อย่างนี้เป็นคนน่าสรรเสริญยกย่องอยู่ไม่น้อย แม้จะเป็นคนประเภท “ต้นคดปลายตรง” ก็ตามที

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มี.ค. 2550 , 08:14:31 น.] ( IP = 58.8.47.228 : : )


  สลักธรรม 5

คิดเองไม่ได้ก็ไปไม่รอด
เรื่องนี้มิใช่จะคิดได้ทุกคนไป บางคนก็คิดไม่ได้ อายุเท่าไรก็ยังคิดไม่ได้ แก่เฒ่าอย่างไรก็ยังคิดไม่ได้ หรือยากจนลำบากลำบนอย่างไรก็ยังคิดไม่ได้อยู่ดี เมื่อคิดไม่ได้จึงไม่อาจถอนตัวให้พ้นจากปลักตมแห่งอบายมุขต่างๆ ได้ สมัยหนุ่มเคยสำมะเลเทเมาสนุกเฮฮาอย่างไร เป็นพ่อเป็นแม่คนแล้วก็ยังไม่เลิก แม้ลดก็ยังลดไม่ได้ มีแต่จะหนักข้อขึ้นทุกวัน ลูกโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันแล้วก็ไม่ได้คิดว่าลูกเขาจะอายเพื่อนอายฝูงที่มีพ่อเป็นคนขี้เมา เป็นนักเลง มีแม่เป็นนักเล่นการพนัน กรรมเวรเลยตกมาอยู่กับลูกชายลูกสาวที่มีพ่อแม่เป็นอย่างนั้น ลูกเต้าต้องมาทนลำบากใจ ทนอายเพื่อนฝูงอยู่ทุกวี่ทุกวัน หรือไม่นั้นก็หลบหน้าเพื่อนฝูงไปเลย

หรือบางราย แม้จะยากจนอย่างไร ได้รับความลำบากอย่างไร ก็มองตัวเองไม่ออกว่าทำไมจึงยากจน จนเพราะอะไร ลำบากเพราะอะไร หากมองสักนิดคิดให้ได้สักหน่อย ก็จะพอรู้ได้เลยว่า ที่เป็นอย่างนั้นเพราะตัวเองเกียจคร้าน ปล่อยวันเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ ด้วยการคุยกันบ้าง จับกลุ่มนินทาชาวบ้านบ้าง หรือจนเพราะการพนัน เพราะไม่รู้จักกิน ไม่รู้จักใช้ เวลามีเงินก็ใช้หมด หมดแล้วจึงหากันใหม่ ไม่เคยคิดที่จะเก็บไว้เผื่อวันข้างหน้า อ้างอยู่อย่างเดียวว่าหาไม่พอกินไม่พอใช้จึงไม่มีเหลือจะเก็บ หรือว่าจนเพราะคิดจะรวยทางรัด พอมีบ้างก็เล่นหวยเล่นเบอร์หมด หวังลมๆ แล้งๆ เผื่อจะถูก เผื่อจะรวยบ้าง มันเป็นเสียอย่างนี้ ถ้าพวกเขาได้คิดแล้วจะคิดได้ จะเห็นอะไรๆ ได้ชัดเจนขึ้น และจะสามารถเลิกละสิ่งมอมเมาต่างๆ ที่แวดล้อมตัวอยู่ได้ในที่สุด หลังจากนั้นก็จะก้าวเข้าสู่ชีวิตใหม่ที่สดใสที่พ้นจากความยากจนและความลำบาก

แต่เรื่องเหล่านี้ท่านว่าเป็นเรื่องของเวรกรรม หากหมดเวรหมดกรรมแล้วจะทำให้คิดได้เอง ถ้ายังมีเวรมีกรรมอยู่ก็ยังมองไม่เห็น ยังต้องจมอยู่กับสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ต่อไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ การบำเพ็ญเพียรทางจิตหรือจิตภาวนาไม่ว่าจะเป็นวิธีใดเป็นการสร้างบุญซึ่งเป็นกรรมดีให้แก่ชีวิต ซึ่งกรรมดีนี้แหละจะเป็นแสงสว่างขับไล่เวรกรรมอันเป็นความมืดแห่งชีวิตได้เป็นอย่างดี

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มี.ค. 2550 , 08:16:53 น.] ( IP = 58.8.47.228 : : )


  สลักธรรม 6

ดังบรรยายมานี้ พอเป็นเครื่องยืนยันได้แล้วว่า เวลาที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาวยังอยู่ในวัยที่แข็งแรงนั้น เป็นเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะปฏิบัติธรรม เป็นวัยที่ต้องใช้ธรรมให้มากกว่าเวลาอื่นๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำงานที่อาศัยวิชาความรู้เพียงอย่างเดียว อาศัยปัญญาเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่อาจทำให้งานและชีวิตสมบูรณ์ได้ จำต้องอาศัยสติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เรียกว่าใช้สติปัญญาคู่กัน

สติคือธรรมะที่คอยกำกับขณะทำงาน ชีวิตที่มีธรรมะคือสติคอยกำกับอยู่ย่อมดำเนินไปอย่างถูกต้องตรงทาง และถึงจุดหมายปลายทางได้รวดเร็วแน่นอนกว่าชีวิตที่ขาดหลักประกันคือธรรมะประคับประคอง ประดุจรถหรือเรือที่มีคันบังคับหรือหางเสือดีย่อมแล่นไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย ธรรมะคือสติท่านเปรียบไว้เหมือนคันบังคับของรถหรือเปรียบเสมือนหางเสือของเรือ

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มี.ค. 2550 , 08:17:26 น.] ( IP = 58.8.47.228 : : )


  สลักธรรม 7

ถึงเวลาแล้วหรือยัง
เห็นประโยชน์กันอย่างนี้แล้ว ก็ขอย้อนกลับมาถามท่านทั้งหลายอีกครั้งว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะมาปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรกันเสียแต่เนิ่นๆ ณ บัดนี้ ในยามที่ท่านทั้งหลายแข็งแรงดีอยู่ ยังไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร ในเวลาที่ปากท้องยังบริโภคอาหารได้อยู่

หรือจะปล่อยให้เวลาอันเหมาะเช่นนี้ผ่านไปก่อน ผ่านไปจนกระทั้งอายุมากเสียก่อน จนแก่หง่อมหมดเรี่ยวแรงแล้ว หรือผ่านไปจนป่วยเจ็บบริโภคอาหารไม่ได้แล้วเสียก่อนจึงค่อยมาปฏิบัติธรรมกัน ซึ่งก็น่าจะสายไปเสียแล้วในเวลานั้น เพราะเป็นขณะสมัยที่ไม่เหมาะนักที่จะบำเพ็ญเพียร ด้วยว่าเวลาที่คนมีอายุมากขึ้นแถมมีโรคภัยเบียดเบียนอีก ใจจะสงบได้ยากเหลือเกิน แม้จะทำได้ผลก็นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นและแก่สังคมได้ไม่นานและได้ไม่มากเหมือนผู้อยู่ในวัยทำงาน ซึ่งอย่างดีก็ได้ประโยชน์เฉพาะตนเสียมากกว่า

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มี.ค. 2550 , 08:17:47 น.] ( IP = 58.8.47.228 : : )


  สลักธรรม 8

ท่านทั้งหลายลองมาหยุดแล้วคิดสักนิดหนึ่งก็จะคิดได้ ที่คิดยังไม่ได้เพราะยังไม่ได้คิด ไม่มีเวลาไม่ให้เวลาสำหรับคิด เลยคิดไม่ได้ ถ้าคิดก็จะมองเห็นตัวเองได้ชัดเจน สามารถจะคิดได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเริ่มต้นทำความดี ไม่ควรเผลอตัวลืมตนตกบ่อตกโคลนจมอยู่ในหลุมแห่งความชั่วร้ายอีกต่อไป ชีวิตของท่านทั้งหลายก็เริ่มเข้าสู่ทางสว่างแล้ว เพราะความสว่างคือสติเกิดขึ้นในใจแล้ว

มิใช่แต่ชีวิตท่านทั้งนั้นที่สว่าง โลกนี้ทั้งโลกก็พลอยสว่างไปด้วย ทำให้ลูกเมีย ทำให้พี่น้องเพื่อนฝูง ทำให้พ่อแม่พลอยได้รับความสว่างคือความสบายใจ พลอยหมดความกังวลใจไปด้วย ข้อนี้พระท่านรับรองไว้ว่า

“ผู้ใดเป็นคนประมาทเผลอตัวไปในอดีต แต่มาเลิกละ มารู้สึกตัวได้ในภายหลัง ผู้นั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่างไสวและชุ่มเย็น เหมือนดวงจันทร์เพ็ญที่พ้นจากเมฆบังแล้ว ฉะนั้น”

อาตมภาพได้แสดงปาฐกถาเชิญชวนท่านทั้งหลายในหัวข้อว่า “ถึงเวลาแล้วหรือยัง” มาก็พอสมควรแก่เวลา ขอยุติไว้เพียงเท่านี้ ขอท่านผู้ฟังทุกท่านเจริญมั่นคงอยู่ในธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีสติมั่นคงดำรงอยู่ในความดีตลอดนิรันดร์กาล ได้รับผลแห่งการปฏิธรรมพอสมควรแก่ธรรมปฏิบัติด้วยกันทุกๆ ท่านเทอญ.

โปรดติดตามเรื่องต่อไป



โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มี.ค. 2550 , 08:18:36 น.] ( IP = 58.8.47.228 : : )


  สลักธรรม 9

สวัสดีตอนเช้าครับคุณเซิ่น ถึงเวลาจริงๆจังกันได้แล้วนะครับ ที่จะน้อมนำเส้นทางแห่งความเจริญมาดำเนินชีวิต

โดยเฉพาะเรื่องจิตตภาวนานะครับ เพราะเป็นการขยับจิตใจให้สูงขึ้นเป็นลำดับ พี่เณรว่าถึงจะยากแค่ไหน ถ้าลงทำได้แน่ผลคุ้มค่าจริงๆครับ

ขอบคุณมากๆเลยนะครับคุณเซิ่น ที่มีศรัทธาในการนำเรื่องที่เป็นประโยชน์มาฝากในเช้านนี้นะครับผม

โดย พี่เณร [14 มี.ค. 2550 , 08:20:21 น.] ( IP = 58.9.135.67 : : )


  สลักธรรม 10

ติดตามมาอ่านต่อจนจบ..ขอบคุณมากค่ะคุณเซิ่น

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 มี.ค. 2550 , 10:57:51 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org