มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คุณค่าของความขลัง (๑)








คุณค่าของความขลัง (๑)

จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๒)


สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง วันนี้เรามาร่วมสร้างที่พึ่งแห่งชีวิตกันเถิดค่ะ เพราะว่าชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งดังที่กล่าวไว้ทุกตอน เราจึงต้องหาที่พึ่งอันประเสริฐสุด ที่พึ่งที่ว่านี้ก็คือพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระตถาคตเจ้า

เพราะว่าพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ล้วนเป็นธรรมที่นำไปสู่ความสุขและพ้นจากภัยในวัฎสงสาร สรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนวิจิตรบรรจงเพราะเกิดขึ้นจากจิตที่วิจิตร แต่สิ่งที่สวยงามวิจิตรบรรจงเหล่านั้น ก็ย่อมมีความเสื่อมไปเป็นของธรรมดา ในที่สุดก็ถึงความอับปางลงแม้กระทั้งชีวิตของคนเรา หาสาระแก่นสารในชีวิตอย่างแน่แท้ไม่ได้

ชีวิตที่เกิดมาทุกคนต่างแวะเวียนมาเพียงชั่วครั้งชั่วคราว อย่างมากก็ประมาณสามหมื่นวันเศษ แล้วก็ต้องจากโลกนี้ไปไม่ว่าจะมีลาภยศ สรรเสริบ สุข ศักดินาสูงส่งสักเท่าไหนก็หนีไม่พ้นความตาย พระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระตถาคตเจ้า จึงจัดว่าเป็นแสงสว่างของชีวิต

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 มี.ค. 2550 , 23:02:13 น.] ( IP = 58.9.234.165 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



มีคำกลอนบทหนึ่งเขียนไว้ว่า

“จันทร์ว่างามยามเพ็ญเห็นกระจ่าง
ยังดำด่างกลางเด่นเป็นรอยฝ้า
แต่พระธรรมคำสอนพระศาสดา
ยังงามเลิศเจิดจ้ายิ่งกว่าจันทร์”


ในวันเพ็ญเดือนสิบสอง และวันสำคัญ ๆ ที่พระจันทร์เสวยฤกษ์มาฆะ วิสาขะ หรืออาสาฬหะก็ตาม เราจะเห็นพระจันทร์ทอแสงนวลตาเป็นวงกลมสวยงามอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดแล้วก็มีดาวระยิบระยับ

แต่ดวงจันทร์นั้นก็หาความเที่ยงแท้ไม่ได้ พอเช้าขึ้นมาอีกวันพระจันทร์ก็หายไปแล้ว พอตกดึกพระจันทร์ก็ปรากฏขึ้นมา พอถึงข้างแรมพระจันทร์ดวงนั้นก็เหลือเพียงครึ่งเสี้ยว ดังที่เราเห็นกันอยู่

ฉะนั้น คำกลอนบาทแรกที่กล่าวว่า “ จันทร์ว่างามยามเพ็ญเห็นกระจ่าง ” ในดวงจันทร์นั้นก็ยังมีรอยมลทินที่แลเหมือนกระต่ายนั่นเอง ที่เป็นจุดดำ ๆ เป็นเค้าโครงเหมือนกระต่ายอยู่ในดวงจันทร์

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 มี.ค. 2550 , 23:03:41 น.] ( IP = 58.9.234.165 : : )


  สลักธรรม 2



ตรงนี้ที่บาทต่อไปกล่าวว่า “ยังดำด่างกลางเด่นเป็นรอยฝ้า” และ “แต่พระธรรมคำสอนพระศาสนา ยังงามเลิศเจิดจ้ายิ่งกว่าจันทร์” ตรงนี้หมายถึงพระปัญญาธิคุณที่ส่องสว่างเกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณยังโลกให้สว่างไสวกำจัดความมือได้อย่างแท้จริง

โดยเฉพาะจิตที่มือบอดหลงผิดคิดผิดจากความเป็นจริงเห็นผิดว่าชีวิตนั้นเป็นของดีเรียกว่า สุภวิปลาส เห็นผิดว่าชีวิตนั้นมีความสุข เรียกว่า สุขวิปลาส เห็นผิดว่าชีวิตนี้เที่ยงเรียกว่า นิจจวิปลาส หรือความสุขเที่ยง ความทุกข์เที่ยง เป็นต้น

ทั้ง ๆ ที่ธรรมชาติทั้งหลายมีแต่ความไม่เที่ยง การที่เราเห็นว่าเที่ยงนั้นจึงเป็นความวิปลาส ยกตัวอย่างเช่น หลอดไฟที่ติดอยู่เราก็นึกว่าไฟติดอยู่ ขณะที่ยังไม่ดับเราก็มั่นใจ และหลวงไปกับอารมณ์ว่าไฟติดอยู่ตลอดเวลา แต่แท้จริงนั้นมีประจุไฟฟ้านิวตรอน โปรตรอน ประจุไฟฟ้าขั้วบวกขั้วลบทำหน้าที่สป๊าคก็กัน มีการเกิด ดับ ๆ เร็วมากโดยมีตาเนื้อเราไม่สามารถจะเห็นได้ เราจึงหลงว่าเที่ยง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 มี.ค. 2550 , 23:04:01 น.] ( IP = 58.9.234.165 : : )


  สลักธรรม 3



และเราก็มีความเห็นผิดว่าชีวิตนั้นเป็นตัวตนคนสัตว์ที่แท้ที่จริงนั้นคำว่า ตัวตนคนสัตว์ เป็นเพียงสมมติบัญญัติเท่านั้นเอง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ชีวิตทางด้านร่างกายประกอบไปด้วยรูปธรรม มีทั้งหมด ๒๘ รูป ซึ่งแต่ละคนมี ๒๗ รูป เพราะว่าเป็นรูปที่บ่งบอกถึงความเป็นเพศหญิง (อิตถีภาวรูป) ๑ และความเป็นเพศชาย (ปุริสภาวรูป ) ๑

ขอกล่าวให้ฟังโดยสรุปว่ารูป ๒๘ คือ อวินิพโภครูป ๘ สัททรูป ๑ วิกาลรูป ๓ เอกันตะกัมมัชชรูป ๙ เอกันตะจิตชรูป ๗ รวมเป็น ๒๘ รูป แล้วมาประชุมกัน เราก็สมมุติกันว่าเป็นคนเป็นสัตว์เป็นหญิงเป็นชาย แท้ที่จริงก็คือ รูป ๑ และนาม ๔ นี้คือ ความวิปลาส

ความวิปลาสติดตามเรามาตั้งแต่ภพชาติในอดีตอันไกลโพ้น ทำให้เรานี้ไม่สามารถมีแสงสว่างในใจ เราจึงจะต้องอาศัยสัพพัญญุตญาณคือ พระธรรมคำสั่งสอนที่พระองค์ได้เผยแพร่ให้แก่เวไนยสัตว์ได้รู้ตามพระองค์ สิ่งนี้ยังงามเลิศเจิดจ้ายิ่งกว่าจันทร์เพราะคงทนต่อการพิสูจน์ ไม่มีวันวิปริตผันแปร ไม่ว่าสมัยไหนกาลไหน แม้ในพุทธกาล ในปัจจุบันกาล ความจริงนี้ก็คงเป็นความจริงออยู่

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 มี.ค. 2550 , 23:04:17 น.] ( IP = 58.9.234.165 : : )


  สลักธรรม 4



ไม่ว่าจะนับถือศาสนาพุทธหรือนับถือศาสนาใดในโลก ชีวิตก็ต้องประกอบด้วยรูปนามขันธ์ ๕ อันได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ

รูป คือ รูป ๒๘ ที่กล่าวข้างต้น
เวทนา คือ ความรู้สึกเสวยอารมณ์ที่เป็นสุขเป็นทุกข์
สัญญา คือ ความจำได้หมายรู้
สังขาร คือ ธรรมชาติที่ปรุงแต่งจิตให้เกิดความพอใจ ความไม่พอใจ เป็นต้น
วิญญาณ หมายถึง วิญญาณขันธ์ คือ ธรรมชาติของจิต ธรรมชาติของตัวรู้อารมณ์นั่นเอง

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราก็ควรหันหน้ามาพึ่งพระปัญญาธิคุณ เพื่อเรียนรู้ดูจำและทำได้ถูกต้องจนเป็นที่พึ่งแก่ตนเองได้ เพราะโดยปกติของสัตว์ทั้งหลายต่าง ๆ ก็ชอบความสุขมีความกลัวตายกันทุกคน

แต่มนุษย์มีความคิดอ่านสูงกว่าสัตว์เดรัจฉานทั่วไป มนุษย์จึงรู้จักแสวงหาสิ่งต่าง ๆ มาบันดาลความสุขสวัสดี หามาปกป้องคุ้มครองให้ชีวิตนั้นรอดพ้นจากภยันอันตรายต่าง ๆ ตามความสามารถตามความต้องการของมนุษย์

จึงก่อให้เกิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ขึ้นในโลก เช่นภูเขา ต้นไม้ แม่น้ำ เจดีย์ ตลอดจนปรากฎการณ์ตามธรรมชาติบางอย่าง เช่น ฟ้าผ่า ฟ้าร้อง ภูเขาไฟระเบิด รวมทั้งบุคคลศักดิ์สิทธิ์ มีพอ่มดหมอผี พระอิศวร พระเจ้าต่าง ๆ มาเป็นที่มาอ้อนวอนบวงสรวงให้คุ้มครอง แล้วเราก็ขอให้เกิดความสวัสดี มีพิธีการขจัดความไม่เป็นมงคลให้เป็นมงคลขึ้น

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 มี.ค. 2550 , 23:04:36 น.] ( IP = 58.9.234.165 : : )


  สลักธรรม 5



ต่อมาก็มีบุคคลเฉลียวฉลาดสร้างลัทธิศาสนาต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นตามลำดับ ลัทธิศาสนาจึงเกิดขึ้นจากความต้องการของคนที่ต้องการได้รับความสุขรอดพ้นจากความทุกข์ ประสพแต่สิ่งที่เป็นมงคล

สิ่งที่ลัทธิศาสนาอื่นสอนให้ยึดเป็นที่พึ่ง เช่นยึดเอาภูเขา เจดีย์ ต้นไม้ เทวดา พระอิศวร และพระเจ้าต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นสิ่งนอกตัว แต่พระพุทธศาสนานั้นพระพุทธองค์ไม่ได้สอนให้เอาสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง แต่ทรงสอนให้เอาตนเองเป็นพึ่ง ดังพุทธคาถาธรรมบท ที่มีว่า

“ อตตา หิ อตตโน นาโถ โก หิ นาโถ ปโรสิยา อตุตนา หิ สุทนเตนนาถ ลภนติ ทุลลภ” แปลว่า ตนเองเป็นที่พึงแห่งตน บุคคลอื่นใดเล่าจะเป็นที่พึ่งได้ เพราะบุคคลมีตนฝึกฝนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่บุคคลอื่นหาได้ยาก

พระคาถานี้ค่อนข้างจะคุ้มหูกันมากสำหรับชาวไทยพุทธ เนื้อความและความหมายของคำว่า ที่พึ่ง หมายถึง ที่ตั้งมั่นนั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 มี.ค. 2550 , 23:04:54 น.] ( IP = 58.9.234.165 : : )


  สลักธรรม 6



มีคำอธิบายว่า เพราะเป็นเหตุที่บุคคลมีตนตั้งมั่นแล้วย่อมมีตนพร้อมที่จะทำกุศลสู่สรวงสวรรค์บ้าง ทำมรรคผลนิพพานให้เกิดขึ้นบ้าง เพราะเหตุที่ว่าตนนั้นท่องเที่ยวเป็นที่พึ่งตน ที่ตั้งมั่นของตนเมื่อฝึกไว้ดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่ใคร ๆ เขาย่อมหากันได้ยาก

ที่หาได้ยากกล่าวคือ อรหัตตผล พระพุทธองค์ ตรัสไว้ว่า “นาถ ลภนติ ทุลลภ “ พระองค์ทรงมุ่งหมายเอาความเป็นพระอรหันต์ซึ่งเป็นที่พึ่งสูงสุด

ดังนั้น ความจริงก็ยังปรากฎว่าชาวพุทธส่วนใหญ่ก็ยังแสวงหาสิ่งอื่นภายนอกมาเป็นที่พึ่งอยู่เสมอ ๆ ไม่ต่างอะไรกับกาลก่อนที่จะมีพุทธศาสนาอุบัติขึ้น เช่น ไปพึ่งหมอดู พึ่งดวงพึ่งโหราศาสตร์ ชีวิตฝากไว้กับชคลาภ เครื่องรางของขลัง เจดีย์ ต้นไม้ อ้อนวอนเทวดา หรือบวงสรวงแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ รวมความว่าชีวิตต่างก็พากันยึดของภายนอกเป็นที่พึ่งทั้งนั้น

อะไรเป็นเหตุให้คนเราต้องแสวงหาสิ่งต่าง ๆ มาเป็นที่พึ่ง คำตอบก็คือ ตัณหา เพราะเราอยากได้ความสุข อยากได้ความสวัสดี อยากได้มงคล อยากได้ความร่ำรวย อยากได้ยศศักดิ์ และแม้กระทั่งอำนาจ มีความรักความกลัวตาย กลัวความลำบาก กลัวสิ่งที่รักต้องพรากจากไป ทั้งไม่อยากประสพกับสิ่งที่ไม่ปรารถนา เป็นต้น ต่างก็เลยแสงหาสิ่งเหล่านั้นมาเป็นที่พึ่ง

เราจึงต้องรู้จักว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นที่พึ่งได้จริงหรือไม่ คุ้มภัยให้ความสุขพ้นจากความทุกข์ได้จริงหรือเรา ต้องใช้วิจารณญาณใช้ปัญญาพิจารณาด้วยเหตุด้วยผลเสียก่อน คนที่พกเครื่องรางของขลัง เราก็เห็นว่าถูกคนร้ายฆ่าตายเพื่อแย่งชิงสิ่งเหล่านั้นมาแล้ว

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 มี.ค. 2550 , 23:05:13 น.] ( IP = 58.9.234.165 : : )


  สลักธรรม 7

สวัสดีครับน้องกิ้ฟ เช้านี้พี่เณรตามมาหาที่พึ่งครับ ได้อ่านแล้วรู้ว่าที่พึ่งของชีวิตนั้น หมายถึง ที่ตั้งมั่นนั่นเอง ซึ่งแต่ละคนจะต้องมีเป้าหมายบนเส้นทางแห่งชีวิตของตนให้ดีที่สุด โดยอาศัยหลักธรรมนั่นเอง

ขอบพระคุณน้องกิ้ฟมากนะครับ ที่มอบแต่สิ่งดีๆมีไว้ให้แก่เพื่อนร่วมทางเสมอมาครับ

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 มี.ค. 2550 , 08:58:17 น.] ( IP = 58.9.142.79 : : )


  สลักธรรม 8

ที่พึ่งที่เราควรพึ่ง คือ พระธรรม

ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟค่ะ ที่นำเรื่องดีๆ มาให้อ่าน

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [19 มี.ค. 2550 , 22:52:04 น.] ( IP = 58.8.44.170 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org