มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คุณค่าของความขลัง (๒)







คุณค่าของความขลัง (๒)

จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๒)


ตอนที่ผ่านมา

เมื่อสองสามวันนี้รายการโทรทัศน์รายการหนึ่งได้เผยแพร่เรื่องราวที่เรียกว่า มารศาสนา คือ ลักลอบไปตัดศียรพระพุทธรูปเพื่อเอาไปจำหน่าย ก็จะเห็นได้ว่า พระพุทธรูปแม้จะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เองก็หาคุ้มครองหรือว่าเก่งเกินกรรมไม่ได้

หรือเครื่องรางของขลังติดตัวอยู่ หรือบางคนถูกไฟไหม้บ้าน ทรัพย์สินในบ้านถูกขโมยไป ต้องพบกับความสูญเสีย ซึ่งบ้านที่เกิดเหตุแต่ละหลังนั้น ล้วนมีฤกษ์งามยามดีในการสร้างบ้าน ไปขอฤกษ์จากพราหมณ์บ้าง พระบ้าง และบางท่านก็มีองดีอยู่ในบ้าน เรียกว่า บ้านของเราท่านส่วนใหญ่ก็จะมีเครื่องรางของขลังทั้งสิ้น

ดังนั้น การที่เรายึดสิ่งภายนอกเป็นที่พึ่งเพื่อให้เกิดความสวัสดี เพื่อความสุข หรือเพื่อปรารถนาให้พ้นจากความทุกข์นั้น จึงเป็นการสำคัญผิดเข้าใจผิดคิดเอาเอง แท้ที่จริงนั้นไม่อาจเป็นที่พึ่งได้เลย เพราะเราเกิดมาด้วยอำนาจกรรมก็ต้องรับวิบากของกรรม

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2550 , 09:50:29 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



หรือบางคนแม้จะไม่เอาวัตถุอื่นมาเป็นที่พึ่งแต่กลับไปยึดเอาบุคคลเป็นที่พึ่ง เช่น ยึดภรรยา ยึดสามี ยึดบิดา มารดา ยึดบุตร โดยเฉพาะหวังให้บุคคลเป็นที่พึ่งในยามแก่เฒ่าชรา เราจะได้ยินอยู่เสมอ ๆ ว่า จะต้องออกเหย้าออกเรือนไปเพื่อลูกสืบตระกูล และมีลูกไว้พั่งตอนแก่ตอนเฒ่า มาสมัยนี้จะเห็นว่าใครพึ่งใครก็แน่ โอกาสที่จะได้พึ่งลูกเต้านั้นยากมาก

หรือข้าทาสบริวารก็จะยึดเอาเจ้านายเป็นที่พึ่งไม่ว่าจะเป็นคนที่ดีหรือเลว สุขหรือทุกข์ต้องขึ้นอยู่กับบุคคลอื่นเป็นสำคัญ อันนี้ก็เป็นความสำคัญผิดโดยยึดเอาคนอื่นเป็นที่พึ่งเช่นลูกเต้านั้นยากมาก หรือข้าทาสบริวารก็จะยึดเอาเจ้านายเป็นที่พึ่งไม่ว่าจะเป็นคนที่ดีหรือเลว สุขหรือทุกข์ต้องขึ้นอยู่กับบุคคลอื่นเป็นสำคัญ

อันนี้ก็เป็นความสำคัญผิดโดยยึดเอาคนอื่นเป็นที่พึ่ง จึงได้ทุ่มเทเวลาทั้งหมดของชีวิตเพื่อผู้อื่น ทำอะไรก็เพื่อประโยชน์สุขผู้อื่น จะหาความสุขให้ตนเองบ้างก็ไม่ค่อยมีเวลาและไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2550 , 09:51:37 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



ความสุข คือ ความโลภ ไม่โกรธ ไม่หลง โดยอาศัยศรัทธา และความเพียรที่จะรักษาศีล ฟังธรรม และปฎิบัติธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นที่พึ่งที่แท้จริงแต่ก็ทำไม่ได้

บางคนอ้างว่าไม่มีเวลาคือรู้แล้วแต่ไม่มีเวลาจะทำ มีแต่เวลาที่จะเบียดเบียนตนเองหรือทำเพื่อผู้อื่นเป็นสำคัญ เช่น รักษาผลประโยชน์ให้ผู้อื่น เพื่อตนเองจะได้แบ่งปันผลประโยชน์เหล่านั้นบ้าง ดูลูกหลานบ้าง ปลูกต้นไม้บ้าง นี้คือลักษณะของคนที่ไม่มีตนเองเป็นที่พึ่ง

คนเราจะดีจะเลวหรือจะสุขจุทุกข์ก็เป็นเพราะตนเอง ไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น หมายความว่า ขณะที่คนอื่นดี ตนของตนก็ดีอยู่แล้ว ขณะที่คนอื่นเลวนั้นความเลวของคนอื่นก็ไม่สามารถจะมาฉุดให้ตนเองเลวตามได้ โดยมีภาษิตของกรีกโบราณกล่าวไว้ว่า "ไม่มีใครทำให้คุณตกต่ำได้ ถ้าหากคุณไม่ยินยอม"

เพราะถ้าเราไม่ยินยอมทำตามหรือเราไม่เห็นผิดเป็นชอบเสียอย่าง เขาก็คือเขา เราก็คือเรา เราจะสุขจะทุกข์ เขาจะสุขจะทุกข์ ก็ต่างคนต่างทำต่างคนต่างได้

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2550 , 09:52:15 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



ลักษณะของผู้ที่มีตนเป็นที่พึ่งเป็นอย่างไร

ในหลักคำสอนของทางพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้เรายึดสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง และมิได้ให้ยึดผู้อื่นเป็นที่พึ่งด้วย แม้แต่พระตถาคตเจ้าเองก็ไม่เคยแนะนำให้ใครยึดพระองค์เป็นที่พึ่ง พระองค์ทรงตรัสว่าท่านเป็นเพียงผู้บอก ผู้ชี้คุณชี้โทษชี้ถึงสิ่งที่เป็นสาระและไม่ใช่สาระเท่านั้น

แม้ว่าจะมีพระมหากรุณาธิคุณมากเท่าใดก็ไม่มีอำนาจที่จะบันดาลความสุขสวัสดี ความพ้น ทุกข์ความลำบากให้แก่สัตว์ทั้งหลายได้ พระองค์ย่อมต้องแก่ชรา เจ็บไข้และตายไปเหมือนผู้อื่นทั้งหลาย แต่ทรงแนะนำให้พึงตนเองด้วยหลักธรรมต่าง ๆ เช่น มงคลสูตร ๓๘ ข้อ

ทรงสอนไม่ให้คบคนพาลให้คบแต่บัณฑิตนี่คือข้อที่หนึ่ง จึงต้องศึกษาให้รู้จักว่าคนพาลเป็นอย่างไร แตกต่างจากบัณฑิตอย่างไร คนพาล คือ คนทีมีจิตขุ่นมัวเป็นปรกติวิสัย แล้วลองมองตนเองว่าชีวิตประจำวันของตนเป็นคนที่ชอบขุ่นมัวได้ง่ายหรือไม่ ถ้ายังขุ่นมัว เราก็จัดอยู่ในกลุ่มคนพาลเช่นกัน ซึ่งต้องทำให้แก้ไขที่ตนเองก่อนแล้วจึงมองผู้อื่น

และคบแต่บัณฑิต คือบุคคลที่ฉลาดรู้ฉลาดทำ ฉลาดในการใช้ชีวิตมิให้ตกต่ำ มีคุณธรรมและศีลธรรมเป็นเครื่องประจำชีวิต เราจึงต้องขยันหาสิ่งที่ยังไม่มีให้มีขึ้นในกุศลต่าง ๆ เช่น การเลือกคบกัลยาณมิตรที่ดี แต่มิได้ให้ยึดเอากัลยาณมิตรเป็นที่พึ่ง คือ ทำตนเป็นที่พึ่งของตนให้ได้โดยต้องอาศัยความรู้ พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นก็ยังต้องมองหาที่พึ่งโดยตรวจด้วยพระญาณแล้วเห็นว่า พระธรรมเป็นที่พึ่งไปตลอดพระชนม์ชีพ

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2550 , 09:52:47 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



ธรรมชาติทั้งหลายที่ทรงตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ซึ่งรวมแล้วปรากฏเป็นหลักธรรมในพระพุทธศาสนา เราจึงต้องศึกษาเพื่อจะมีตนเป็นที่พึ่งขึ้นไปได้ตามลำดับของปัญญาที่เกิดขึ้นเจริญขึ้นเข้าถึงธรรมะและยอดธรรมในศาสนานี้ จึงจะเรียกว่ามีตนเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง และการกระทำความเพียรปรารถนาการพ้นทุกข์โดยมิต้องอาศัยกัลยาณมิตรนั้น ก็คงมีแต่องค์พระพุทธเจ้าและพระปัจเจกพุทธเจ้าเท่านั้น

พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ในสังยุตนิกายมหาวรรค ข้อที่สอง หน้าที่สองว่า “ดูก่อน อานนท์ผู้อาศัยเราเป็นกัลยาณมิตรสัตว์ทั้งหลายผู้มีกำเนิดเป็นของธรรมดาจึงหลุดพ้นจากการเกิดได้หลุดพ้นจากความเศร้าโศกคร่ำครวญ ความทุกข์กายทุกข์ใจความคับแค้นใจได้"

ซึ่งข้อความดังกล่าวมิได้สอนให้เอาพระองค์หรือกัลยาณมิตรมาเป็นที่พึ่ง เพียงแต่เป็นเครื่องอาศัยเพื่อเรียนและทำตนเองให้เป็นที่พึ่งของตน เป็นความหมายสูงสุดของการหลุดพ้นจากกองทุกข์ โดยทำมรรคมีองค์แปดให้เกิดขึ้นในใจของตนเอง มิใช่มรรคที่ผู้อื่นทำให้เกิดขึ้นหรือปฎิบัติ

และมีพระดำรัสตรัสไว้ในที่เดียวกันว่า “ดูก่อนอานนท์ ข้อที่จะยังอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์แปดให้เกิดขึ้น จัดทำอริยมรรคที่ประกอบด้วยองค์แปดให้เป็นไปได้มากกว่านี้ หวังได้สำหรับภิกษุผู้มีกลยาณมิตรมีสหายดี ”

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2550 , 09:53:29 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5



ความหมายของคาถาที่ว่า “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ” ที่ยกมากล่าวไว้ข้างต้น พอสรุปได้ว่าเพื่อประโยชน์ ๒ ประการ

ข้อที่หนึ่ง การมีสัมมาทิฎฐิเป็นที่พึ่ง เราจะต้องพิจารณาว่าความสุขที่ได้จาก ลาภ ยศ สรรเสริญ ความมั่งคั่งอำนาจและยศศักดิ์นั้น สิ่งดังกล่าวสามารถสร้างความสุขได้จริงหรือ

เพราะยิ่งมีมากเท่าใด ยามที่ต้องสูญเสียไปย่อมมีความทุกข์มากขึ้นตาม การเสวยภพสมบัติได้อัตภาพความเป็นสัตว์ในสุคติในมนุษย์แม้เป็นเทวดาหรือพรหม ความทุกข์อันได้แก่ชรามรณะก็ติดตามไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะไม่มีใครสักชีวิตหนึ่งในโลกนี้ที่เกิดขึ้นมาแล้วจะไม่แก่และไม่ตาย ทั้งหมดนี้เป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าชีวิตนั้นเป็นทุกข์ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้

ความสุขทางใจที่แท้จริงอันได้แก่ ความไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ความมีเมตตากรุณามีจิตตั้งอยู่ในกุศลธรรมทั้งหลายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงสอนวิธีการดำเนินชีวิต สอนเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดความสุข แต่พวกเราส่วนมากมักจะทำวิธีตรงกันข้าม คือ ทำให้เกิดความโกรธ ความโลภ และความหลง จึงทำให้เราไม่ประสพความสุขพบแต่ความทุกข์เป็นประจำ ก็เพราะอำนาจกิเลสที่มีมากนั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2550 , 09:54:00 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6



อำนาจกิเลส ได้แก่ อวิชชา และตัณหา เพราะว่าองค์ธรรมของสมุทัยหรือตัณหาโดยสภาวะแล้ว คือ โลภเจตสิก ที่เป็นเหตุให้เรากระทำอกุศลกรรม ผลก็คือทำให้เกิดความทุกข์ทางใจที่เกิดขึ้นโดยไม่มีหยุดหย่อน

ความกลัดกลุ้ม ความเบื่อหน่าย ความเหงา ความฟุ้งซ้านรำคาญใจจึงครองใจเราอยู่เรื่อยมา แม้ว่าจะหาทางสลัดออกเท่าใดก็หาได้หลุดไม่ เพราะว่าเราไม่รู้และไม่เข้าใจไม่สนใจที่จะรู้ธรรมและใคร่จะปฎิบัติธรรมเพื่อเข้าถึงธรรม

เพราะเราไม่มีทานเป็นที่พึ่งแห่งตน เราจึงประสบปัญหาของชีวิต คือ ยากจนค้นแค้น มีหนี้สิน มีความทุกข์ความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส บางครั้งถึงกับหาทางออกด้วยการฆ่าตัวตายจนเป็นแฟชั่น

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2550 , 09:54:57 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7



เรื่องการฆ่าตัวตายนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัว เพราะว่าที่ไปหรือชีวิตภายหลังความตายของผู้ฆ่าตนเองนี้คือทุคติภูมิ และคนที่ฆ่าตัวตายนี้จะต้องมีโมหะอวิชาครอบคลุมจิตใจอย่างหนาทึบจึงจะสามารถฆ่าตัวตายได้

เปรียบเสมือนนักมวยขึ้นชกจะต้องมีคู่ต่อสู้ และมีอามิสเป็นเครื่องล่อ เช่น เข็มขัดแชมป์โลกรุ่นต่างๆ เงินทองที่ได้จากการชกมวยชนะซึ่งผู้ที่ชกก็หวังจะได้ลาภ ยศ สรรเสริญ และสุข จึงทุ่มเทกำลังกายใจมีความอดทนเพื่อจะได้มา

แต่นักมวยที่ชกชนะหรือมีเข็มขัดเป็นที่รับรองนี้ จะไม่กล้าทำร้ายตนเอง หรือบุคคลอื่น ๆ ในครอบครัวตนเอง หากกลับบ้านไปแล้วถูกพ่อแม่ตักเตือนดุด่า นักมวยคนนั้นก็ไม่กล้าที่จะชก เพราะว่ายังมีคุณธรรมมีความรักและเคารพพ่อแม่

แต่ถ้านักมวยผู้นั้นมีความกล้าถึงขนาดชกบิดามารดาของตนได้ก็แสดงว่า เพราะมีความโกรธอย่างมากจนความโกรธทำลายพื้นฐานของจิตใจคือ คุณธรรมและศีลธรรมไปจนหมดสิ้น

ฉะนั้น การที่ทำร้ายตนเองจะต้องมีโทสะอย่างแรงและมีโมหอวิชาอย่างแรงจนเป็นมิจฉาทิฎฐิแล้ว ก็สามารถทำการฆ่าตนเองได้ วินาทีที่ตัดสินใจกระโดดตึกบ้าง หรือเอาปืนต่อยิงตนเองบ้าง ล้วนแต่เป็นอำนาจโมหะอวิชาครอบงำทั้งสิ้น

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2550 , 09:55:33 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8



ที่กล่าวมานี้ล้วนมีที่ไปคือ นรก เราจงควรหลีกเลี่ยงหากมีปัญหาเกิดขึ้นกับตนเองแล้วไม่สามารถแก้ปัญหาได้ก็อย่าพึ่งด่วนตัดสินใจ

วิธีแก้เบื้องต้นโดยการหายใจเข้าลึก ๆ หรือเดินออกไปยังบริเวณลานกว้าง ๆ แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่กว้างไกล เพราะสิ่งที่อยู่ในใจทั้งมือทั้งแคบการมองท้องห้าหรือลานกว้าง ๆ อาจจะช่วยให้เราคลายความอึดอัดจากปัญหาลงได้

และเมื่อจิตใจได้บรรเทาจากความอึดอัดแล้ว จึงค่อย ๆ คิดหาวิธีแก้ปัญหานั้นต่อไป ไม่มีปัญหาใดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ อยู่ที่ว่าช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2550 , 09:55:59 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 9



บางครั้งเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาก็ไปโทษบุคคลอื่น และอาจฆ่าผู้อื่นโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะคิดไม่เป็นก็เลยแก้ไขปัญหาไม่เป็น และทำไมจึงแก้ปัญหาไม่ได้ ก็เพราะว่าเรารู้ไม่เป็น ความทุกข์จึงเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นทับถมขึ้น

อายุยิ่งมากขึ้น ความทุกข์ก็ยิ่งมากขึ้นตามลำดับ ความไม่รู้ที่แฝงอยู่ในจิตใจเมื่อมีมากขึ้นเท่าใดชีวิตก็จะเป็นโมฆะอย่างแท้จริง เพราะไม่มีตนเป็นที่พึ่งจึงไม่รู้จักทำเหตุที่จะทำให้ความโลภ โกรธ หลงหมดไป หรือไม่รู้ว่าจะทำเช่นใดให้มีสติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ได้

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะขาดการศึกษาหาความรู้ความเข้าในที่ถูกต้อง และต่างก็น้อมนำความคิดของตนเองเป็นที่ตั้งมีอคติเป็นที่ตั้งมั่นของจิตใจ เมื่อเรามีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นพื้นฐานเสียก่อน การปฎิบัติที่ถูกต้องคือสัมมาทิฎฐิก็จะตามมาในระดับต่าง ๆ จนเจริญขึ้นสมบูรณ์ที่สุด

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2550 , 09:56:37 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 10

มาติดตามอ่านคุณค่าแห่งความขลัง และการหาที่พึ่งให้กับตนเองได้อย่างดีต่อครับน้องกิ้ฟ

ขอบพระคุณมากๆเลยครับผม

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 มี.ค. 2550 , 06:25:59 น.] ( IP = 58.9.138.21 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org