มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คุณค่าของความขลัง (๓)








คุณค่าของความขลัง (ตอนจบ)

จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๒)


ตอนที่ผ่านมา

ข้อที่สอง เป็นไปเพื่อความดับทุกข์ ได้แก่การดับกิเลสโดยเด็ดขาด เพื่อประสพความสุขอันไพบูลย์ไม่ต้องมีความแก่ความตายเกิดขึ้นอีก การพ้นไปจากความแก่และความตายเรียกว่า “สันติสุข” ตราบใดที่ยังมีการเกิดอยู่ตราบนั้นเป็นทุกข์ยิ่งนัก

การพ้นจากความเศร้าโศก ความคับแค้นประสบสิ่งที่ไม่รักในสังสารวัฎฎ์นั้น จะต้องเจริญมรรคอันมีองค์แปดให้เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องมีตนเป็นที่พึงแห่งตนเองเช่นเดิม และต้องเจริญกุศล ได้แก่ความไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง

ขณะใดที่เรามีอารมณ์เป็นปัจจัยให้เกิดกุศลอันประกอบด้วยความไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง เกิดขึ้นพร้อมกันขณะนั้น จิตนั้นเรียกว่า “มหากุศลญาณสัมปยุต” คือ การเจริญ ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งจะต้องมีมหาสติปัฎฐานสี่เป็นอารมณ์ ได้แก่ กาย เวทยา จิต ธรรม และ เมื่อย่อลงมาแล้วก็คือ รูปนาม

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 มี.ค. 2550 , 10:51:45 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



การปฎิบัติดังกล่าวจัดเป็นการปฎิบัติบูชาที่สูง เพราะเป็นการปฎิบัติ ศีล สมาธิ และปัญญาในขณะเดียวกัน ซึ่งก็คือมัชณิมาปฎิปทา

เพราะในปฎิสัมภิทามรรคกล่าวว่า มรรคแปดเป็นสติปัฎฐาน เป็นที่พึงซึ่งเป็นเอกายมรรค และเป็นทางสายเดียวที่ทำให้สัตว์พ้นจากความทุกข์ทั้งปวง โดยพระองค์ตรัสว่าให้ใช้สติปัฎานสี่เป็นพึ่งจะใช้สิ่งอื่นเป็นที่พึ่งก็ไม่ถูกพุทธประสงค์

คำว่า “กุศล” หรือให้อาศัยกุศลนั้นหมายถึง ศีลหรือสมาธิหรือปัญญา ก็เป็นที่พึ่งได้เหมือนกัน แต่ไม่เสมอไปเพราะศีลไม่สามารถพึ่งได้ก็มี ในขณะที่เราฟุ้งซ่านศีลก็ไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 มี.ค. 2550 , 10:53:46 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



ศีล สมาธิ ปัญญา เมื่อรวมกันแล้วเป็นที่พึ่งได้อย่างไร

ศีล ได้แก่ ความตั้งใจที่จะรักษาข้อประพฤติหรือข้อห้ามด้วยการสำรวม กาย วาจา ไม่ให้ล่วงละเมิดกฎข้อห้าม หรือสิกขาบท คุณประโยชน์ที่ได้รับจากการรักษาศีลในด้านของการได้รับความสุขและความพ้นทุกข์ที่มีมากเป็นอเนกประการ

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ดูก่อนคหบดีทั้งหลาย อานิสงส์ห้า คือ ศีล ๕ เหล่านี้ เพราะความไม่ประมาทเป็นเหตุ ย่อมได้รับกองโภคะใหญ่นี่เป็นอานิสงส์ข้อแรก เพราะความถึงพร้อมด้วยศีลแห่งท่านผู้มีศีล

ดูก่อนคหบดีทั้งหลายข้ออื่นยังมีมากอยู่ กิติศัพท์ที่มีงามของท่านผู้มีศีลย่อมฟุ้งไปหอมหวนทวนลมนี่เป็น อานิสงส์ข้อสอง เพราะความถึงพร้อมของศีลแห่งท่านผู้มีศีล

ดูก่อนคหบดีทั้งลายข้ออื่นๆ ยังมีอีก บุคคลผู้มีศีลถึงพร้อมด้วยศีล เมื่อเข้าสู่บริษัทใด ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ พราหมณ์ คหบดี สมณะ ก็ย่อมจะเป็นผู้ที่องอาจไม่เก้อเขินนี้เป็น อานิสงส์ข้อที่สาม

เพราะความถึงพร้อมด้วยศีลแห่งท่านผู้มีศีล ย่อมไม่ลุ่มหลงในการกระทำกาละ คือ ไม่หลงตายนั่นเอง นี้เป็น อานิสงส์ข้อที่สี่

เบื้องหน้ามีแต่ความตายเพราะการแตกทำลายย่อมเข้าสุ่สุคติสรรคโลกนี่ เป็น อานิสงส์ข้อที่ห้า เป็นเรื่องของการได้มาถึงความสุขนั้น

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 มี.ค. 2550 , 10:54:24 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



ส่วนอานิสงส์คือการนำมาซึ่งการพ้นทุกข์เริ่มตั้งแต่มีความไม่เดือนร้อนใจเป็นปัจจัยต่อเนื่องกันต่อๆ ไป จนกระทั่งมีตนเป็นที่พึ่งแห่งตน คือ ความหลุดพ้นจากกองทุกข์ หรือ เรียกว่าสิ้นอาสวะ

สมกับพระดำรัสที่มีไว้ในอังคุตตรนิกาย ทสกนิบาตซึ่งกล่าวว่า ดูก่อนอานนท์ กุศลทั้งหลายมีความไม่เดือนร้อนใจเป็นผลเป็นอานิสงส์ นิพพิทาวิราคะ มีวิมุตติ ญาณทัสสนะเป็นผลอานิสงส์

ดูก่อนกุศลศีลทั้งหลายย่อมมีความเป็นพระอรหันต์ให้สมบูรณ์ได้ตามลำดับ บุคคลใดสมาทานศีล ๘ คือ อุโบสถศีลก็ดี หรือสิกขาบทบัญญัติโดยไม่เว้นปัจจัยอันเป็นข้าศึกของศีล เช่น มีการคบคนชั่วเป็นมิตร เป็นต้น

ศีลหล่านี้ก็จะเสื่อมไปอย่าว่าแต่ให้เจริญเลยแม้ให้ทรงอยู่ก็ยังทำไม่ได้ สมกับคำกล่าวไว้ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค เรื่องศีลนิเทศว่า ภิกษุรูปใดคนคนทุศีล ไม่คบคนมีศีล เป็นคนไม่ฉลาด ไม่เห็นโทษในการล่วงละเมิดวัตถุ มากไปด้วยความดำริผิด ไม่สำรวมอินทรีย์ ศีลของภิกษุนั้นย่อมตั้งอยู่ในความเสื่อม

เท่าที่กล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่าธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนให้กับเวไนยสัตว์นั้นเป็นสิ่งที่ประเสริฐและท้าทายต่อการพิสูจน์ ไม่วิปริตผันแปรดังที่กล่าวไว้ พระพุทธองค์ทรงสอนทุกอย่าง ทรงประกาศพระสัจธรรมซึ่งมีถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ เราเพียงแค่ทำความเข้าใจเรื่องชีวิตเท่านั้นว่า ชีวิตเป็นของดีเป็นของสุขเป็นของเที่ยงมีสาระจริงหรือไม่

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 มี.ค. 2550 , 10:55:10 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



เพราะในความจริงสิ่งที่ตัวเรากำลังคิดอยู่เป็นความวิปลาสธรรมทั้งสิ้นพระพุทธองค์จึงทรงสั่งสอนให้เรามีการปลงชีวิต ให้สังเกตดูให้เห็นความเป็นทุกข์เป็นอสุภะ เห็นความเป็นอนิจจังเห็นความเป็นอนัตตา เพื่อทำให้คลายจากความวิปลาสโดยเฉพาะสัญญาวิปลาสโดยปลงที่อาการว่า

กายนี้เป็นที่ตั้ง ตั้งแต่เส้นผมลงไปจนปลายเท้า และตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นไปเต็มไปด้วยสิ่งไม่สะอาด ทุกคนมีสิ่งเหล่านี้เหมือนกันหมด เพียงแต่อาศัยศีลเป็นอาภรณ์ให้ดูดีแต่ก็เพียงชั่วคราว มีเนื้อหนังหุ้มอยู่ก็เพียงชั่วคราว

แต่เมื่อเรากระจายส่วนต่าง ๆ ออกจากกันแล้วก็คือ ผม ขนเล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ ไต ผังผืด ปอด ไส้ใหญ่ ไส้เล็ก อาหารใหม่ อาหารเก่า น้ำดี เสมหะ น้ำหนอง เลือด น้ำมันเหลว น้ำมันข้น น้ำตา น้ำลาย น้ำไขข้อ อุจจาระ ปัสสาวะ

สิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้เกิดความทุกข์ให้โทษเมื่อมีอาการเปลี่ยนแปลงไป เป็นบ่อเกิดของโรคภัยนานาชนิด มีผม ผมก็ร่วงและสกปรกต้องคอยชำระล้างสระผลตลอด มีตา ก็มีโรคตา มีหูก็เป็นโรคหู มีจมูกก็เป็นโรคจมูก มีลำไส้ก็เป็นโรคลำไส้ โรคไต โรคม้าม โรคตับ โรคปอด โรคเกี่ยวกับอุจจาระ ปัสสาวะ โรคสารพัดชนิดเหล่านี้ก็เกิดขึ้นที่ร่างกายของเรานั่นเอง

การพิจารณาให้เห็นโทษของสิ่งเหล่านี้ว่า จะเป็นส่วนไหนของร่างกายก็แล้วแต่ย่อมเป็นรังของโรคอย่างแท้จริง ในอดีตที่ผ่านมาบรรพบุรุษของเรา ต่างก็มีส่วนประกอบของร่างกายเหมือนกันหมดแม้กระทั่งตัวเราเอง และในอนาคตจะมีสัตว์เกิดอีกสักกี่ร้อยพันนิดก็ยังคงเต็มไปด้วยสิ่งปฎิกูลทั้งสิ้น

โดย น้องกิ๊ฟดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 มี.ค. 2550 , 10:55:44 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5



ฉะนั้น ร่างกายจึงจัดเป็น อสุภะเป็นสิงที่น่ารังเกียจ ชีวิตเป็นทุกข์ไม่ใช่สุขทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้และหนีไม่พ้น เช่น เวลานั่งนาน ๆ ก็เมื่อย เมื่อยแล้วก็เปลี่ยน เปลี่ยนแล้วทุกข์ก็ตามรังควาญต่อไป หาที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ไม่ได้ไปจนแก่จนเฒ่าเพราะความเมื่อยปวดมีตลอดเวลา

พระพุทธองค์ผู้ทรงพระมหากรุณาธิคุณ แม้กระทั่งวาระสุดท้ายก่อนทรงจะดับขันธ์ปรินิพพานได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า “อานนท์ เมื่อเราล่วงลับไปแล้ว เธอทั้งหมายอาจจะคิดว่า บัดนี้ พวกเราไม่มีศาสดาแล้วจะว้าเหว่ไร้ที่พึ่ง อานนท์ เมื่อเราล่วงลับไปแล้วเธอทั้งหลายอาจจะคิดว่า บัดนี้ พวกเราไม่มีศาสดาแล้ว จะว้าเหว่ไร้ที่พึ่ง อานนท์เอยเธอจงประกาศให้ทราบทั่วไปกันว่าธรรมวินัยอันใดที่เราได้แสดงแล้ว บัญญัติแล้ว ธรรมวินัยนั้นจงเป็นศาสดาของเราแทนเราต่อไป เธอทั้งหลายจงมีธรรมวินัยเป็นที่พึ่งอย่าได้มีสิ่งอื่น ๆ เป็นที่พึ่งเลย

จะเห็นว่าพระมหากรุณาธิคุณนี้ได้บ่งบอกถึงเหตุผลอันเป็นเรื่องราวสำคัญว่า ธรรมวินัยที่พระองค์ทรงสอนแล้วบัญญัติแล้วนี้จะเป็นที่พึ่งแทนพระองค์ต่อไป

ขณะนี้เวลาได้ล่วงเลยจากพุทธกาลมา ๒๐๔๒ ปีแล้วก็ยังมีการสอนธรรมะ ยังมีพระธรรมเผยแพร่ ยังมีตำราหนังสือที่พระอนุทธาจารย์ได้รจนาเป็นคัมภีร์สังคหบาลีให้ศึกษาตั้งแต่จิต เจตสิก รูป นิพพาน และบัญญัติ การศึกษาเหล่านี้เปรียบเสมือนการจุดประกายไฟแห่งปัญญาให้กับชีวิต เป็นประดุจโคมทองส่องทางให้เราเดินไปในโลกแห่งความแห้งแล้งอาดูร การกันดารโดยไม่สะดุดหกล้มเหมือนที่เป็นมาเพราะเป็นที่แน่นอนว่าทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว


โปรดติดตามเรื่องต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [21 มี.ค. 2550 , 10:56:27 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6

ศีล สมาธิและปัญญาเท่านั้น ที่ตนเองจะต้องเพียรประพฤติยึดถือเป็นสรณะจริงๆครับน้องกิ้ฟ อ่านแล้วได้กำลังใจในการกระทำคุณค่าแห่งความขลังนี้จริงๆครับ.

ขอบพระคุณมากๆครับน้องกิ้ฟ

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มี.ค. 2550 , 08:32:32 น.] ( IP = 58.9.144.234 : : )


  สลักธรรม 7

ที่พึ่งของชีวิตที่เราต้องมี คือ ศีล สมาธิ ปัญญา

ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [22 มี.ค. 2550 , 20:59:36 น.] ( IP = 58.8.51.71 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org