มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๑




ต้องยอมรับว่าบางครั้งเวลามีความทุกข์ใจ แล้วได้มีโอกาสกลับมานั่งในห้องเสือพิทักษ์ เพียงแค่นั่งมองรูปภาพของหลวงพ่อ แววตาอันอ่อนโยนที่ทอประกายความรักและความเมตตาของท่านที่มองตรงมา จนบางครั้งเกิดความรู้สึกว่า ได้รับรู้ถึงกระแสแห่งความห่วงใยของท่านที่มีต่อเรา ด้วยเหตุนี้เองจิตใจที่พกพาความขุ่นมัวก็จะเริ่มเย็นลง สงบลง พร้อมๆกับความระลึกถึงความปรารถนาดีของท่านที่แทบทุกครั้งท่านจะนำคำสอนมาเตือนให้พวกเราใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ให้หมั่นฝึกสติ-สัมปชัญญะเนืองๆ แม้ว่าระยะหลังพวกเราจะมีโอกาสได้พบกับท่านน้อยก็ตาม แต่ก็จะได้รับคำเตือนพร้อมได้รับฟังเรื่องราวต่างๆ ผ่านท่านอาจารย์มาทุกอาทิตย์ ด้วยความสนุกร่าเริงของอาจารย์ ผนวกกับเรื่องราวที่หลวงพ่อฝากเตือนมาด้วยความรักและความเป็นห่วงนั่นเอง ท่านจึงตั้งชื่อห้องนี้ว่า “ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก”

ชื่อนี้ทำให้นึกถึงภาพเก่าๆ ที่มีพ่อนั่นเป็นประธาน มีลูกๆ นั่งรายล้อมรับฟังเรื่องราวที่มีแง่คิดพร้อมภาษิตต่างๆ

บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นที่อบอวลไปด้วยความรักนั้น...หาที่ไหนไม่มีอีกแล้ว ด้วยความรักที่พ่อมีแต่ให้กับลูกๆ ความรักที่พ่อไม่เคยเรียกร้องสิ่งตอบแทนจากลูกคนใดเลย แม้ว่าลูกๆจะทำผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า หลวงพ่อพ่อก็ยังคงให้อภัย และให้โอกาสเริ่มต้นใหม่เสมอ

อาทิตย์นี้ก็เช่นกัน ตอนต้นเดือนท่านก็อุตส่าห์มาตักเตือนการใช้ชีวิตของพวกเรา ตอนหนึ่ง ท่านบอกว่าให้ทำตนเหมือนฟองน้ำอย่างดี (มีอยู่ในกระทู้เรื่องกุญแจสำรองของพ่อ) และขอร้องให้พวกเราเริ่มต้นเดินทางกันเสียที ขนาดให้พวกเราท่อง ๓ ครั้งว่า ยิ่งเดิน ยิ่งไกลไม่มีในโลก...ผ่านไปเพียงแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น ท่านก็ฝากคำเตือนตามมาอีกว่า

โดย วยุรี [27 มี.ค. 2550 , 08:32:29 น.] ( IP = 58.9.141.184 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

การ ใช้ชีวิตนั้น ต้องรู้จักแยกแยะให้ได้ว่า ตรงไหนควรหยิบยกเป็นประสบการณ์ ตรงไหนไม่ควร …เหมือนที่แต่ละคนเคยเล่นสนุกรอบกองไฟ ต้องรู้จักวิธีการที่ไม่ให้ไฟเผา เช่นเดียวกันเวลาเดินเข้าไปในหมู่คนพาลหรือโจร เราต้องรู้จักวิธีที่จะไม่ให้ตนเองกลาย เป็นโจร

ลูกพ่อต้องหัดแพ้ให้เป็น คือแพ้ให้ถูกวิธี ได้แก่การรู้ว่า เมื่อตนเองพลาดไป ผิดไป เมื่อแพ้แล้ว เราจะจัดการอย่างไรกับความแพ้นั้น คือ ต้องเรียนรู้ว่า แพ้เพราะเหตุใด และอย่าทำอีก ยอมรับความแพ้ด้วยความเข้มแข็ง เพื่อจิตใจจะได้เจริญเติบโต และก้าวหน้าไปในทางที่ดีกว่าเดิม

...อย่ามัวแต่ทุกข์ จงเอาความทุกข์นั้นมาเป็นพลังสะสมเรี่ยวแรง รักษา และพยาบาลใจตนเองด้วยสติปัญญา ไม่ใช่พลาด ผิด แพ้ ก็มัวแต่โทษตนเอง เพราะอาการอย่างนั้นเรียกว่าพ่ายแพ้ ไม่ใช่แพ้เป็น

จำไว้นะ ลูกพ่อ ...ต้องแพ้เป็น ไม่ใช่แพ้พ่าย

โดย วยุรี [27 มี.ค. 2550 , 08:36:41 น.] ( IP = 58.9.141.184 : : )


  สลักธรรม 2

นอกจากนี้ อาจารย์ยังเล่าว่า หลวงพ่อเคยเล่าเรื่องและอุปมาให้ฟังว่า เมื่อพูดถึงเรือพระราชพิธี ทุกคนจะรู้ทันทีว่าต้องเป็นงานที่สำคัญ นานๆถึงจะมีสักครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพยุหยาตราทางชลมารค แล้วเมื่อมีพระราชพิธีนี้ครั้งใด แม่น้ำเจ้าพระยาก็จะคราคร่ำไปด้วยพสกนิกรสองข้างฝั่งเต็มไปหมด กล่าวได้ว่าแทบทุกคนชอบที่จะดูเรือพระราชพิธี แล้วพยายามที่จะจับจองหาที่นั่งกันตั้งแต่เช้า แม้พวกเราเองก็เช่นกันหากมีโอกาสก็พยายามแสวงหาที่นั่งเพื่อชมเรือ บางครั้งดีใจที่ได้มีโอกาสนั่งอยู่แถวหน้า พอเรือผ่านไปได้มองเห็น ได้ชื่นชมเรือพระสุพรรณหงส์ เกิดความโสมนัสที่ได้ชมพระบารมี ตลอดจนได้เห็นความสวยงามของเรือต่างๆ ในขบวนเสด็จนั้น

ขณะนั้น เราเองได้แค่เป็นคนนั่งชม(มอง) ซึ่งไม่ได้เป็นผู้ที่อยู่ในขบวนเสด็จนั้น ซึ่งหากจะพูดตามความเป็นจริงแล้ว กว่าเรือลำต่างๆ จะมารวมกันเป็นขบวนเสด็จทางชลมารคได้นั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่ายๆ เขาต้องมีการฝึกซ้อมกันมาเป็นเวลานาน ฝีพายต่างๆ ต้องซ้อมกันมาตั้งแต่อยู่บนบก ฝึกพายลมกันก่อนจนกว่าจะได้จังหวะที่ถูกต้องจึงจะลงไปฝึกพายกันในน้ำ และถ้าผู้ใดซ้อมไม่จริงจัง หรือไม่ขยันฝึกซ้อมก็จะไม่มีโอกาสถูกคัดเลือกให้ไปเป็นฝีพายในขบวนได้

ชีวิตของคนเราก็เช่นเดียวกัน ชาวพุทธแทบทุกคนจะอธิษฐานขอพบพระพุทธศาสนา ขอเดินตามพระศาสดา หลายๆท่านเวลาทำบุญแล้วจะตั้งจิตขอพบพระศรีอารยเมตไตรย์ในอนาคตกาล อุปมาก็ไม่ต่างไปจากการขอเป็นผู้ตามเสด็จในขบวนเรือนั่นเอง

ดังนั้นต้องตรึกตรองให้ดีว่า การที่เราขอพบพระศรีอารยเมตไตรย์หรือพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งในอนาคตกาลนั้น ฒิฬเราขอพบแบบใด พบแบบชื่นชมพระบารมีโดยอยู่แค่ ๒ ฟากฝั่งเท่านั้น (คือเวียนว่ายไปในสุคติและทุคติ) หรือพบแบบตามเสด็จ อย่างเช่นพระอริยเจ้าทั้งหลายที่ตามเสด็จไปแล้วด้วยดี ซึ่งตามเสด็จ(พาย)ไปเพื่อขึ้นฝั่งพระนิพพาน (ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป)

ฉะนั้น...ผู้ที่ตามเสด็จไปในเรือได้ ต้องใช้เวลาฝึกซ้อมนานเท่าไรฉันใด ผู้ที่ปรารถนาจะดำเนินตามพระบรมศาสดาไปสู่ความพ้นทุกข์ได้นั้นก็ต้องเพียรฝึกซ้อมนาน ฉันนั้น …เช่นกัน

...นี่เอง หลวงพ่อท่านจึงต้องมากำชับให้พวกเริ่มต้นเดิน หมายถึงเริ่มฝึกหัดพายไปในเส้นทางที่พระอริยเจ้าท่านเคยทำมาแล้ว คือ “สติปัฏฐาน ๔” ด้วยการเริ่มต้นฝึกตนเองให้มีสติ- สัมปชัญญะ

แม้ในหนทางเดินจะมีอุปสรรคที่ทำให้ต้องพ่ายแพ้กันบ้าง ท่านจึงฝากบอกมาว่า ต้องแพ้ให้เป็น แพ้ให้ถูกวิธี ข้อสำคัญต้องยอมรับความแพ้ด้วยความเข้มแข็ง เพื่อจิตใจจะได้เจริญเติบโต และก้าวหน้าไปในทางที่ดีกว่าเดิม
..ดังข้อความที่หลวงพ่อฝากท่านอาจารย์มาเตือนพวกเรา ในห้องนั่งเล่นแห่งความรักเมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคมนี้นั่นเอง



โดย วยุรี [27 มี.ค. 2550 , 08:45:25 น.] ( IP = 58.9.141.184 : : )


  สลักธรรม 3

กว่าที่คนเราจะประสบความสำเร็จและมีผลงานสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั่วไปนั้น มิใช่เรื่องที่จะได้มาโดยบังเอิญจริงๆนะครับคุณวยุรี หากต้องมีพลังแห่งศรัทธาแห่งการสร้างสรรค์ และชีวิตที่เหนือกว่า พิเศษกว่า ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยความอดทนขยันหมั่นเพียรในการสร้างชีวิตตนเองเท่านั้น

ได้อ่านไปและนึกถึงเรื่องราวแห่งชีวิตของตนเองที่ผ่านๆมา ยิ่งในเวลานั้น เวลาที่มองเห็นเรือหงส์เคลื่อนขบวนมาถึงตรงหน้า และก็ผ่านไป ติดตามมาด้วยเรือโดยเสด็จร่วมในครานั้น ดูยิ่งใหญ่ตระการตาจริงๆ นึกถึงภาพเหล่านั้นได้อย่างชัดเจนแม้กระทั่งขณะนี้ครับ

แต่ก็รู้สึกชัดทางใจได้ว่า นั่นคือภาพทางใจที่นึกไปถึงได้ซึ่งเป็นอดีตอารมณ์นั่นเอง แต่ปัจจุบันเราเองก็ยังเป็นผู้ที่นั่งอ่าน นั่งพิมพ์ และที่สุดก็ยังเป็นผู้มีชีวิตยื่นอยู่อย่างไร้ทิศนั่นเอง เพราะคลื่นกิเลสที่ครอบคลุมทิศทางเอาไว้ รู้สึกใจหายครับ

ขอบคุณนะครับคุณวยุรี ที่นำคำแห่งคุณค่าทางใจต่างๆ ที่หลวงพ่อท่านกรุณาสอนไว้มาฝากให้อ่าน เพื่อเกิดความสังเวชสลดจิตกันอีกครั้งครับ และจะได้รีบแก้ไขจิตใจที่หาทิศทางไม่ได้ให้สามารถออกจากหมอกควันแห่งอารมณ์ครับผม

โดย เทพธรรม [27 มี.ค. 2550 , 09:05:54 น.] ( IP = 58.9.141.184 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบคุณ สำหรับสติที่ได้ให้กับทุก ๆ คนด้วยครับ ขอให้ทุกคนล่วงจากเครื่องผูกรัดทั้งปวงคับ

โดย น้อง บู [27 มี.ค. 2550 , 09:34:13 น.] ( IP = 58.9.170.211 : : )


  สลักธรรม 5



เมื่อเช้าหลังจากสวดมนต์ไหว้พระแล้ว ก่อนออกจากบ้านก็ยืนมองรูปหลวงพ่อเสือและก็นึกถึงบางเรื่องอยู่ในใจ แล้วก็ตั้งใจว่าจะพยายามใช้กุญแจสำรองของหลวงพ่อให้ดีที่สุด

พอเข้ามาในห้องนั่งเล่นนี้..ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาอีกเยอะเลย และก็กลับมาพิจารณาตนเป็นสิ่งสำคัญกว่าปัจจัยภายนอก

ขอบพระคุณที่นำมาฝากค่ะอาจารย์วยุรี

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 มี.ค. 2550 , 11:16:02 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณค่ะพี่วยุรี

ห้องนั่งเล่นแห่งความรักในความรู้สึกว่าใหญ่โต
เพราะคราใดที่ได้นั่งอยู่ตรงไหนก็มักจะมีความรู้สึกว่า
มีพ่ออยู่เสมอๆ
เป็นความรู้สึกอบอุ่น ยิ่งได้รับคำจากหลวงพ่อทีไร
ใจก็เหมือนขี้ผึ้งพร้อมละลาย
ที่ทำให้เผาเรื่องราวที่ไม่ควรแก่การคิด ให้กับมามีชีวิตชีวาทุกครั้ง
น่าแปลก..ที่ทำให้อารมณ์เปลี่ยนไปในทางที่ดีและอิ่มกับความสุขไปได้ตลอดวัน

แต่ก็ดูเหมือนว่า เรายังไม่ยอมโตกันสักที
ทำให้หลวงพ่อต้องปลุกปลอบ
สอนให้เราพยายามปรับปรุงจิตใจอยู่เสมอ
และหัดเดินให้ตรงทาง
รู้สึกละอายใจนะคะ
แต่ยังไงลูกก็ยังอยากให้มีห้องนั่งเล่นแห่งความรักอยู่เสมอๆนะคะๆ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 มี.ค. 2550 , 21:55:32 น.] ( IP = 125.24.40.69 : : )


  สลักธรรม 7


ดีใจมากที่ได้เห็นกระทู้นี้ รู้สึกได้ทันทีว่าอากาศร้อนรอบตัวเราดูจะไม่สามารถมามีอิทธิพลกับเราได้อีกต่อไป ความรู้สึกว่ามีพ่อมาอยู่ใกล้ๆ กลับมาอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกต่างๆดีขึ้น ยิ้มออก

อ่านไป พิจารณาไปก็รู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมา นอกจากจะมีแต่ความพ่ายแพ้แล้ว ยังไม่มีความมั่นคงต่อเป้าหมายเลย ได้แต่มองดูแล้วก็รู้สึกว่าไกลไกลมาก โดยไม่ยอมเดิน โดยมิได้คิดเลยว่าทางเดินนั้น ยิ่งเดิน ยิ่งไกลไม่มีในโลก แต่ที่เราเห็นว่าไกลเพราะเรามองดู น่าละอายใจยิ่งนัก

ขอบพระคุณพี่วยุรีมากค่ะที่นำคำสอนที่มีค่ายิ่งมาฝาก

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 มี.ค. 2550 , 22:06:55 น.] ( IP = 124.121.173.107 : : )


  สลักธรรม 8

การเป็นเพียงผู้ดู ไม่มีเป้าหมายนั้น เป็นชีวิตที่น่ากลัวเพราะจะต้องเวียนวนไปมาในสังสารวัฎฎ์

จึงควรเพียรต่อเป้าหมายด้วยการตั้งใจฝึกฝนตนให้อยู่ในเส้นทางที่ประเสริฐ

ขอบพระคุณพี่วยุรีค่ะ ที่ได้นำคำสอนของหลวงพ่อมาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 มี.ค. 2550 , 22:27:23 น.] ( IP = 58.8.52.185 : : )


  สลักธรรม 9

อ่านข้อคิดคำเตือนจากหลวงพ่อแล้วทำให้เกิดกำลังใจในการดำเนินชีวิตขึ้นมาอีกเยอะเลยขอครับ
เรื่องนึงก็คือการอย่ายอมพ่ายแพ้แต่ต้องแพ้ให้เป็น แพ้แล้วต้องรู้ว่าความผิดนั้นเกิดจากอะไร เราจะได้ไปเผลอไปทำให้แพ้อีก
และอีกเรื่องนึงที่สะเทือนใจมากก็คือ การอุปมาของหลวงพ่อเรื่องเรือพระราชพิธี เราต้องเลือกเส้นทางเดินเองว่าจะขอไปเป็นผู้ตามเสด็จในขบวนเรือหรือจะแค่ขอนั่งชมพระบารมีอยู่ริมฝั่งคลองเฉยๆ

ขออนุโมทนาและขอบพระคุณอ.วยุรีจากใจครับที่ช่วยสรุปธรรมะจากหลวงพ่อและอาจารย์มาฝากกันอยู่เสมอ

โดย เณรจิ๋ว (dong) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 มี.ค. 2550 , 10:25:13 น.] ( IP = 202.231.41.1 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org