มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ฆ่าตัวตายทำไม (๓)









ฆ่าตัวตายทำไม (๓)

จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๒ )


ตอนที่ผ่านมา

ท่านพูดต่อว่า การฆ่าตัวตายเพื่อเอาตัวรอดคนเดียวแล้วทิ้งบิดาทิ้งมารดาไว้ในห้วงทุกข์ตลอดชีวิตนั้น เป็นการกระทำที่เห็นแต่ตัวอย่างน่าเกลียดที่สุด เมื่อชายหนุ่มได้ฟังดังนั้นแล้ว ก็กล่าวกับพระเถระว่า ท่านสมณะ ถ้าไม่ใช้วิธีฆ่าตัวตายแล้ว จะมีวิธีอื่นใดอีกไหม ข้าพเจ้าอยากจะพ้นจากความทุกข์ทรมานครั้งนี้

พระเถระจึงตอบว่า มีแน่นอนกุมาร อาตมากำลังจะนำเจ้าไปสู่วิธีนั้น แต่ก่อนอื่น อาตมาต้องการให้เจ้ายืนยันก่อนว่า เจ้าจะไม่หนีทุกข์ด้วยวิธีฆ่าตัวตาย เจ้าจะสัญญาได้หรือไม่ ชายหนุ่มจึงถามย้ำอีกครั้งว่า มีวิธีอื่นแน่หรือ พระเถระก็ตอบว่า มีแน่ และเจ้าจะได้ทำวิธีนั้นแน่ ๆ ชายหนุ่มจึงพูดว่า ถ้าอย่างนั้น ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ข้าพเจ้าจะไม่ใช้วิธีตายหนีความทุกข์

เมื่อพราหมณ์ผู้เป็นบิดาได้ยืนคำยืนยันของชายหนุ่มที่แสดงออกมาว่าจะไม่ฆ่าตัวตายแล้ว ก็เกิดความดีใจอย่างสุดขีดแล้วก็พูดออกมาว่า ลูกเอ๋ย พ่อดีใจเหลือเกินที่เจ้ากลับใจได้ ว่าแล้วก็ผละจากบุตรชายตรงเข้ามากราบเท้าพระเถระแล้วพูดว่าท่านสมณะ ท่านเป็นเทพเจ้ามาโปรดข้าพเจ้าอย่างแท้จริง ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านอย่างสูง

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 มี.ค. 2550 , 09:45:21 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



หลังจากนั้นพราหมณ์ก็ส่งเสียงตะโกนเรียกภรรยาแล้วก็แจ้งข่าวดีให้ทราบ นางพราหมณีก็ดีใจไม่น้อยตรงเข้ามาสวมกอดลูบหน้าลูบหลังบุตรแล้วกลับไปกราบเท้าท่านพระเถระ เช่นกัน หลังจากนั้นนางพราหมณีก็พาบุตรผู้กลับใจไปอาบน้ำชำระร่างกาย แต่งตัวใหม่ แล้วให้รับประทานอาหาร พระเถระก็เฝ้าดูภาพอันเต็มไปด้วยความสุขนั้นด้วยความโสมนัส และอนุโมทนา

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว พระเถระก็เรียกชายหนุ่มพร้อมทั้งบิดามารดามานั่งรวมกัน แล้วก็เริ่มต้นสอนตามแบบฉบับขององค์พระตถาคตเจ้า เมื่อพ่อแม่ลูกทั้งสามนั่งลง พราหมณ์ผู้เป็นบิดาได้พูดขึ้นด้วยถ้อยทำนองคำถามว่า ท่านสมณะครั้งแรกท่านบอกว่า ท่านจะช่วยฆ่าบุตรของข้าพเจ้าให้ตายมิใช่หรือ แล้วทำไมท่านไม่ฆ่าให้ตายเล่า ทำไมกลับมาทำให้เขามีชีวิตอยู่

พระเถระก็ยิ้มแล้วบอกว่า อุบาสกท่านไม่รู้ความหมายของอาตมาหรอก เมื่ออาตมาพูดว่า จะช่วยฆ่าเขาให้ตาย อาตมาหมายความว่า จะฆ่าเขาให้ตายจากความทุกข์ต่างหาก บัดนี้เขาก็ตายจากความทุกข์ไปครึ่งตัวแล้ว แต่ยังไม่หมดนั้นเสียทีเดียว อาตมานี่แหละกำลังจะฆ่าเขาให้ตายไปจากความทุกข์โดยสิ้นเชิง

ท่านผู้ฟังคงจะสังเกตได้ว่า การกระทำอะไรก็แล้วแต่จะต้องทำด้วยความใจเย็นสุขุมคัมภีรภาพ เพราะว่าทุกอย่างเราต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ถ้าเผื่อร้อนกับร้อนใส่กัน ไฟก็จะลุก


โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 มี.ค. 2550 , 09:46:50 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2



คราวนี้มาดูต่อไปว่า การฆ่าความทุกข์ให้หมดไปของพระเถระท่านจะทำอย่างไร

พระเถระกล่าวว่า ดูก่อนกุมาร ต่อไปนี้อาตมาจะให้คติธรรมไว้สำหรับสู้กับความทุกข์ในคราวต่อไป ชีวิตคือการเดินทางอันยาว ซึ่งเรารู้แต่อดีตที่ผ่านมาแต่ไม่รู้อนาคต สุขอนันต์และทุกข์มหันต์อาจจะคอยเราอยู่ ณ จุดใดจุดหนึ่งก็ได้ในหนทางข้างหน้า

และเมื่อเผชิญหน้ากับทุกข์ที่ไม่คาดฝัน คนพาลบางคนฆ่าคนที่ทำความทุกข์เกิดขึ้นแก่ตน บางคนยอมฆ่าตนเองตายหนีความทุกข์ บางคนก็สามารถฆ่าทั้งคนอื่นและตนเองได้ แต่บัณฑิตผู้มีปัญญา เมื่อเกิดความทุกข์ขึ้นมาก็รู้จักวิธีที่จะฆ่าความทุกข์ ไม่ฆ่าคนอื่น และก็ไม่ฆ่าตนเอง นี่คือ ความคิดของบัณฑิต

กุมารเอ๋ย สิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับชีวิตก็คือวิชาความรู้เพราะความรู้เป็นที่พึ่งอันประเสริฐ คอยตามเกื้อหนุนเราในยามทุกข์ ความรู้คือมิตรแท้ซึ่งคอยช่วยเหลือเราในยามสุขและยามทุกข์ได้ตลอดไป มิตรภายนอกส่วนมากช่วยเหลือเราเฉพาะในยามสุข แต่ในยามทุกข์นี้ มิตรเหล่านี้ก็จะตีตนออกห่าง

แต่ถ้าเรามีความรู้ ความรู้ก็จะอยู่กับเราตลอดเวลา ทรัพย์สินภายนอกอาจประสบกับความพินาศต่าง ๆ ได้ เพราะมีโจรภัย อัคคิภัย และอุทกภัย เป็นต้น แต่ทรัพย์สมบัติคือความรู้ ไม่มีวันที่จะสูญเสียด้วยภัยใด ๆ เพราะฉะนั้นจึงมีค่าควรแก่การแสวงหา

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 มี.ค. 2550 , 09:47:21 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3



ดูก่อนกุมาร คนในโลกต่างเห็นคุณค่าของความรู้และแสวงหาความรู้กันอยู่ทั่วไป คนที่มีทรัพย์มากจึงพยายามส่งบุตรหลานไปศึกษาเล่าเรียนยังที่ไกล เช่น ตักศิลา บิดามารดา ที่ไม่สามารถส่งบุตรไปเรียนถึงตักศิลาได้ก็ขวนขวายส่งไปเรียนตามสำนักอาจารย์ผู้มีชื่อตามนครต่าง ๆ เช่น พาราณสี ราชคฤห์ สาวัตถี โกสัมพี ถ้าใครไม่ได้รับการศึกษาเล่าเรียนจากสำนักอาจารย์เหล่านั้น เขาก็ถือว่าเป็นคนโง่ แล้วก็ไร้บุญ ไร้วาสนา

กุมารเอ๋ย ความจริงนั้น วิชาความรู้มีอยู่เต็มโลก มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง มีอยู่ในบ้านเมือง ในป่า ในน้ำ ในอากาศ ในคนในสัตว์ ไม่มีที่ใดปราศจากความรู้ บุคคลที่ฉลาดมีปัญญาอาจจะหาความรู้ได้จากทุกหนทุกแห่ง กลายเป็นคนมีความรู้อย่างเฉลียวเท่ากับศิษย์คนอื่น หรือบางครั้งอาจจะดีกว่าที่ได้ศึกษาสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์เสียอีก

ถ้าจะพูดตามความจริงโลกทั้งโลกได้ตั้งสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ที่ยิ่งใหญ่แล้ว เพราะทุกสิ่งและทุกคนที่อยู่รอบตัวเราคือ ตัวความรู้ ส่วน ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ก็คือครูทั้ง ๖ ที่คอยบอกความรู้ต่าง ๆ แก่เรา ส่วนเหตุการณ์ทั้งหลายทั้งดีทั้งชั่วที่ทยอยกันเกิดขึ้นมาประสบกับชีวิตเราทุกวัน ๆ ก็คือบทเรียนของเรา

ดูก่อนกุมาร เมื่อโลกทั้งโลกเป็นโรงเรียน เราเกิดมาในโลกก็เท่ากับเราเป็นนักเรียนเป็นนักศึกษา หน้าที่ของเราก็คือคอยรับบทเรียนที่โรงเรียนจะประสิทธิ์ประสาทให้ บทเรียนบางบทอาจจะง่าย เราอาจจะเรียนได้ด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลินแต่บทเรียนบางบทอาจจะยาก เราต้องเรียนด้วยความยากลำบาก บางครั้งเราจะต้องเรียนด้วยน้ำตาแม้กระทั่งชีวิต

นักเรียนบางคนชอบเรียนแบบง่าย ๆ ที่มีความสนุกสนาน แต่นักเรียนพวกนี้เมื่อได้รับบทเรียนที่ยากหน่อยก็เกิดความท้อแท้ ท้อถอยและความทุกข์ใจ ต่างพยายามหนีจากโรงเรียนโดยวิธีฆ่าตัวตายบ้าง ฆ่าครูผู้ให้บทเรียนบ้าง เขาเหล่านั้นย่อมจะเป็นนักเรียนที่ดีไม่ได้ เขาจะไม่ได้รับความรู้ชั้นสูง เขาจะโง่และสอบตกอยู่ในโรงเรียนโลกตลอดไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 มี.ค. 2550 , 09:47:51 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4



กุมารเอ๋ย ความเห็นผิด ความทุกข์ที่เจ้าได้รับในคราวนี้ จัดว่าเป็นบทเรียนที่ยากบทหนึ่งที่โรงเรียนโลกให้แก่เจ้า ตอนแรกเจ้าคิดจะไปฆ่าครูผู้ให้บทเรียนแก่เจ้า แต่ภายหลังเข้าก็เลิกล้มความตั้งใจและคิดจะฆ่าตัวตายแทน อย่างนี้เท่ากับคิดจะหนีเตลิดเปิดเปิงไปจากโรงเรียนนั่นเอง

เวลานี้เจ้ากลับใจใหม่แล้วที่จะอยู่โรงเรียนนี้ต่อไป ทั้งไม่คิดฆ่าครู และไม่คิดฆ่าตนเอง หรือหนีออกจากโรงเรียน อาตมาขอเตือนไว้ล่วงหน้า บทเรียนที่ยาก ๆ อย่างนี้ หรือมากกว่านี้ ยังจะมีมาอีกในอนาคต โรงเรียนโลกจะทยอยส่งบทเรียนที่ยากขึ้นไปให้แก่เจ้า

แต่ถ้าเจ้าสามารถผ่านบทเรียนต่าง ๆ ไปได้ โดยเฉพาะบทที่เจ้ากำลังได้รับอยู่นี้บทต่อไปแม้จะยากแสนยาก เจ้าก็จะสามารถผ่านไปได้ด้วยความสะดวกสบาย แทนที่จะโกรธแค้นชิงชังพราหมณ์มหาศาลผู้ให้บทเรียนครั้งนี้แก่เจ้า เจ้าน่าจะขอบใจเขามากกว่าที่กรุณาให้บทเรียนอันมีค่า ทำให้เจ้ามีจิตใจเข้มแข็ง และฉลาดขึ้นกว่าแต่ก่อน

ดูก่อนกุมาร ในระยะแรก ๆ นี้ เจ้าอาจจะยังมีความทุกข์ใจอยู่บ้าง อันเป็นเศษที่เหลือจากความโง่เขลาของเจ้าเองบัดนี้เจ้าฉลาดแล้ว รู้ความจริงของโลกแล้ว ความโง่ก็หายไป ความทุกข์อันเป็นผลของความโง่จะไม่เกิดขึ้นอีก แม้นความทุกข์คราวนี้ก็จะค่อย ๆ หายไปตามวันและเวลา เหมือนละอองน้ำที่เกิดขึ้นจากลม เมื่อลมไม่มีแล้ว ละอองน้ำก็จะค่อยๆ หายไป เจ้าจะไม่ต้องทำอะไรเพียงแต่อดทนคอย ทุกข์ก็จะหายไปเอง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 มี.ค. 2550 , 09:48:25 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5



เมื่อพระเถระเทศนาจบ ชายหนุ่มและบิดามารดา ก็ก้มลงกราบพระเถระอย่างนอบน้อม แล้วชายหนุ่มก็กล่าวว่าเทศนาของท่านจับใจเหลือเกินท่านสมณะ ข้าพเจ้ารู้อย่างนี้เสียแต่แรก ข้าพเจ้าอาจยิ้มต่อบทเรียนนี้ได้อย่างหน้าชื่น แต่นับว่าข้าพเจ้ายังโชคดีอยู่มาก มีโอกาสมาพบกับท่านผู้เรืองปัญญาและสามารถเอาตัวรอดพ้นจากมรสุมชีวิตได้

พราหมณ์ผู้เป็นบิดาได้กล่าวขึ้นบ้างว่าท่านสมณะ ข้าพเจ้าอยากทราบว่าท่านเป็นนักบวชศาสนาใด บวชอุทิศเพื่อใคร

พระเถระก็ตอบว่า อาตมาเป็นนักบวชในพระพุทธศาสนา บวชอุทิศพระบรมศาสดาผู้มีนามว่า โคตมะ

นางพราหมณีก็กล่าวขึ้นในทันทีว่า เพียงแต่เป็นสาวกยังฉลาดหลักแหลมเพียงนี้ ถ้าหากเป็นองค์พระศาสดาแล้ว จะฉลาดหลักแหลมสักเพียงใด เวลานี้ศาสดาของท่านอยู่ที่ไหน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 มี.ค. 2550 , 09:49:06 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 6

ตามอ่านเรื่องราวที่จะทำให้สามารถฆ่ากิเลสได้ และได้ความรู้จากการอ่านมากทีเดียวครับน้องกิ้ฟ

ขอบพระคุณมากขอรับ ที่นำประโยชน์มากฝากเสมอๆนะครับ จะรออ่านตอนต่อไปนะครับ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 มี.ค. 2550 , 14:04:07 น.] ( IP = 58.9.102.54 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟค่ะ...มาติดตามอ่านต่อ และก็ได้ข้อคิดว่า

"ผู้มีปัญญา เมื่อเกิดความทุกข์ขึ้นมา ก็รู้จักวิธีที่จะฆ่าความทุกข์ ฆ่ากิเลส"

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [28 มี.ค. 2550 , 15:46:34 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 8


ทุกสิ่งและทุกคนที่อยู่รอบตัวเราคือ ตัวความรู้
ส่วน ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ก็คือครูทั้ง ๖ ที่คอยบอกความรู้ต่าง ๆ แก่เรา

ส่วนเหตุการณ์ทั้งหลายทั้งดีทั้งชั่วที่ทยอยกันเกิดขึ้นมาประสบกับชีวิตเราทุกวัน ๆ
ก็คือบทเรียนของเรา

อนุโมทนา และขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [30 มี.ค. 2550 , 15:34:58 น.] ( IP = 124.121.171.174 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org