มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ฆ่าตัวตายทำไม (๔)









ฆ่าตัวตายทำไม (๔)

จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๒ )


ตอนที่ผ่านมา

พราหมณ์ผู้เป็นสามีจึงถามต่อไปว่า ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถพบพระองค์ได้ และฝากตนเป็นสาวกของพระองค์ได้ พระเถระก็ได้เทศนาเรื่องพระรัตนตรัยให้ทั้ง ๓ คนฟังพอเทศน์จบ ทั้ง ๓ คน ก็ประกาศตนเองถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึง และสมาทานเบญจศีล

เรื่องราวที่ยกมานี้คงจะเป็นแนวความคิดอย่างหนึ่งซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ได้ เพราะหากนำเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดมาวิเคราะห์ดูว่า เป็นเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือ ความโง่นั่นเอง จึงหาทางออกด้วยการฆ่าตัวตายอย่างนี้เรียกว่า ทางหนีทุกข์ของคนโง่

คนที่เป็นบัณฑิตหรือคนฉลาด จะไม่ฆ่าตัวตายกันหรอก เพราะรู้ว่ามีทางแก้ไขมากมาย และรู้ด้วยว่าชีวิตนั้นเกิดขึ้นได้ยาก เมื่อทุกอย่างมีเกิดขึ้นก็ต้องมีทางแก้ไข ไม่มีใครสักคนเดียวจะต้องประสบความทุกข์ตลอดชีวิต และก็ไม่มีใครสักคนเดียวประสบแต่ความสุขตลอดชีวิต

ชีวิตก็เหมือนโรงละครโรงใหญ่ มีบทดีบ้างบทไม่ดีบ้าง ให้เราเป็นผู้เล่นโลดแล่นไปตามบทบาท เสร็จแล้วบทบาทต่าง ๆ ก็ต้องจบลงพร้อมกันฉากละครปิดไปแต่บางคนไม่อย่างนั้น เรื่องมันจบไปแล้วแต่เราไม่ยอมจบด้วย เอามาคิด เอามาคำนึง จึงทำให้เกิดทุกข์ขึ้นมาอีก

จะเห็นได้ว่า นางพรหมณีก็ดี พราหมณ์ผู้เป็นบิดาก็ดี ซึ่งตกอยู่ในความทุกข์เพราะว่ามีความยึดติดรักลูกมาก กลัวลูกจะฆ่าตัวตาย ส่วนตัวลูกเองก็เป็นทุกข์อยากจะฆ่าตัวตาย เพราะไม่สมความปรารถนาในความรักซึ่งเป็นกันมากเลยในสมัยนี้

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 มี.ค. 2550 , 10:44:37 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



เราจะเห็นได้ว่าหนุ่มสาวมากมายที่อกหักแล้วก็คิดจะฆ่าตัวตาย หรือรู้ว่าสาวคนรักไปปันใจให้ชายคนอื่นก็จะฆ่าตัวตาย หรือรู้ว่าชายคนรักของตัวเองไปมีหญิงอื่นที่สาวกว่าสวยกว่าก็จะฆ่าตัวตาย นี่คือความคิดของคนโง่ ๆ

เพราะที่เราเกิดมานี้ก็เกิดมาลำพัง อยู่ลำพัง และต้องตายไปลำพัง เราเกิดมาพบกันเจอะเจอเป็นญาติสนิทมิตรสหายเป็นคู่ที่รักกัน ก็แค่เพียงชาติเดียวเท่านั้นเอง แล้วแต่ละคนก็ต้องแยกกระจายไปตามกรรมของตนเอง

ไม่ต้องฆ่าตัวตายหรอก เพราะทุกคนต้องตายแน่นอน แต่ก่อนจะตาย เราควรศึกษาความรู้ในความจริงเรื่องนี้ ซึ่งจะมีบทบาทมากมายที่จะให้ท่านทั้งหลายไปคิดอ่านสั่งสอนบุตรธิดาที่กำลังคิดจะฆ่าตัวตาย ให้เกิดความรู้ความเข้าใจว่า แท้ที่จริงแล้วทุกอย่างต้องอาศัยความใจเย็น

ขณะที่กำลังทุกข์อยู่ เราอย่าด่วนตัดสินหรืออย่าด่วนพิพากษาเรื่องต่างๆ ด้วยอารมณ์ โทสะ รอให้โทสะเบาบางลงก่อน แล้วค่อยคิดถึงต้นเหตุของปัญหาและค่อย ๆ แก้ไข ไม่มีใครทำอะไรครั้งเดียวสำเร็จ กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียวฉันใด ความสำเร็จทุกอย่างก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากการกระทำครั้งเดียวฉันนั้น

เราจึงต้องเพียรพยายามกระทำความดี ไม่ว่าจะเป็นการรักษาศีล เจริญสมาธิ บำเพ็ญเพียรภาวนา กระทั่งถึงมรรคผลนิพพานนั้น แต่ละชีวิตก็ต้องอาศัยเวลาอบรม อบคือทำให้ทั่ว รมคือคำให้ติด และก็ย้อมใจ ของตนเองโดยหันมาศึกษาหลักของพระพุทธศาสนา

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 มี.ค. 2550 , 10:45:32 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



เมื่อเราพิจารณาจากเรื่องที่ได้ยกขึ้นมานี้ก็จะเห็นได้ว่าพระเถระท่านได้สอนชายหนุ่มให้มองความจริงของชีวิต มองว่าอย่างไร มองว่าชีวิตของเราแต่ละคนก็เหมือนละคร

ทุกอย่างรอบ ๆ ตัวเราไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีเรื่องชั่ว เป็นใครก็แล้วแต่ ทั้งคนที่เรารัก ทั้งคนที่เราไม่รัก ล้วนเป็นบทเรียนให้กับชีวิตของเรา ทำให้เราได้ศึกษาจากพวกเขา และจากสิ่งรอบ ๆ ตัว เพราะว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตามเหตุปัจจัย แล้วก็จะต้องหมดไปตามเหตุปัจจัย

ท่านก็ยังบอกว่า โรงเรียนโลกนี้นอกจากจะเป็นบทเรียนแก่ชีวิต คือทำให้เกิดความรู้ได้แล้วทุกสิ่งทุกคนที่อยู่รอบตัวเรานี้ ท่านบอกว่า เป็นตัวความรู้ ส่วน ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจของเราเป็นครูทั้ง ๖ ที่คอยบอกความรู้ต่าง ๆ กับเรา

หรือจะเปรียบว่าทุกสิ่งทุกอย่างนี้เหมือนตำรา แต่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้เหมือนครูทั้ง ๖ ที่คอยบอกเรื่องราวต่าง ๆ ให้เรารู้เหตุการณ์ต่างๆ ที่มากระทบอารมณ์ทั้งดี ทั้งชั่ว ที่ทยอยกันเกิดขึ้นมาไม่เว้นแต่ละวัน ก็คือบทเรียนของเรา

ถ้าเรามีการศึกษาถูก มีสัมมาทิฎฐิ เราก็จะอ่านบทเรียนต่าง ๆ ได้ และจะตัดสินได้ด้วยอาวุธ คือ ปัญญาให้รู้ว่ามันเป็นผลอันเกิดขึ้นจากเหตุทั้งสิ้น

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 มี.ค. 2550 , 10:47:15 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



ที่พูดไปตอนต้นแล้วนะคะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุ และที่สำคัญก็คือ ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องตาย ไม่มีใครหนีความตายไปได้พ้น ไม่ต้องฆ่าตัวตายก็ต้องตายแน่นอน และความตายก็มีเหตุที่ทำให้ตาย เช่นเดียวกับธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุทั้งสิ้น

เหตุของความตายมีอยู่ ๔ อย่าง คือ หมดกรรม หมดอายุขัย หมดทั้งกรรมหมดทั้งอายุขัย และ อุปฆาตกรรม หรือเรียกว่า กรรมตัดรอน ที่ทำให้ชีวิตต้องตายไป

ชีวิตเราหากเปรียบไปแล้วก็เหมือนตะเกียงน้ำมัน ที่มีไส้และมีน้ำมันก๊าดใส่เอาไว้ กรรมเปรียบเสมือนน้ำมัน ไส้ตะเกียงเปรียบเสมือนอายุขัย ซึ่งเรามีกันโดยเฉลี่ย ๗๕ ปี เมื่อเราจุดตะเกียงที่มีไส้และน้ำมันไฟก็จะติด แต่เหตุที่ทำให้ไฟดับมีอยู่ ๔ อย่าง คือ

เมื่อหมดน้ำมัน ไฟก็ดับ ก็เปรียบเสมือนเหตุของความตายอย่างหนึ่ง คือ หมดกรรม

ขัยอายุเปรียบเสมือนไส้ตะเกียง เมื่อหมดไส้ ไฟก็ติดอยู่ไม่ได้ ต้องดับลง นี่คือความตายชนิดที่ ๒ เกิดขึ้นจากหมดอายุขัย

เมื่อหมดทั้งน้ำมันหมดทั้งไส้ไฟก็ดับ นี่ก็เปรียบเหมือนกับการหมดทั้งกรรมหมดทั้งอายุขัย นี่คือความตายชนิดที่ ๓

ไส้ก็ยังอยู่ น้ำมันก็ยังอยู่ ไฟก็ติดอยู่ แต่มีลมกรรโชกแรง ๆ ไฟก็ดับ นี่ความความตายชนิดที่ ๔ คือ ชีวิตก็ยังไม่หมดกรรม อายุก็ยังน้อยอยู่ เช่น ๑๕ -๑๖ หรือ ๒๐ – ๒๑ หรือ ๓๐-๔๐ ยังไม่ถึง ๔๕ แต่มีอุปฆาตกรรม คือกรรมตัดรอน ทำให้ชีวิตต้องตายลง และอุปฆาตกรรมหรืออุปเฉทกรรมนี้ก็มีเหตุเกิดขึ้นจากการฆ่าสัตว์เบียดเบียนสัตว์ ทำให้เขาต้องตายไปก่อนที่จะถึงอายุขัย ดังนั้น การฆ่าสัตว์จึงทำให้อายุสั้นนั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 มี.ค. 2550 , 10:47:56 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



เราจึงควรทำความเข้าใจเรื่องเหตุผลไว้มาก ๆ เพราะจะได้เป็นผู้ที่อยู่ในโลกนี้ได้อย่างทุกข์น้อย และหาความสุขให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้ โดยต้องมีหลักดังนี้

๑. ต้องใจเย็น

๒. ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ โดยเฉพาะความรู้ในเรื่องเหตุเรื่องผล


เมื่อมีหลักทั้งสองข้อแล้วเราก็จะใช้ชีวิตด้วยความเมตตากรุณาต่อตนเองและผู้อื่นได้ เมื่อเราเกิดมาเป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกัน เราก็ควรมีความปรารถนาดีต่อกัน ไม่เบียดเบียนกัน ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม และไม่ทำให้ตนเองขาดสติ-สัมปชัญญะเพราะการเสพสุรายาเมา เพราะเมื่อขาดสติสัมปชัญญะแล้ว เราก็จะทำสิ่งที่ประมาทกล้าเสี่ยงได้

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 มี.ค. 2550 , 10:48:27 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5



เมื่อตอนต้นรายการได้ยกพระสุภาษิตมากล่าวว่า วันคืนเคลื่อนคล้อย อายุเหลือน้อยเข้าไปทุกที แต่ยังไม่สายเกินไปที่เราจะสร้างประโยชน์ให้กับชีวิตด้วยการสร้างสัมมาทิฎฐิ อันเปรียบเสมือนเข็มทิศเพราะเราจะต้องเดินทางไปในที่รกชัฏ คือป่าดงดิบแห่งสังสารวัฎนี้ โดยอาศัยแสงสว่างเพื่อส่องชีวิต คือ ปัญญานั่นเอง

ปัญญา มี ๓ ระดับ ดังนี้

สุตามยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดขึ้นจากการฟัง

จินตามยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดขึ้นจากการนึกคิดตามความจริงที่ได้ศึกษามา

ภาวนามยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดขึ้นจากการประจักษ์แจ้งตามความเป็นจริงในเรื่องราวความจริงของชีวิต

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 มี.ค. 2550 , 10:48:58 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6



หวังว่าธรรมะในวันนี้ คงจะเป็นเครื่องกระตุ้นให้ท่านทั้งหลายได้มีโอกาสคิดทบทวนชีวิตว่า เราไม่ได้เกิดมาเพื่อต่อสู้กับชีวิตและก็พ่ายแพ้แก่ชีวิตกลายเป็นความตายไป เราควรจะพัฒนาชีวิตให้เกิดความรู้ความก้าวหน้า เพื่อจะได้เป็นเสบียงลำเลียงไว้ให้มีอริยทรัพย์เดินทางต่อไปในชาติหน้าและชาติต่อ ๆ ไป

อริยทรัพย์เป็นทรัพย์สมบัติที่จะติดตามข้ามภพข้ามชาติส่งผลให้เราได้ประโยชน์ที่ไม่มีใครจะสามารถแย่งชิงสมบัติเหล่านี้ไปได้ เพราะเป็นสมบัติส่วนตัวจริง ๆ ทรัพย์ภายนอกคือแก้วแหวนเงินทอง นาสวน ทรัพย์สมบัติ โฉนดที่ดินต่าง ๆ แม้กระทั่งยศถาบรรดาศักดิ์ เราแบกข้ามภพข้ามชาติไปไม่ได้ เรามามือเปล่าอย่างไร เราก็ต้องไปมือเปล่าอย่างนั้น

ส่วนอริยทรัพย์เป็นทรัพย์ภายในซึ่งไม่ถูกไฟไหม้ไม่ถูกโจรปล้น ไม่พบความหายนะใด ๆ เพราะบุญบารมีที่เราต่างคนต่างทำต่างคนต่างได้

รายการหันหน้าเข้าวัด หมดเวลาลงอีกแล้ว พบพันใหม่ในวันพรุ่งนี้ ดิฉันบุษกร เมธางกูร ขอลาจากท่านผู้ฟังไปก่อน ขอความสุข ความสวัสดี ความมีสติ ความมีปัญญา จงบังเกิดทั่วหน้าแก่ท่านผู้ฟังรายการทุกท่าน

โปรดติดตามเรื่องต่อไป

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 มี.ค. 2550 , 10:50:24 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7

ตามมาอ่านต่อครับน้องกิ้ฟ ได้รู้ว่า..ทางหนีทุกข์ของคนโง่...น่ากลัวมากๆนะครับ ดังนั้นก่อนที่จะทำอะไรลงไปต้องใจเย็นๆ ค่อยๆคิด หาทางแก้ไขที่ดีและปลอดภัยต่อชีวิตให้มากๆเลยครับน้องกิ้ฟ

ขอบพระคุณอย่างมากนะครับน้องกิ้ฟ และขออนุโมทนาสาธูในกุศลกรรมที่น้องกิ้ฟได้กระทำมาทั้งหมดด้วยนะครับ

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 มี.ค. 2550 , 18:05:05 น.] ( IP = 58.9.144.157 : : )


  สลักธรรม 8

การมองว่าชีวิตของเราแต่ละคนก็เหมือนละคร มีสุขทุกข์เข้ามาสลับกัน จะทำให้ไม่คิดหนีทุกข์เช่นนั้น

อนุโมทนาและขอบพระคุณค่ะ ที่นำมาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 มี.ค. 2550 , 20:28:38 น.] ( IP = 58.8.47.63 : : )


  สลักธรรม 9


อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [30 มี.ค. 2550 , 15:39:54 น.] ( IP = 124.121.171.174 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org