มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระสูตรที่เกี่ยวกับ ราหู เป็นเรื่องที่มาจากคติพราหมณ์ หรือไม่




พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค - เทวปุตตสังยุต - ปฐมวรรค - ๑๐. สุริยสูตร

[พระไตรปิฎก ฉบับธรรมทาน]

สุริยสูตรที่ ๑๐
ว่าด้วยอสุรินทราหูจับพระอาทิตย์
[๒๔๖] ก็โดยสมัยนั้น สุริยเทวบุตร ถูกอสุรินทราหูเข้าจับแล้ว ครั้งนั้น สุริย
เทวบุตร ระลึกถึงพระผู้มีพระภาค ได้กล่าวคาถานี้ในเวลานั้นว่า

ข้าแต่พระพุทธเจ้า ผู้แกล้วกล้า ขอความนอบน้อมจงมีแด่พระองค์

พระองค์เป็นผู้หลุดพ้นแล้วในธรรมทั้งปวง ข้าพระองค์ถึงเฉพาะแล้วซึ่ง

ฐานะอันคับขัน ขอพระองค์จงเป็นที่พึ่งแห่งข้าพระองค์นั้น ฯ

[๒๔๗] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงปรารภสุริยเทวบุตรได้ตรัสกะอสุรินทราหูด้วย
พระคาถาว่า

สุริยเทวบุตร ถึงตถาคตผู้เป็นพระอรหันต์ ว่าเป็นที่พึง ดูกรราหู ท่าน

จงปล่อยสุริยะ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้อนุเคราะห์แก่โลก สุริยะ

ใดเป็นผู้ส่องแสง กระทำความสว่างในที่มืดมิด มีสัณฐานเป็นวงกลม

มีเดชสูง ดูกรราหู ท่านอย่ากลืนกินสุริยะนั้น ผู้เที่ยวไปในอากาศ

ดูกรราหู ท่านจงปล่อยสุริยะ ผู้เป็นบุตรของเรา ฯ

[๒๔๘] ลำดับนั้น อสุรินทราหู ปล่อยสุริยเทวบุตรแล้ว มีรูปอันกระหืดกระหอบ
เข้าไปหาอสุรินทเวปจิตติถึงที่อยู่ ครั้นแล้วก็เป็นผู้เศร้าสลด เกิดขนพอง ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควร

ส่วนข้างหนึ่ง ฯ

[๒๔๙] อสุรินทเวปจิตติ ได้กล่าวกะอสุรินทราหู ผู้ยืนอยู่ ณ ที่ ควรส่วนข้างหนึ่ง
ด้วยคาถาว่า

ดูกรราหู ทำไมหนอ ท่านจึงกระหืดกระหอบ ปล่อยพระสุริยะเสีย

ทำไมหนอ ท่านจึงมีรูปเศร้าสลด มายืนกลัวอยู่ ฯ

[๒๕๐] อสุรินทราหู กล่าวว่า
ข้าพเจ้าถูกขับด้วยคาถาของพระพุทธเจ้า ถ้าข้าพเจ้าไม่พึงปล่อยพระสุริยะ

ศีรษะของข้าพเจ้าพึงแตกเจ็ดเสี่ยง มีชีวิตอยู่ ก็ไม่พึงได้รับความสุข ฯ

จบ วรรคที่ ๑
________________________________________
รวมพระสูตรในวรรคที่ ๑ นี้ มี ๑๐ สูตร คือ ปฐมกัสสปสูตรที่ ๑ ทุติยกัสสปสูตร
ที่ ๒ มาฆสูตรที่ ๓ มาคธสูตรที่ ๔ ทามลิสูตรที่ ๕ กามทสูตร ที่ ๖ ปัญจาลจัณฑสูตรที่ ๗

ตายนสูตรที่ ๘ จันทิมสูตรที่ ๙ และสุริยสูตรที่ ๑๐ ฯ

โดย หน่อมแน้มดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 มี.ค. 2550 , 11:53:26 น.] ( IP = 61.19.236.197 : : 61.19.236.197, 61.19.236.197 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระสูตรนี้ แสดงความเกี่ยวข้องกับราหู ว่าอมดวงจันทร์ อมดวงอาทิตย์ อย่างชัดเจน

ในปัจจุบัน มนษย์มีความรู้ทางวิทยาศาตร์แล้วว่า
จันทรุปราคา หรือสุริยุปราคา เกิดจากอะไร

ส่วนเรื่องราหูนั้น มีในคติของพราหมณ์หรือไม่ อย่างไร

เป็นไปได้หรือไม่ ที่พระสูตรนี้อาจไม่ช่พุทธพจน์

โดย หน่อมแน้ท (หน่อมแน้ม) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 มี.ค. 2550 , 11:58:39 น.] ( IP = 202.29.62.202 : : )


  สลักธรรม 2

หูยยย....คุณพี่หน่อมแน้ท แต่คำถามไม่หน่อมแน้มเลยนิคะ
เรื่องราวเกี่ยวกับพระสูตรนี่ ค่อนข้างติดขัดติ๊ด ๆ ค่ะ แต่ก็อยากลองกล้อมแกล้มออกความเห็นติ๊ดนึงค่ะ

ตามที่เข้าใจคือว่า...ปรากฎการณ์ธรรมชาติทั้งหลาย มีลม ฝนฟ้า อากาศ รวมถึงการโคจรของดวงดาวต่าง ๆ เป็นต้นนั้น มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ มนุษย์ในอดีตช่างสังเกตธรรมชาติ พยายามคิด คิด คิดหาความสัมพันธ์ และปรับวิถีชีวิตของตนให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อที่จะอยู่กับธรรมชาติอย่างปลอดภัย วิวัฒนาการของการสังเกต ทำให้เกิดศาสตร์ต่าง ๆ มากมาย ทั้งดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ คณิตศาสตร์แขนงต่าง ๆ เป็นปัญญาหยั่งรู้ที่ไม่ต้องอาศัยเครื่องมือซับซ้อนพิเศษอะไร นอกจากการ ทนสังเกต กระบวนการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งหนึ่ง เชื่อมโยงไปสู่สิ่งอื่น ๆ จนกว่าจะรู้ต้นสายปลายเหตุ (ไม่เน้นการฝืนและการหักล้างเบียนเบียดธรรมชาติเหมือนปัจจุบัน)

ความรู้ที่สังเกตได้จะแทรกซึมอยู่ในคำสอนทางศาสนา ที่สอนถึงการดำเนินชีวิตทางศีลธรรมที่ทำให้ชีวิตปลอดภัย การอธิบายมีตั้งแต่อย่างหยาบ (เพราะคิดได้หยาบ ๆ ) จนถึงละเอียดลึกซึ้งตลอดกระบวนการ(ปัญญาที่ละเอียดกว่า แทรกหลักศีลธรรมด้วย) ส่วนใหญ่อธิบายคำสอนด้วยการอุปมา เป็นตำนาน นิยายปรัมปรา คำประพันธ์ที่ไพเราะ ทำให้ดูเหมือนมีชีวิตจริง

โดย herb (herbal) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 มี.ค. 2550 , 07:00:46 น.] ( IP = 58.9.140.71 : : )


  สลักธรรม 3

จันทรุปราคา และสุริยุปราคาก็เช่นกัน เป็นปรากฏการณ์ที่ถูกสังเกตมานานแล้ว น่าจะก่อนลัทธิพราหมณ์เสียอีก เพียงแต่พราหมณ์เป็นกลุ่มชนที่ฉลาด สามารถผูกเรื่องราวให้น่าติดตาม ในรูปแบบของฝ่ายเทพ และฝ่ายมาร น่าเรียนรู้และจดจำ ลองคิดดูว่าถ้ามีแต่ข้อเท็จจริงคือ เงาของโลกบังแสงจันทร์ เงาดวงจันทร์บังแสงอาทิตย์ ขาดแง่มุมความสัมพันธ์ด้านจิตใจ ความรู้นี้อาจจะหายสาบสูญไปแล้วก็ได้ เพราะไม่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของคนสมัยโบราณ

พระพุทธเจ้าได้ชื่อว่าเป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง ไม่มีสิ่งใดที่จะปิดกั้นข่ายพระสัพพัญญุตญาณได้ แค่การโคจรของดวงดาวในจักรวาลแล้ว จึงไม่เหลือบ่ากว่าแรงของพระญาณที่จะรู้ได้แน่นอน

เรื่องราวที่ปรากฎในพระไตรปิฎกส่วนของพระสุตตันตปิฎก ถูกบันทึกจากการฟังพระพุทธองค์บอกเล่าสืบมา อธิบายในรูปแบบบุคลาธิฐาน มีบุคคลอ้างอิง อาศัยเนื้อหาที่มีอยู่แล้ว สอดแทรกแนวคิดว่า หากเชื่อมั่นในพระพุทธคุณแล้ว จะเกิดความรู้สึกระลึกได้ถึงผิดชอบชั่วดี ระงับการเบียดเบียน ทำให้ไม่ตกไปในทางต่ำ

ส่วนวิทยาศาสตร์ที่เกิดในสมัยต่อ ๆ มานั้น พยายามที่จะหาเครื่องมือ อุปกรณ์ เพื่อทดสอบ และยืนยันว่าศาสตร์โบราณเหล่านั้นเป็นจริง การทดสอบนั้นทำได้เพียงบางส่วน บางจุดมักเจอทางตัน ไม่อาจทำหรือทดสอบได้ตลอดทั้งกระบวนการ ไม่ทำให้คนกลัวบาป เป็นศาสตร์ที่ไร้ชีวิตชีวา....

อึมม....ถือว่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ติ๊ดนึงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวจะยาวไป

โดย herb (herbal) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [31 มี.ค. 2550 , 07:01:36 น.] ( IP = 58.9.140.71 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org