มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วินัยธรรมนำสันติสุข ๒




วินัยธรรมนำสันติสุข
จากหนังสือธรรมสารทัศน์...
โดยพระธรรมกิตติวงศ์


ตอนที่ (๑)

วินัยเหมือนรั้วบ้าน
เมื่อพูดกันเรื่องวินัย ผู้คนส่วนใหญ่มักจะกลัวกัน คือ กลัววินัย กลัวศีล กลัวกฎหมาย กลัวระเบียบ กลัวกฎเกณฑ์ต่างๆ คือ กลัวการจัดระเบียบสังคมนั่นเอง ด้วยมีความรู้สึกว่าระเบียบวินัยหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ นั้นเป็นกรอบบังคับควบคุม ทำให้เกิดความอึดอัดเดือดร้อน ไม่มีอิสระ อันที่จริงวินัยเป็นสิ่งที่ไม่น่ากลัว เพราะวินัยมีไว้เพื่อป้องกันตัวคนเรามิให้ได้รับอันตรายต่างๆ

ท่านเปรียบวินัยนี้เหมือนรั้วบ้านและฝาบ้าน รั้วบ้านเขามีไว้เพื่อป้องกันขโมยและสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ ที่จะเข้ามารบกวนคนในบ้าน ฝาบ้านมีไว้เพื่อป้องกันลมแดดและอันตรายต่างๆ รวมถึงขโมยและสัตว์เลื้อยคลานด้วย เราอยู่ในบ้านที่มีรั้วและมีฝาบ้านย่อมรู้สึกปลอดภัย ไม่รู้สึกอึดอัดทั้งๆ ที่อยู่ในกรอบรั้วและฝาบ้าน ทั้งนี้เพราะรั้งและฝาบ้านนั้นเขามีช่องทางให้เข้าออกได้สะดวก รั้วก็มีประตูรั้ว ฝาบ้านที่มีประตูบ้าน รั้วและฝาบ้านจึงไม่ทำให้อึดอัดใจ

วินัยก็เหมือนกัน แม้จะเป็นข้อกำหนดกฎเกณฑ์เป็นกรอบไว้สำหรับควบคุมพฤติกรรมของผู้คนในสังคม ก็มีเพื่อป้องกันตัวผู้คนและสังคมนั้นเองมิให้เดือดร้อน เหมือนรั้วและฝาบ้านป้องกันคนที่อยู่ในบ้านมิให้เดือดร้อน ให้มีความปลอดภัย กล่าวคือวินัยที่เรียกว่าว่าศีลก็ดี กฎหมายก็ดีที่ท่านบัญญัติกันเข้าไว้ เช่นบัญญัติศีลข้อปาณาติบาต ข้ออทินนาทานไว้ บัญญัติกฎหมายว่าด้วยการฆ่ากัน โกงกัน เป็นต้นไว้ ก็เพื่อป้องกันผู้คนมิให้ตกนรก มิให้ต้องถูกจำคุกหรือถูกลงทัณฑ์ต่างๆ ตลอดถึงมิให้ต้องหลบซ่อนหรืออยู่ด้วยความหวาดระแวงด้วยความกลัวถูกตามล่าตามล้างแค้น ทำให้กินไม่เป็นสุข นอนไม่เป็นสุข อยู่ไม่เป็นสุขตลอดเวลา

วินัยหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ เขามีไว้เพื่อประโยชน์ดังนี้ เหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติพระวินัยไว้ก็เพื่อประโยชน์ ๑๐ ประการ เช่น เพื่อความผาสุกแห่งสงฆ์ เป็นต้น ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น

โดย เซิ่น..นำมาฝากดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 เม.ย. 2550 , 07:56:17 น.] ( IP = 58.8.47.237 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ผู้ที่ฝ่าฝืนวินัยเท่านั้นเท่ากับทำร้ายตัวเอง ทำตัวเองให้เดือดร้อน เหมือนคนที่จะออกไปนอกบ้านแทนที่จะออกทางประตูบ้านหรือประตูรั้ว กลับปีนออกทางหน้าต่างหรือทางกำแพงรั้วบ้าน ย่อมได้รับความเดือดร้อนเป็นธรรมดา

มีข้อที่น่าสังเกตและน่าพิจารณาเกี่ยวกับพระวินัยนี้อยู่ กล่าวคือในการกำหนดวินัยและในการใช้วินัยนั้นมีทั้งคุณและโทษอยู่ในตัว ก็เหมือนกับสิ่งที่มีประโยชน์หรือมีคุณทุกอย่างในโลก ไม่ว่าดิน น้ำ ลม ไฟ อาหาร ที่อยู่อาศัย หรือยารักษาโรค ตลอดถึงเครื่องมือทำมาหากิน เช่น มีด ขวาน หรือจอบ เสียม ล้วนมีคุณต่อคนเราทั้งสิ้น แต่สิ่งเหล่านี้ก็มีโทษมีพิษภัยแฝงอยู่ทั้งนั้น เมื่อมีมากเกินไป ใช้มากเกินขอบเขตไป หรือใช้ไปในทางที่ไม่ถูกต้องก็ทำให้เกิดโทษได้

เช่น น้ำถ้ามีมากก็ท่วมทรัพย์สินให้เสียหาย อาหารถ้ามากเกินไปก็ทำให้อึดอัดแน่นท้องและทำให้เกิดโรคหลายอย่าง มีดขวานถ้าใช้ไปทำร้ายฟันแทงคนอื่นก็ทำให้เกิดโทษดังนี้เป็นต้น แต่ถ้ามีและใช้ด้วยความระมัดระวัง มีและใช้ถูกกาลเวลา มีและใช้ไปตามคุณสมบัติของสิ่งนั้นๆ ก็จะมีแต่คุณ ไม่มีโทษ

วินัยหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ก็เช่นกันแม้จะยอมรับกันว่ามีแต่ประโยชน์มีคุณ เป็นเครื่องมือในการปกครอง เป็นเครื่องมือป้องกันมิให้คนดีถูกรังแก เป็นเครื่องมือปราบปรามคนชั่ว และเพื่อความสงบสุขของผู้คนในสังคม แต่ก็ต้องเป็นแบบสายกลางจึงจะชอบด้วยหลักเหตุผลและธรรมเนียมปฏิบัติอันชอบธรรมที่นักปราชญ์แต่โบราณเช่นพระพุทธเจ้าและพระศาสดาต่างๆ ท่านปฏิบัติกันมา

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 เม.ย. 2550 , 07:57:03 น.] ( IP = 58.8.47.237 : : )


  สลักธรรม 2

เหตุผลและหลักการบัญญัติวินัย
เริ่มต้นว่าด้วยเรื่องการกำหนดกฎเกณฑ์หรือบัญญัติระเบียบปฏิบัติก่อน ในการนี้ท่านจะทำด้วยความรอบคอบพิถีพิถัน ทันสถานการณ์ เหมาะสมแก่เหตุผลที่ควรบัญญัติหรือกำหนดกฎเกณฑ์เป็นหลักปฏิบัติไว้ โดยท่านยึดหลักว่าบัญญัติไว้ก็...

“เพื่อความผาสุก” บ้าง
“เพื่อความอยู่สำราญ” บ้าง
“เพื่อความเรียบร้อยดีงาม” บ้าง
“เพื่อบำราบคนพาล อภิบาลคนดี” บ้าง นี่คือหลักการและเหตุผลสำคัญในการบัญญัติของท่าน

แม้ในการทรงบัญญัติพระวินัยของพระพุทธเจ้าก็มีลักษณะเดียวกันนี้ คือวิธีการบัญญัติพระวินัยของพระพุทธเจ้านั้นเริ่มต้นเมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นและทรงเห็นว่าสถานการณ์เช่นนี้อาจทำให้เสียหายแก่ส่วนรวมและทำให้ส่วนรวมเดือดร้อนต่อไป ก็จะทรงบัญญัติระเบียบปฏิบัติไว้เป็นหลัก

หลังจากทรงบัญญัติแล้วหากว่าบทบัญญัตินั้นตึงเกินไป ปฏิบัติลำบาก ทำให้เกิดความติดขัดในบางกรณี ก็จะทรงแก้ไขบทบัญญัติให้ผ่อนลงมาพอปฏิบัติได้โดยสะดวก หรือหากว่าหย่อนเกินไปทำให้มีช่องว่างล่วงละเมิดได้ง่ายก็ทรงบัญญัติเพิ่มเติมให้ตึงขึ้น นี่คือวิธีการบัญญัติพระวินัยของพระพุทธเจ้ามีความยึดหยุ่นได้เป็นไปตามสถานการณ์ที่เป็นจริง กล่าวคือทรงเดินตามทางสายกลาง แม้ในการบัญญัติระเบียบกฎกติกาต่างๆ ในสมัยต่อมาในพระพุทธศาสนาก็ยึดถือหลักนี้เป็นสำคัญ

ในการบัญญัติกฎเกณฑ์ของสังคมไม่ว่าจะเป็นกฎหมายหรือบทบัญญัติอะไรก็ตาม หากได้เดินตามหลักสายกลาง ทำด้วยความพินิจรอบคอบ ถี่ถ้วน ไม่มีอคติ ไม่มีอะไรเคลือบแฝงที่เรียกว่ามีความโปร่งใส มุ่งความสงบสุขของสังคมเป็นสำคัญแล้ว กฎเกณฑ์อันนั้นก็จะเป็นที่ยอมรับกันได้ในสังคม

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 เม.ย. 2550 , 07:57:29 น.] ( IP = 58.8.47.237 : : )


  สลักธรรม 3

แต่หากบทบัญญัติอันใดก่อเกิดขึ้นมาโดยไม่ถูกหลัก ถูกเกณฑ์ มีความไม่โปร่งใส หายหกตกหล่นไม่สมบูรณ์ ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขหรือเพื่อระงับดับทุกข์ของสังคม แต่เป็นไปเพื่อความเบียดเบียนของสังคม เพื่อกีดกั้นเสรีภาพจนเกินขอบเขต ไม่ตั้งอยู่ในหลักแห่งมัชฌิมาแล้ว ก็จะกลายเป็นกฎเกณฑ์ที่ออกมาเพื่อกดขี่ข่มเหงหรือเพื่อเอารัดเอาเปรียบกัน ผู้คนก็จะไม่ยอมรับหรือยอมรับด้วยความไม่เต็มใจ ทำให้เกิดการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้พ้นจากกฎเกณฑ์อันนั้น กลียุคทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นในโลก ส่วนหนึ่งก็เกิดจากความไม่เป็นธรรมของกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่บัญญัติกันไว้นั่นเอง คุณและโทษของวินัยอันเนื่องมาจากการกำหนดหรือบัญญัติมีอยู่ดังนี้

แม้ในการใช้วินัยก็มีคุณและโทษได้ เช่นหากใช้วินัยไปตามวัตถุประสงค์คือบำราบคนพาล อภิบาลคนดี หรือใช้เพื่อความเรียบร้อยดีงามของหมู่คณะก็เป็นคุณ แต่หากใช้ไปเพื่อสนองประโยชน์ตนหรือพวกพ้องเป็นต้นก็เป็นโทษ เหมือนกับการใช้มีดใช้ขวานดังได้กล่าวแล้วในตอนต้น

แต่จะอย่างไรก็ตามวินัยหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ อันเป็นระเบียบสังคมนั้นก็มีความจำเป็นมากที่จะต้องมีในที่ทุกแห่งทุกสังคมซึ่งตามปรกติก็มีกันอยู่แล้ว เพียงแต่การบังคับใช้ยังไม่ทั่วถึง หรือยังมีคนประเภทชอบปีนรั้วหรือปีนออกทางหน้าต่างอยู่เท่านั้น จึงทำให้สังคมยังวุ่นวาย ยังไม่ปลอดภัย และไม่สงบสุขได้ตามปรารถนา

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 เม.ย. 2550 , 07:58:10 น.] ( IP = 58.8.47.237 : : )


  สลักธรรม 4

สิ่งที่ทำให้เกิดวินัย
ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่ง คือการที่จะบังคับควบคุมสังคมโดยใช้วินัยหรือกฎระเบียบเป็นตัวกำหนดเหมือนการที่จะป้องกันขโมยและอันตรายต่างๆ โดยการสร้างรั้วสร้างกำแพงหรือกั้นฝาบ้านไว้ป้องกันอย่างเดียวนั้นอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะการประพฤติล่วงละเมิดวินัย การประพฤตินอกกรอบระเบียบกฎเกณฑ์นั้นเริ่มต้นที่จิตใจของคน

หากคนที่จิตใจที่ดีงาม รักระเบียบวินัย เข้าใจระเบียบวินัย และยอมรับระเบียบวินัยด้วยจิตใจที่ฝึกฝนมาดีแล้วในเรื่องนี้ กฎเกณฑ์ต่างๆ ก็ไม่จำเป็นนักสำหรับคนเช่นนั้น ถึงแม้จะเห็นช่องทางล่วงละเมิดได้ก็ไม่ทำ เหมือนคนที่มีจิตใจงดงาม รักระเบียบ ไม่มักง่าย แม้จะสามารถเดินลัดสนามหญ้าที่เขาปลูกไว้สวยงามได้ แต่ก็ไม่เดินลัดสนาม ยอมเดินอ้อมเอาด้วยเกิดความคิดว่าไม่เหมาะไม่ควรที่จะเดินลัดสนามอย่างนี้เป็นต้น

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 เม.ย. 2550 , 07:58:28 น.] ( IP = 58.8.47.237 : : )


  สลักธรรม 5

อันจิตใจที่จะไม่ล่วงละเมิดวินัยนั้นก็คือจิตใจที่มีความละอายที่ภาษาพระเรียกว่า หิริโอตตัปปะ คือความอายชั่วกลัวบาป ความมีจิตสำนึกที่ดีงามนั่นเอง อันคุณธรรมข้อนี้แหละที่ทำให้คนเราไม่กล้าทำความชั่ว ไม่กล้าที่จะล่วงละเมิดวินัยและกฎเกณฑ์ต่างๆ ของสังคม ไม่ว่าทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งที่มีโอกาสก็ไม่ทำ ด้วยมีความยับยั้งชั่งใจ ระลึกนึกได้ถึงผลเสียที่จะได้รับเสมอ

ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า การที่จะให้คนในสังคมมีระเบียบวินัย เคารพระเบียบวินัย และปฏิบัติตามระเบียบวินัย ก็ต้องฝึกฝนคนให้มีหิริโอตตัปปะให้ได้เสียก่อนหาไม่แล้วก็ต้องกำหนดระเบียบวินัย ออกกฎหมายและกฎเกณฑ์กันไม่รู้จบ

และไม่เฉพาะแต่ฝ่ายผู้ต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัยเท่านั้นที่ต้องมีหิริโอตตัปปะ แม้ผู้กำหนดระเบียบวินัย ผู้ออกกฎออกเกณฑ์ต่างๆ ให้เขาปฏิบัติเองก็ต้องประกอบด้วยหิริโอตตัปปะด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นว่าผู้กำหนดระเบียบวินัยเอารัดเอาเปรียบคนอื่นเสียแต่เบื้องต้นแล้ว เมื่อคิดเอารัดเอาเปรียบเขาเสียแล้ว กฎเกณฑ์ที่ออกมาก็จะเอารัดเอาเปรียบ ทำให้เขาเดือดร้อนยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งก็มีตัวอย่างให้เห็นกันเสมอมา และกฎเกณฑ์อันนั้นก็จะถูกเปลี่ยนแปลงเรื่อยไปตามยุคตามสมัย

กล่าวสรุปได้ว่าวินัยนั้นเป็นสิ่งดีงาม เป็นเครื่องควบคุมผู้คนให้อยู่ในกรอบแห่งความดีงาม พระพุทธเจ้าตรัสรับรองไว้แน่นอนว่าเป็นมงคลคือเป็นเหตุให้เกิดความสุขความเจริญ เป็นเหตุให้สังคมอยู่กันด้วยความสงบสุข เป็นสิ่งประกันคุณภาพของคนว่าเป็นคนดี ไว้ใจได้ คบหาได้ เป็นเครื่องแสดงธาตุแท้ของคนออกมาให้เห็น คือทำให้รู้ธาตุแท้ของผู้นั้นได้ว่าเป็นคนอย่างไร เป็นพาลหรือเป็นบัณฑิต น่าคบน่าไว้ใจหรือไม่น่าคบไม่น่าไว้ใจ รู้ได้ด้วยพฤติกรรมที่มีวินัยหรือไม่มีวินัยนั่นเอง

โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 เม.ย. 2550 , 07:59:01 น.] ( IP = 58.8.47.237 : : )


  สลักธรรม 6

เพราะฉะนั้น เมื่อสังคมเราให้ความสำคัญแก่วินัยอย่างจริงจังและจริงใจ ไม่ฉาบฉวย และไม่ปฏิบัติกันอย่างผิวเผินแล้ว ความสงบสุขความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินก็จะตามมา ปัญหาสังคมทั้งที่รุนแรงและไม่รุนแรงแต่ก่อให้เกิดความทุกข์ยาก ปัญหาที่เกิดจากการก่อกรรมทำเข็ญของมนุษย์ด้วยกันเองหลายรูปแบบก็จะลดน้อยเบาบางลง นี่คือประเด็นสำคัญ

มองข้ามประเด็นนี้ไปเสีย มุ่งแต่จะสร้างสรรค์ความเจริญทางด้านสติปัญญา ทางด้านเศรษฐกิจ ด้านความก้าวหน้าให้ทันโลกทันสมัย โดยขาดการบังคับควบคุมที่ดี ก็คงไม่ต่างอะไรกับความป่าตาบอดที่พระพุทธองค์ตรัสไว้นั่นเอง

วันนี้ได้แสดงธรรมบรรยายเรื่อง “วินัยธรรมนำสุข” มาพอสมควรแก่เวลา ขอยุติไว้เพียงเท่านี้

ในที่สุดนี้ขออำนาจคุณพระไตรสรณะ คือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ช่วยอภิบาลคุ้มครอง ปกป้องผองภัยแก่ท่านทั้งหลาย ขอให้รอดพ้นจากภัยพิบัติอันตรายและความหายนะที่ประสบกันอยู่ และช่วยประสิทธิ์ประสาทวินัยมงคลและสิ่งที่เป็นศุภผลดลให้เกิดความสุขสงบความอบอุ่น และความเจริญก้าวหน้าแก่ท่านทั้งหลายตลอดกาลเป็นนิจ เมื่อประกอบกิจใดๆ ก็ขอได้รับความก้าวหน้าให้สำเร็จผลสมดังมโนรถปรารถนาทุกประการเทอญ.

โปรดติดตามเรื่องต่อไป


โดย เซิ่น..นำมาฝาก (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 เม.ย. 2550 , 08:00:41 น.] ( IP = 58.8.47.237 : : )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนาสาธุครับคุณเซิ่น ที่นำเรื่องวินัยนี้มีให้อ่าน เกิดความรู้ความเข้าใจถึงคำว่าระเบียบวินัยได้มากขึ้นเลยครับ

พี่เณรอ่านแล้วสรุปได้กับตนเองว่า ถ้าคนเรารักดีและมีจิตที่ประกอบไว้ด้วยหิริโอตตัปปะได้แล้ว ย่อมรักษาวินัยได้อย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นฆารวาส หรือพระภิกษุ ตลอดจนเยาชนคนทั้งประเทศ ก็จะสามารถอยู่อย่างมีรอบรั้วกำแพงบุญได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

ขอบพระคุณมากครับคุณเซิ่น พี่เณรจะคอยติดตามอ่านเรื่องต่อไปนะครับ.

โดย พี่เณร [4 เม.ย. 2550 , 09:03:45 น.] ( IP = 58.9.139.236 : : )


  สลักธรรม 8


บ้านที่มีรั้วย่อมได้รับความปลอดภัยจากอันตรายที่มารุกล้ำมากกว่าบ้านที่ไม่มีรั้ว
คนที่มีหิริโอตตัปปะ ย่อมมีความงดงามและนำความสุขมาสู่หมู่คณะได้อย่างมากมายจริงๆ

อนุโมทนาค่ะคุณเซิ่น และขอบคุณมากนะคะที่นำมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 เม.ย. 2550 , 13:20:12 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 9

อนุโมทนาค่ะคุณเซิ่น

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 เม.ย. 2550 , 23:34:27 น.] ( IP = 125.24.38.17 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org