
อวิชชาทำให้เกิดตัณหาและอุปาทานในการยึดมั่นทั้งต่อชีวิตและต่อความเห็นผิดเกี่ยวกับตัวตน การดำเนินตามทางแห่งอริยมรรคช่วยให้ผู้ปฏิบัติสามารถทำลายเหตุของอวิชชา เมื่อไม่มีเหตุเหล่านี้ แม้เพียงชั่วขณะเดียว จิตก็จะเป็นอิสระ สังสารวัฏจะขาดลง นี่คือสถานที่ที่ปลอดจากภัยที่พระพุทธองค์ตรัสถึง เมื่อเป็นอิสระจากอวิชชา ภยันตรายจากกิเลส และผลกรรมอันน่ากลัวที่จะพึงก่อให้เกิดทุกข์ในอนาคต ผู้ปฏิบัติก็จะสามารถพบกับความปลอดภัย และความมั่นคงตราบเท่าที่ยังดำรงสติอยู่
เมื่อพระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ มีสรรพสัตย์นับล้านทั้งมนุษย์และเทวดา บรรลุธรรมโดยการฟังพระธรรมเทศนาของพระพุทธองค์เท่านั้น เหล่าสัตว์นับพันนับแสนหรือนับล้านอาจฟังพระธรรมเพียงครั้งเดียวก็สามารถก้าวข้ามสังสารวัฏไปในราชรถพร้อม ๆ กันได้
ท่านเหล่านั้นคือพระอริยบุคคล อันได้แก่ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ ผู้ซึ่งได้บรรลุธรรมทั้งสี่ระดับ ท่านเหล่านี้ต่างแซ่ซ้องสรรเสริญราชรถนี้เป็นอเนกปริยาย จิตใจของเราเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เปี่ยมไปด้วยศรัทธา ความแจ่มใสกระจ่างชัด และความเบิกบาน มีปัญญารู้ชัดในสภาวธรรมทั้งหลาย จิตใจของเราเข้มแข็งและมั่นคง สามารถเผชิญกับความผันผวนของชีวิตได้อย่างแยบยล
สภาวธรรมอันสูงส่งของพระอรหันต์อาจเป็นสิ่งที่เกินกว่าความสามารถของผู้ปฏิบัติจะเข้าใจได้ แต่ผู้ปฏิบัติอาจพอเข้าใจได้ว่า พระอรหันต์รู้สึกอย่างไร โดยดูจากการปฏิบัติของตนเอง ในขณะที่สามารถเอาชนะนิวรณ์คือความปรารถนากามสุข ความอาฆาตพยาบาท ความง่วงเหงาหาวนอน ความฟุ้งซ่าน และความสงสัย และเมื่อผู้ปฏิบัติสามารถประจักษ์ชัดในลักษณะที่แท้จริงของอารมณ์ต่าง ๆ เห็นความแตกต่างระหว่างรูปกับนาม หรือเห็นการเกิดดับของสิ่งต่าง ๆ เป็นขณะ ๆ ภาวะที่เห็นการเกิดดับของสิ่งต่าง ๆ เป็นขณะ ๆ ภาวะที่เห็นการเกิดดับนี้ ก่อให้เกิดความรู้สึกที่เป็นอิสระ
พระพุทธองค์ตรัสว่า สำหรับบุคคลที่ออกบำเพ็ญเพียรภาวนาจนได้บรรลุฌาน จะมีปีติผุดขึ้นภายในเป็นความสุขที่เหนือกว่าความสุขใด ๆ ที่อาจแสวงหาได้ในโลกมนุษย์ หรือแม้บนสวรรค์