มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รำลึกนึกถึงคุณ




คนรักงาน


สุขของฉันอยู่ที่งานหล่อเลี้ยงจิต
สุขของฉันอยู่ที่คิดสมบัติบ้า
คิดทำโน่นทำนี่ทุกเวลา
เมื่อเห็นงานก้าวหน้าก็สุขใจ
งานยิ่งมีมากจริงยิ่งเป็นสุข
งานยิ่งชุกมันสมองยิ่งผ่องใส
เมื่อทำงานได้เสร็จสำเร็จไป
ก็สุขใจปลาบปลื้มลืมทุกข์ร้อน
ฉันรักงานรักจริงยิ่งชีวิต
ถูกหรือผิดอยากจะทำให้ถ้วนทั่ว
ถ้าทำผิดก็เป็นครูอยู่กับตัว
ดีหรือชั่วขอแต่ให้ได้ทำงาน ฯ



พระมหาแสวง โชติปาโล
อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีประวัติ
ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
มหาบัณฑิตจากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย

ฒิพฬ

ตอบปัญหาธรรมการปฏิบัติที่สำคัญโดยหลวงพ่อแสวง



ถาม การพิจารณาดูทุกข์ที่ปรากฏตามอิริยาบถนั้น เราจะพิจารณาดูด้วยปัญญาชนิดไหนจึงจะสามารถรอบรู้ทุกข์ในอิริยาบถได้ ขอฟังอธิบายด้วย



ตอบ ความรู้มี ๓ ขั้น คือ ความรู้ที่เกิดจากการศึกษาเล่าเรียน จดจำมาจากครูบาอาจารย์หรือตำรับตำราก็ดี ความรู้อย่างนี้เรียกว่า "ปริยัติญาณ" ๑ ความรู้ที่เกิดจากการเจริญภาวนา คือ - การเฝ้าพิจารณาดูความเป็นจริงของนามรูปที่ปรากฏอยู่ตามอารมณืและอิริยาบถ ความรู้อย่างนี้เรียกว่า "ปฏิบัติญาณ" ๑ ความรู้แจ้งแทงตลอดถึงมรรค-ผลและพระนิพพาน เรียกว่า "ปฏิเวธญาณ" ๑ ในญาณปัญญาทั้ง ๓ ชนิดนี้ ปัญญาที่จะสามารถรู้ทุกข์ตามความเป็นจริงที่ปรากฏอยู่ตามอารมณ์และอิริยาบถได้ ก็จะต้องเป็นปฏิบัติญาณคือความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติ ส่วนปัญญาอีกสองอย่างในข้อ ๒ และข้อ ๓ นั้น เป็นอันรู้ไม่ได้ในอารมณ์อันเป็นทุกข์ซึ่งเป็นโลกียธรรมนี้ เพราะปฏิบัติญาณรู้ได้เพียงเรื่องราวอันเป็นบัญญัติอารมณ์เท่านั้น ไม่สามารถที่จะเข้าไปรู้ถึงทุกข์อันเป็นความจริงที่ปรากฏอยู่ตามอารมณ์และอิริยาบถได้ ส่วนปฏิเวธญาณนั้นก็รู้ได้เฉพาะมรรค-ผล นิพพาน ซึ่งเป็นอารมณ์นอกโลกจึงมีความแตกต่างกันอย่างนี้ ฯ


โดย ธีรวัสดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 07:14:32 น.] ( IP = 58.9.108.161 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ถามคำที่ว่าการปฏิบัติวิปัสสนา เป็นการถ่ายเทความเข้าใจผิดออกจากรูปนามนั้น อยากทราบนักว่า บัดนี้เรากำลังมีความเข้าใจผิดอะไรในรูปนามอยู่เล่า



ตอบ อันที่จริงความเห็นผิดที่ว่า เราเห็น-เราได้ยิน-เรารู้กลิ่น-เราลิ้มรส-เราถูกต้อง-เราเดิน-เรายืน-เรานั่ง-เรานอน เป็นต้น เหล่านี้แหละ มันเป็นความเข้าใจผิดที่ลึกซึ้งเหลือเกินจนคนธรรมดารู้ไม่ได้ว่ามันเป็นความเข้าใจผิด แต่ถ้าเราจะมาพิจารณากันด้วยเหตุผลสักหน่อยหนึ่งว่า การเห็น-ได้ยิน-รู้กลิ่น-ลิ้มรส-ถูกต้อง-เดิน-ยืน-นั่ง และนอนเหล่านี้แหละ มันเป็นเราที่ตรงไหน เพียงแค่นี่ก็พอจะสังเกตเห็นได้แล้วว่า มันเป็นความเข้าใจที่เลื่อนลอย หาหลักอะไรไม่ได้เลยตามหลักธรรมะของพระ ท่านว่า "เดินเป็นรูป แม้ นั่ง-นอนก็เป็นรูป" แต่เราเป็นสาวกของพระพุทธองค์ ทำไมจึงได้ไปตู่เอารูปต่างๆเหล่านั้นมาเป็นเราเสียเล่า เรามันเป็นลูกที่มีความเห็นผิดกับพ่อนี่ ที่จริงสมเด็จพ่อก็สอนไว้ในที่หลายต่อหลายแห่ง เช่นในอนัตตลักขณสูตร ก็มีว่า -รูปไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ก็ถ้าว่ารูปนี้เป็นเราและเป็นของๆเราแล้ว มันก็ไม่ควรที่จะเป็นไปเพื่อป่วยไข้ซิ ควรจะเป็นไปตามความประสงค์ของเรามิใช่หรือ แต่นี่เพราะรูปนามนี้ มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของๆเรา มันจึงได้เปลี่ยนแปลงไปเป็น อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา บังคับบัญชาอะไรไม่ได้เลย เมื่อเราได้พยายามเฝ้าใช้โยนิโสมนสิการคอยสังเกตดูอิริยาบถทุกๆอิริยาบถที่เปลี่ยนไป โดยมีความรู้สึกตามไปในขณะที่จะเปลี่ยนนั้น หนักเข้าๆก็จะรู้สึกขึ้นมาว่า ตนเองไม่มีอำนาจอะไรในอิริยาบถแต่ละอย่างเลย เมื่อถึงคราวที่มันจะเปลี่ยน ก็ฝืนมันไม่ได้ ต้องยอมเปลี่ยนให้มัน มิฉะนั้นก็จะเป็นทุกข์ ทนอยู่ไม่ได้แน่นอน พิจารณาดูก็เหมือนกับคนไข้กับคนที่พยาบาลไข้ไม่ต่างกันเลย คนไข้ก็มีแต่ความเจ็บเสวยทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัส จะช่วยตัวเองก็ไม่ได้ จำต้องอาศัยคนที่พยาบาลคอยพยุงให้ลุก ให้นั่ง อยู่ร่ำไป นับเป็นความลำบากทั้งคนที่เป็นไข้ ลำบากทั้งคนที่พยาบาลไข้อย่างชนิดที่ไม่มีช่องว่างให้พักผ่อนบ้าง ข้อนี้ฉันใด แม้นามรูปที่ปรากฏอยู่ตามอิริยาบถก็เหมือนกับคนที่เป็นไข้ คนที่เข้าไปยึดว่ารูปนามเป็นของเราก็ต้องพยายามเปลี่ยนอิริยาบถแก้ทุกข์กันอยู่วันยังค่ำ คืนยังรุ่งไม่มีที่สิ้นสุด เป็นสภาพที่น่าเบื่อหน่ายอย่างเหลือประมาณ ถ้าเราพยายามปฏิบัติไปด้วยความสังเกตที่สุขุมโดยติดต่อแล้ว ก็จะรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่จะนอกเหนือไปจากทุกข์ ทุกข์อยู่ที่นามรูป รูปเก่า ในอิริยาบถเก่าก็ทนอยู่ไม่ได้ ครั้นเปลี่ยนไปสู่อิริยาบถใหม่หนักเข้าก็ทนอยู่ไม่ได้อีก ต้องเปลี่ยนกันอีก ขั้นแรกๆจะเห็นทุกข์ในอิริยาบถเก่าก่อน เพราะมันหยาบเห็นได้ง่ายกว่าทุกข์ในอิริยาบถใหม่ สังขารทุกข์ในอิริยาบถใหม่นั้นเป็นของละเอียดเห็นได้ยากกว่า แต่เมื่อผู้ปฏิบัติใช้ภาวนามยปัญญาสังเกตกำหนดไปๆก็จะเกิดความรู้สึกใหม่ๆขึ้นมาว่า แต่ก่อนเราคิดผิดว่า การเดินเป็นต้นนี้ เป็นเรา จึงทึกทักเอาว่า-เราเดิน-เรานั่ง-เรานอน เป็นต้น ที่จริงแล้วอิริยาบถเดิน-ยืน-นั่ง และนอนเป็นแต่สักว่า-ธรรมะไม่ใช่เรา ความเข้าใจว่าเดิน-ยืน-นั่ง-นอนเป็นเรานั้น เป็นความเห็นผิดที่เรียกว่า "มิจฉาทิฏฐิ" ต่างหาก นี่แหละการปฏิบัติวิปัสสนา จึงเป็นการถ่ายเทความเห็นที่ผิดๆออกไป โดยรับเอาแต่ความเข้าใจถูกเข้าสู่จิตใจแทนที่ ความเห็นจึงเป็นวิสุทธิคือ เป็นความเห็นที่หมดจดที่เรียกว่า "ทิฏฐิวิสุทธิ" อันเป็นตัวปัญญาโดยตรงทีเดียว ตรงนี้แหละนับว่าเป็นความประสงค์ในทางพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะทีเดียว อนึ่งในที่ใดมีปัญญา ในที่นั้นก็จะต้องมีศีลและสมาธิ จะขาดเสียไม่ได้ แต่ในที่ใดมีศีล-สมาธิ ปัญญาไม่ต้องมีก็ได้ เช่นขณะทำสมถะกรรมฐาน ศีลและสมาธิมี แต่ปัญญาไม่มีก็ได้ เพราะการเจริญสมถะไม่ได้มุ่งที่จะทำปัญญาให้เกิดขึ้นเพียงแต่อาศัยปัญญาคอยรักษานิมิตรแห่งกรรมฐานขณะที่ยังมิได้เกิดฌานเท่านั้น แต่เมื่อเกิดฌานแล้วไม่จำเป็นใช้ปัญญาก็ได้ในที่ใดมีศีลในที่นั้นจะไม่มีสมาธิและปัญญาก็ได้ เช่น ในขณะที่พระ-เณรบวชอยู่ ที่จริงศีลของท่านมีอยู่แต่ท่านมิได้ทำสมาธิและเจริญปัญญาเท่านั้นแต่นั่นแหละผู้ที่หวังจะทำความเห็นให้เป็นวิสุทธิหากไม่เจริญไตรสิกขาคือศีลสมาธิและปัญญาให้เกิดพร้อมในอารมณ์เดียวกันวิสุทธิเป็นอันว่าเกิดมีขึ้นไม่ได้แน่ๆเพราะการทำงานของไตรสิกขา ไม่ได้เป็นเอกสมังคีในอารมณ์อันเดียวกัน ดังนั้น ประตูที่จะทำให้เข้าถึงตัวศาสนาที่สำคัญก็อยู่ตรงที่ปฏิบัติวิปัสสนาเท่านั้น วิปัสสนามีสติปัฏฐานเป็นเหตุผู้ที่เจริญสติปัฏฐานประเภทกายานุปัสสนาโดยเฉพาะอิริยาบถบรรพดังที่กล่าวมา ก็เป็นวิถีทางหนึ่งที่จะนำออกจากวัฎฏทุกข์ได้แน่นอน จึงขอให้ท่านผู้สนใจในหลักธรรมปฏิบัติพึงมนสิการตามแนว เท่าที่ได้ยกเอาบาลีอรรถกถาฎีกา พร้อมด้วยหลักปฏบัตมาแสดงไว้โดยย่อนี้ด้วยจะเป็นประโยชนแก่ตัวของท่านเองด้วยทั้งจะเป็นอายุของพระพุทธศาสนาอีกส่วนหนึ่งด้วย หากเราไม่ทำเสียแต่ชาตินี้ในชาติต่อไปขออย่าหวังเลย เพราะชาติหน้าต้องทำเป็นนิสัยไปตั้งแต่ชาตินี้ หากไม่ทำไว้จะไปเอานิสัยนิสัยในชาติหน้ามาจากไหนกัน ฯ


………………………………………….

โดย Tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 07:16:06 น.] ( IP = 58.9.108.161 : : )


  สลักธรรม 2

"หากเราไม่ทำเสียแต่ชาตินี้ในชาติต่อไปขออย่าหวังเลย เพราะชาติหน้าต้องทำเป็นนิสัยไปตั้งแต่ชาตินี้ หากไม่ทำไว้จะไปเอานิสัยนิสัยในชาติหน้ามาจากไหนกัน ฯ"

เป็นถ้อยคำที่เตือนสติได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 10:45:25 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3

น้อมกราบระลึกถึงพระคุณของ
หลวงพ่อแสวง โชติปาโล
ด้วยความเคารพอย่างยิ่งเจ้าค่ะ

โดย น้องฟู (suthada.t) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 16:00:39 น.] ( IP = 202.6.107.60 : : 172.16.249.222, 202.6.107.60, 202.6.107.60 )


  สลักธรรม 4


เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ที่ผ่านมา อาจารย์บุษกร เมธางกูร ได้นำตัวแทนคณะศิษย์ไปยังรัฐสภาเพื่อทำกุศลถวายหลวงพ่อแสวงในโอกาสครบรอบวันมรณภาพ

โดยได้บริจาคเงินจำนวน ๑๔,๐๐๐ บาทร่วมโครงการการไถ่ชีวิตโค-กระบือของรัฐสภา ที่จัดขึ้นเพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐

รายละเอียดของโครงการ....อ่านที่นี่ค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 เม.ย. 2550 , 10:20:53 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5


หลังจากที่กระทำกุศลแล้ว ท่านอาจารย์ก็ได้พาคณะศิษย์ไปยังวัดศรีประวัติในช่วงบ่าย เพื่อร่วมกันจัดดอกไม้บูชารูปเหมือนของหลวงพ่อแสวง และกล่าวคำถวายกุศลอีกครั้งหนึ่ง

จึงขอแจ้งให้ทุกท่านทราบเพื่อความปิติใจในกุศลและกราบบูชาพระคุณของหลวงพ่อร่วมกันค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 เม.ย. 2550 , 10:27:55 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org