มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความสงบที่หาได้ง่าย( ๑)









ความสงบที่หาได้ง่าย( ๑)

จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๒ )


สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง ความสงบเป็นสิ่งที่ชีวิตทุกชีวิตต้องการ เพราะว่าเมื่อจิตสงบแล้วย่อมยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่ชีวิตได้

ธรรมชาติของชีวิตเราทุกคน เรามีความซัดส่ายฟุ้งซ่านไปในอารมณ์อยู่เสมอ ๆ ความฟุ้งซ่าน คือ การที่จิตระลึกไปในสิ่งที่ผ่านมาแล้ว และยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้เกิดนิวรณ์ ๕ ประการ คือ กามราคะ พยาปาทะ ถีนมิทธะ อุทธัจจกุกกุจจะ วิจิกิจฉา

ทั้ง ๕ อย่างนี้เป็นเครื่องกั้นจิตไม่ให้บรรลุถึงความดี เพราะเมื่อใดจิตของเราหมกมุ่นอยู่ในกาม อันได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และธรรมารมณ์ต่าง ๆ นั้น จิตก็จะเตลิดเปิดเปิงไป กับความโลภ ความโกรธ ความหลง ซึ่งเราเรียกว่า กิเลส กิเลสเป็นเครื่องเศร้าหมองของจิต

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 10:11:10 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ทำไมจิตของเราไม่สงบ เราจะต้องเข้าธรรมชาติของจิตอย่างถูกต้องเสียก่อนว่า จิตเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ และอารมณ์ ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส คือ สิ่งที่จิตรู้ พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า

ผนฺทนํ จปลํ จิตฺนํ ทุรกฺขํ ทุนฺนิวารยํ
อุชํ กโรติ เมธาวี อุสุกาโรว เตชนํ
หมายถึง คนมีปัญญาย่อมทำจิตที่ดิ้นรน กวัดแกว่งรักษายาก ห้ามยาก ให้ตรงได้ เหมือนช่างศรดัดลูกศรให้ตรงได้ฉันนั้น


จิตดิ้นรน หมายถึง จิตที่หาอารมณ์ ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง หรือสัมผัสที่น่ายินดี น่าใคร่ น่าพอใจ มาเป็นเหยื่อหรืออาหารให้กับจิตอย่างไม่รู้จักอิ่ม

ตั้งแต่เช้าลืมตาจนหลับตาไปแต่วัน เราต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้ และไม่ต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้ตลอดเวลา หาความเที่ยงแท้ถาวรให้กับจิตไม่ได้ และความไม่รู้จักอิ่ม ความไม่รู้จักพอที่มีอยู่ในจิตใจของเรา ทำให้เราเต็มไปด้วยความทะยานอยาก และแสวงหาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 10:13:43 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 2



จิตกวัดแกว่ง คือ ไม่สามารถจะหยุดอยู่ในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้นาน ๆ เช่น เราทำสมาธิ เราไม่สามารถทำให้จิตสงบได้ เพราะจิตกวัดแกว่ง

จิตรักษายาก คือ ไม่สามารถทำให้หยุดนิ่ง เพราะว่าจิตจะคอยคิดฟุ้งซ่านไปในอารมณ์ภายนอกอยู่ร่ำไป

จิตห้ามยาก คือ ห้ามไม่ให้จิตคิดเรื่องราวไปในอดีตหรืออนาคตนั้นห้ามไม่ได้

ฉะนั้น การที่จิตของเราดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก เราจึงต้องฝึกฝนจิต ต้องอาศัยความเพียร เราต้องข่ม จิตรักษาจิตให้สงบจากความผันแปรมัวเมาในอารมณ์ต่าง ๆ เพราะจิตที่ฝึกดีแล้วย่อมนำความสุขมาให้ “จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ”

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 10:15:35 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 3



คำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงครอบคลุมถึงประโยชน์ทั้งหมดไว้ ตามความจำเป็นและความต้องการของสรรพสัตว์ ถึงแม้จะมีความแตกต่างกันในส่วนปลีกย่อย แต่จะไม่เหนือไปจากประโยชน์ทั้ง ๓ ชั้น ที่พระพุทธศาสนาวางแนวทางเอาไว้

พุทธศาสนธรรมจึงเป็นมรรควิธีที่จะนำชีวิตของเราผู้ปฏิบัติให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์เหล่านั้น เราจึงพบว่าคำสอนบางชุดนี้ให้ถึงประโยชน์สุขอย่างกลาง ๆ แต่จะลงสุดท้ายในคำสอนที่ครอบคลุมประโยชน์สุขทั้งหมด

คำสอนครอบคลุม หมายถึงอะไร ตัวอย่างเช่น อัปปมาทธรรม ธรรมปฏิบัติทั้งสิ้นของพระพุทธเจ้าย่อมลงสู่จุดเดียวกัน คือความไม่ประมาท ดั่งที่พระองค์ทรงเปรียบรอยเท้าของสัตว์ทั้งหลายย่อมรวมลงอยู่ในรอยเท้าช้าง พระโอวาทครั้งสุดท้ายที่ตรงตรัสย่อที่สุดและครอบคลุมหลักธรรมอย่างถี่ถ้วนที่สุด คือ ความไม่ประมาท

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 10:16:37 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 4



พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนพวกเธอว่า สังขารทั้งหมด มีความเสื่อมไปเป็นของธรรมดา พวกเธอยังความไม่ประมาท ให้ถึงพร้อม เถิด”

ความไม่ประมาท หมายถึง การปฏิบัติคือการเจริญสติปัฎฐาน ๔

ถึงพร้อม หมายถึง กุศลที่พร้อมด้วยกิจอริยสัจธรรมทั้ง ๔ ประการ

พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ที่อุบัติขึ้นมาในโลก แต่ละพระองค์ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ และตรัสรู้อริยสัจธรรมทั้ง ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค ในอริยสัจธรรม มีกิจทั้ง ๔ อย่าง

ทุกข์ มีกิจต้องรู้
สมุทัย ที่เป็นเหตุทำให้เกิดทุกข์ มีกิจต้องละ
นิโรธ ความดับทุกข์ มีกิจต้องทำให้แจ้ง หรือทำให้เข้าถึง
มรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ มีกิจต้องเจริญ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 10:17:35 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 5



ครั้งหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลได้เข้าเฝ้าทูลถามพระพุทธเจ้าว่า “ธรรมอย่างหนึ่งซึ่งยึดไว้ได้โดยประโยชน์ทั้ง ๒ คือ ประโยชน์ในภพนี้ และประโยชน์ในภพหน้า มีอยู่หรือพระเจ้าค่ะ”

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสตอบว่า มีอยู่

และทรงตรัสเปรียบเทียบว่า “ดูก่อน มหาบพิตร รอยเท้าของสัตว์ทั้งหลายที่สัญจรไปบนแผ่นดินชนิดใดชนิดหนึ่ง รอยเท้าเหล่านั้นทั้งหมดย่อมถึงการรวมลงในรอยเท้าช้าง รอยเท้าช้างย่อมกล่าวกันว่าเลิศกว่ารอยเท้าสัตว์ เพราะว่าเป็นของใหญ่ ข้อนี้อุปมาฉันใด ดูก่อน มหาบพิตร ธรรมอย่างหนึ่งที่ยึดไว้ได้ซึ่งประโยชน์ทั้ง ๒ คือ ประโยชน์ในภพนี้และภพหน้าได้แก่ ความไม่ประมาทก็มีอุปมัยเหมือนกันฉันนั้น” พระองค์ทรงสรุปเป็นคำประพันธ์ว่า

บุคคลปรารถนาซึ่งอายุ วรรณะ สุขะ สวรรค์และการเกิดในตระกูลสูง ตลอดจนความยินดีในความโอฬารต่อ ๆ ไป คือ โลกียธรรมนั่นเอง คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เมื่อมีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ต้องมีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา และความทุกข์ติดตามมาเป็นของคู่กัน

เราจะเลือกหาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือปฏิเสธสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ เพราะธรรมเหล่านั้นไม่ได้ตกอยู่ในภายใต้การบังคับบัญชาของเรา

เราและท่านจึงพึงบำเพ็ญความไม่ประมาท เพราะบัณฑิตย่อมสรรเสริญความไม่ประมาท ความไม่ประมาท คือ การตั้งจิตไว้ในบุญทั้งหลาย โดยเฉพาะในบุญกิริยาทั้งหลาย บัณฑิตผู้ไม่ประมาทย่อมยึดไว้ได้ด้วยประโยชน์ทั้ง ๒ คือ ประโยชน์ในภพนี้ และประโยชน์ในภพหน้า อันเป็นพระพุทธประสงค์อย่างแท้จริง ที่ทรงตรัสไว้เป็นธรรมคาถาว่า

“ความไม่ประมาทเป็นทางเดียว ความไม่ประมาทเป็นเครื่องถึงอมตนิพพาน ความประมาทเป็นทางแห่งความตายชนผู้ไม่ประมาทย่อมไม่ตาย ชนเหล่าใดประมาทแล้วเป็นเหมือนคนตายแล้ว” ดังนั้น พระองค์จึงทรงวางธรรมที่เป็นอุปการะเพื่อความไม่ประมาทไว้ ได้แก่ สติ และสัมปชัญญะ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 10:18:09 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 6



พระสารีบุตรได้กล่าวว่าพระภิกษุทั้งหลายว่า ธรรมอย่างหนึ่งที่มีอุปการะมากเป็นไฉน ก็คือความไม่ประมาทในความดีทั้งหลาย

พระสารีบุตรกล่าวว่า ธรรมสองอย่างมีอุปการะมากเป็นไฉน ก็คือ สติ และสัมปชัญญะ

เราจะยึดเอามาเป็นหลักปฏิบัติเพียงสิ่งเดียวก็ได้ นั่นคือความไม่ประมาท แต่ที่จะอธิบายต่อไปนี้เป็นหลักปฏิบัติรวบยอด ๒ อย่าง คือ สติ และสัมปชัญญะ

สติ คือ ความระลึกรู้
สัมปชัญญะ คือ ความเข้าใจ

สติและสัมปชัญญะ เป็นองค์ธรรมของสติปัฎฐาน ๔ คือ กายานุปัสสนาสติปัฎฐาน เวทนานุปัสสนาสติปัฎฐาน จิตตานุปัสสนาสติปัฎฐาน และธรรมานุปัสสนาสติปัฎฐาน

โดยอาศัยความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติระลึกในกาย ในเวทนา ในจิต ในธรรม พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า ย่อมละชั่วอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 10:18:49 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 7



อภิชฌา คือ ความยินดี เป็นความยินดีที่ทำให้จิตนั้นยึดหน่วงอารมณ์ และอยากได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
โทมนัส คือ ความไม่ยินดี เป็นจิตที่ไม่ยินดี เมื่อไม่ยินดีแล้ว โทสเจตสิกก็ครอบงำจิตใจในขณะนั้น

การที่เราเจริญธรรมที่ไม่ประมาทนั้น เราจึงต้องมีสุจริต ทั้ง ๓ เป็นที่ตั้ง คือ กายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต และจะต้องปลูกฝังศรัทธา คือ ความเชื่อที่ตรงกับความพ้นทุกข์ นั่น คือ เชื่อเรื่องกรรม เชื่อเรื่องผลของกรรมเชื่อว่าสัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของตน และเชื่อคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ศรัทธาที่บริบูรณ์ และโยนิโสมนสิการที่บริบูรณ์ ย่อมยังสติสัมปชัญญะให้บริบูรณ์ด้วย

โยนิโสมนสิการ หมายถึง การวางใจโดยแยบคาย คือ วางถูกตรงและถูกต้อง

ถูกตรง คือ ตรงต่ออารมณ์ปัจจุบัน ถูกต้อง คือ ถูกต้องตามหลักของคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า นั่นคือปรมัตถประโยชน์

สติสัมปชัญญะที่บริบูรณ์ย่อมยังอินทรีย์สังวรให้บริบูรณ์ อินทรีย์สังวรที่บริบูรณ์ย่อมยังสุจริตทั้ง ๓ ให้บริบูรณ์ เมื่อสุจริตทั้ง ๓ บริบูรณ์ ก็ยังให้สติปัฎฐาน ๔ บริบูรณ์ สติปัฎฐาน ๔ บริบูรณ์ ก็ย่อมยังโพชฌงค์ให้บริบูรณ์ เมื่อโพฌชงค์บริบูรณ์ย่อมยังให้วิชชาและวิมุตติบริบูรณ์

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 10:19:54 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 8



จะเห็นว่า หลักในการเจริญสติปัฎฐาน ๔ คือ ความไม่ประมาทจะบริบูรณ์ได้หรือไม่นั้น ต้องมีอินทรีย์สังวรและสุจริต ๓ ที่เป็นบริบูรณ์เหตุ พิจารณาถึงตรงนี้แล้วก็จะทำให้ทราบถึงเรื่องธรรมะที่เป็นเหตุผลแก่กันและกัน ผลธรรมจะเกิดขึ้น ก็ต้องอาศัยเปล่าธรรมที่เป็นเหตุบริบูรณ์ อุปการะซึ่งกันและกัน เรียกว่า อัญมัญญปัจจัย เป็นต้น

ทุกสิ่งทุกอย่างหาได้เกิดขึ้นมาเองจากการคาดคะเนหรือการอนุมานเอาเอง แต่จะต้องเกิดจากความเข้าใจถูก ความรู้สึกที่ถูกจะต้องเข้าแทนความรู้สึกที่ผิด ซึ่งเป็นขั้นปฏิบัติเรียกว่า ภาวนาปัญญา

การแสดงประโยชน์ทั้ง ๒ นี้ ก็เป็นเหตุผลซึ่งกันและกัน และประโยชน์อันสูงสุดเพื่อบรรลุพระพุทธประสงค์ให้พ้นจากวัฎทุกข์ คือ พ้นจากความตาย ทำไมถึงบอกว่าเป็นพระพุทธประสงค์ เพราะว่าทุกคนเกิดมาย่อมรักชีวิตของตนเองด้วยกันทั้งสิ้น ไม่มีใครต้องการพลัดพรากไปจากชีวิต ต่างพยายามแสวงหาดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด หิวก็รีบกิน ร้อนก็รีบอาบน้ำ เหนื่อยก็พักหนักก็วาง พยายามบำรุงดูแลชีวิตอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ต้องการให้ชีวิตต้องตายไป ซึ่งเป็นบทสรุปของประโยชน์ทั้ง ๒ นั่นเอง

การปฏิบัติเพื่อความไม่ประมาทนั้นมีอารมณ์ของสติปัฎฐาน ๔ เป็นตัวถูกทำงาน และมีสติสัมปชัญญะเป็นตัวทำงาน เป็นการละกิเลสถึงขั้นอนุสัยกิเลสคือ กิเลสอย่างละเอียด


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 10:20:28 น.] ( IP = 203.113.67.39 : : )


  สลักธรรม 9

สวัสดีครับน้องกิ้ฟ พี่เณรเปิดคอมมาเห็นชื่อเรื่องความสงบที่หาได้ง่ายรีบเข้ามาอ่านเลยครับ เพราะตนเองก็มีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะมีจิตที่สงบนะครับ

เพราะสภาพชีวิตแต่ละวันนั้นล้วนมีเรื่องราวผ่านเข้ามาให้รู้สึกนึกคิดมากมาย แล้วก็ต่อปด้วยความไม่สึขสงบของจิตนะครับ

เมื่ออ่านแล้วก็สามารถระลึกไปถึงสภาพจิตที่ตนเองไม่ได้ฝึกไว้ดีนั่นเอง เป็นมูลเหตุแห่งความไม่สงบนั้นๆเอง จึงต้องแก้ไขเสียใหม่ หาความมีสติให้แก่ตนมากๆ และมีปัญญาเท่าทันสิ่งที่ผ่านมาและจะได้รู้ว่าผ่านไปหมดแล้วจะได้ไม่คิดไปเองจนไม่สงบนะครับน้องกิ้ฟ ขอบพระคุณมากๆนะครับ ที่นำสิ่งดีๆมาให้เกิดความระลึกในกุศลได้นะครับผม.

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 13:15:32 น.] ( IP = 58.9.150.219 : : )


  สลักธรรม 10

จิตจะมีความสงบ จะต้องฝึกจิตให้มีสติปัญญา
ขอบพระคุณค่ะ..ที่นำเรื่องดีๆ มาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 เม.ย. 2550 , 15:04:03 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org