มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความสงบที่หาได้ง่าย( ๓)









ความสงบที่หาได้ง่าย( ๓)

จากรายการ หันหน้าเข้าวัด โดย บุษกร เมธางกูร
(ออกอากาศวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๒ )

ตอนที่ผ่านมา

สมัยหนึ่งสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ สถานที่อันเป็นที่ให้อภัยแก่หมู่สัตว์ มีคหบดีคนหนึ่ง ชื่อ นกุล ได้เข้าไปเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลว่า

ข้าพระองค์เป็นผู้เฒ่าชรา เป็นผู้ใหญ่ ล่วงกาลเวลามานานแล้วมีกายอันกระสับกระส่ายและเจ็บป่วยเนือง ๆ พระพุทธเจ้าข้าข้าพระองค์ไม่ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าและพระภิกษุทั้งหลายผู้ให้เจริญใจอยู่เป็นนิจ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดสั่งสอนข้าพระองค์ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าโปรดพร่ำสอนข้าพระองค์ โดยธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ข้าพระองค์ตลอดกาลนานเทอญ

เมื่อคหบดีนั้นกล่าวจบแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสว่า สิ่งนั้นถูกแล้วคหบดี อันที่จริงกายนี้กระสับกระส่ายเป็นดังฟองไข่อันผิวหุ้มไว้

ดูก่อน คหบดี บุคคลผู้บริหารกายนี้อยู่พึงรองรับความเป็นผู้ไม่มีโรค ได้แม้เพียงชั่วครู่เท่านั้นเอง จะมีอะไรเล่านอกจากความเป็นคนเขลา

ดูก่อนคหบดี เพราะเหตุนั้นแหละ ท่านพึงศึกษาว่า เมื่อเรามีกายกระสับกระส่ายอยู่จิตของเราจะไม่กระสับกระส่าย ดูก่อนคหบดี ท่านพึงศึกษาอย่างนี้แล

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 เม.ย. 2550 , 09:15:52 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ในกาลนั้น นกุลคหบดีชื่นชมยินดีในภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า ลุกออกจากอาสนะและถวายอภิวาทสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กระทำประทักษิณแล้วก็เข้าไปหาพระสารีบุตร

พระสารีบุตรกล่าวว่า คหบดี อินทรีย์ของท่านผ่องใสนัก สีหน้าของท่านบริสุทธิ์ เปล่งปลั่ง วันนี้ท่านได้ฟังธรรมกถาในที่เฉพาะพระพักตร์ของสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าหรือ

นกุลคหบดีตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ไฉนไม่เป็นอย่างนี้เล่า พระผู้มีพระภาคเจ้าหลั่งอมตรสแก่ข้าพเจ้าด้วยธรรมกถา

พระสารีบุตรถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหลั่งอมตธรรมรสแก่ท่านด้วยธรรมถาถาอะไร

คหบดีตอบตามเนื้อความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงตามเนื้อความดังที่กล่าวมา

พระสารีบุตรถามต่อไปว่า ท่านไม่ได้ทูลถามสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าต่อไปหรือว่า ข้าพระพุทธเจ้าข้า ด้วยเหตุเท่าไรหนอ บุคคลจึงชื่อว่าเป็นผู้มีกายกระสับกระส่าย และผู้มีจิตกระสับกระส่าย และด้วยเหตุเท่าไรหนอ บุคคลแม้มีกายกระสับกระส่าย แต่หาเป็นผู้มีจิตกระสับกระส่ายไม่

คหบดีจึงกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้ามาแต่ที่ไกล จะขอทราบเนื้อความแห่งภาษิตในสำนักของท่านพระสารีบุตรนี้เลยหนอ

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 เม.ย. 2550 , 09:18:13 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 2



ดูก่อนคหบดี ถ้าเช่นนั้นท่านจงฟังและใส่ใจให้ดี พระสารีบุตรได้แสดงสักกายทิฏฐิว่า

บุคคลผู้กระสับกระส่ายด้วยกาย คือ ทุกข์กาย และจิตใจกระสับกระส่ายไปด้วย คือ ความทุกข์ใจ เพราะเหตุแห่งความเห็นผิดด้วยความยึดมั่นในขันธ์ ๕ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ อย่างเหนียวแน่น ว่าเป็นเรา เป็นรูปของเรา ความทุกข์กายและความทุกข์ใจจึงเกิดขึ้น

แต่ถ้าบุคคลใดแม้เป็นผู้กระสับกระส่ายอยู่แต่หาเป็นผู้มีจิตกระสับกระส่ายไม่ เพราะผู้นั้นมีความไม่ยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ ๕ หรือรูปนามว่าเป็นตนอีกต่อไปแล้ว

หมายความว่า ผู้นั้นมีจิตเจริญสติปัฎฐานอยู่ มีสติสัมปชัญญะ ที่บริบูรณ์อยู่ในปัจจุบันที่มีรูปนามเป็นอารมณ์อยู่ในขณะนั้น ความยินดีคืออภิชฌา ความยินร้ายคือโทมนัส ย่อมถูกทำลายให้ห่างจากกิเลสได้แก่ตัณหาและทิฎฐิ

ตัณหาและทิฎฐิก็ไม่สามารถเข้าอาศัยได้ ในขณะนั้นจึงจำเป็นที่ตั้งของสติสัมปชัญญะนี่คือคุณค่าและความประเสริฐสูงสุดของคำสอนองพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 เม.ย. 2550 , 09:19:41 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 3



การที่เรามีโอกาสมาศึกษาหาความรู้เพื่อให้เกิดปัญญานั้นจึงเป็นสิ่งที่ดีและประเสริฐยิ่ง ดังพระพุทธภาษิตที่กล่าวว่า นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา “ แสงสว่างเสมอด้วยปัญญานั้นไม่มี”

ชีวิตเป็นสิ่งที่ทุกคนรักและหวงแหนที่สุด ไม่มีใครต้องการให้ความหายนะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีใครสักคนเดียวที่ทำลายความหายนะลงไปได้ เพราะชีวิตนั้นตกอยู่ในโลก หรือเป็นโรคนั่นเอง

โลกคือ ความพินาศหรือฉิบหาย และในระหว่างความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย แต่ละคนก็มีการบริหารและพยายามปลูกฝังแสวงหาสิ่งที่ตนเองรักและพอใจ หิวก็รีบกิน ร้อนก็รีบอาบ เปิดพัดลม เปิดแอร์ เหนื่อยก็พัก

เราก็ทำงานอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ชีวิตจึงเป็นภัยจริง ๆ นอกจากภัยจากการเกิด การแก่ การตายแล้ว ยังมีภัยจากกิเลสซึ่งเป็นตัวชักนำให้เกิดภัยมากน้อยต่างกัน ได้แก่ ความต้องการ ความทะยานอยาก อันเป็นเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์

เพราะลำพังความปรารถนาหรือความต้องการ เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ก็ทำให้จิตเร่าร้อนอยู่ไม่ได้ และดิ้นรนแสวงหาในสิ่งที่ตนต้องการ ถ้าไม่ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ จะทุกข์มากขนาดไหน

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 เม.ย. 2550 , 09:20:55 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 4



ในคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กล่าวถึงประโยชน์ไว้ ๓ ประการ คือ ประโยชน์ในปัจจุบันชาติ ประโยชน์ในอนาคตชาติ และประโยชน์สูงสุด

ประโยชน์ในปัจจุบันชาติ ได้แก่ การขยันหาทรัพย์ ใช้ทรัพย์นั้นให้ถูกต้อง ไม่เกียจคร้านและคบมิตรดี

ประโยชน์ในอนาคตชาติ เกิดขึ้นจากการทำบุญทำทาน รักษาศีล

ประโยชน์สูงสุด ได้แก่ ปรมัตถประโยชน์ คือการวางใจให้ถูกต้องให้เกิดสัมมาทิฎฐิ คำว่าสัมมาทิฏฐิ คือ ความเห็นถูกต้อง อันเป็นเข็มทิศที่ทำให้เราทั้งหลายพ้นทุกข์ได้ การปลูกสัมมาทิฎฐิไม่ใช่เป็นของยาก ขอให้เราใส่ใจศึกษาเล่าเรียนในแง่มุมต่าง ๆ ที่ว่าด้วยเรื่องชีวิต

ชีวิต คือ สิ่งที่อุบัติขึ้นมาด้วย กรรม จิต อุตุ อาหาร มีกรรมเป็นพื้นฐานมีจิตเป็นตัวเร่งเร้า อุตุเป็นพลังงาน มีอาหารเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง เมื่อมีจุติจิตแล้ว ก็ย่อมมีปฏิสนธิจิตเกิดขึ้น พร้อมกัมมัชชรูปต่าง ๆ ทำให้เรามีชีวิต และเจริญเติบโตขึ้นผันแปรรูปต่าง ๆ ไปจนกระทั่งคลอดออกมาจากครรภ์มารดา และจะต้องดูแลเยียวยาชีวิตของเรามาตลอดจนกระทั่งเติบใหญ่ทุกวันนี้

แต่ชีวิตก็หาซื่อสัตย์กับเราไม่ มีแต่ความแก่ ความเจ็บ ความตาย อยู่ตลอดเวลา เมื่อลักษณะของชีวิตเป็นเช่นนี้เราก็ควรหันมาศึกษาและปฏิบัติธรรม

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 เม.ย. 2550 , 09:22:08 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 5



การปฏิบัติธรรมมี ๒ วิธี คือ สมถกรรมฐาน วิปัสสนากรรมฐาน ทั้ง ๒ วิธีนี้ มีความแตกต่างกันมาก ดังบทสรรเสริญพระพุทธคุณที่เราสวดกันว่า “พระพุทธองค์ทรงชี้ทางบรรเทาทุกข์ และชี้สุขเกษมศานต์”

การชี้ทางบรรเทาทุกข์ คือ สมถกรรมฐาน
ชี้สุขเกษมศานต์ คือ วิปัสสนากรรมฐาน

สมถกรรมฐาน มีจุดมุ่งหมายในการทำสมาธิให้จิตสงบ นิ่งอยู่ในอารมณ์ที่ตนเองต้องการอย่างเดียวเท่านั้น มิได้มุ่งหวังเพื่อเอาความรู้หรือความเข้าใจในเหตุผลอะไร

วิปัสสนากรรมฐาน มีจุดมิ่งหมายเพื่อรู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริงของธรรมชาติ หรือจะกล่าวโดยย่อได้แก่ การรู้รูปนามว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และบังคับบัญชาไม่ได้

วิปัสสนาเป็นเรื่องของปัญญา ในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น เป็นการถึงสุขอันสันติ หรือเรียกว่านิพพานนั่นเอง เราจะต้องทำความเข้าใจให้มาก จะได้ไม่เกิดความสับสน และเกิดความยึดมั่น ถือมั่นว่า อันนี้ดี อันนี้ไม่ดี

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 เม.ย. 2550 , 09:23:12 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 6



สมถกรรมฐาน คืออะไร เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ เพราะกรรมฐานของสมถะนั้นจะเอามาทำวิปัสสนาไม่ได้ และกรรมฐานของวิปัสสนาจะเอามาทำสมถะไม่ได้เช่นกันไม่ใช่ว่าจะต้องทำสมถกรรมฐานก่อน แล้วอาศัยสมถะนี้เป็นเหตุให้เกิดวิปัสสนาต่อเนื่องไปเมื่อจิตสงบดีแล้ว

กรรมฐานของสมถะ มี ๔๐ อย่าง คือ กสิณ ๑๐ อสุภะ ๑๐ อนุสติ ๑๐ พรหมวิหาร ๔ อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑ จตุธาตุววัฎฐาน ๑ อรูป ๔

กรรมฐานทั้ง ๑๐ อย่างเว้น จตุธาตุววัฎฐาน นำมาให้เกิด วิปัสสนาไม่ได้ เช่น อนุสติ ๑๐ มีพุทธานุสติ เป็นต้น เราจะกำหนดบริกรรมว่า พุทโธ หรือ สัมมาอะระหัง เพื่อให้เกิดวิปัสสนานนั้น จะทำไม่ได้ เพราะกรรมฐานเหล่านี้เพียงอาศัยอารมณ์ให้เกิดความสงบ มีสมาธิมั่นคงเท่านั้น

วิปัสสนาจะต้องมีนามรูปเป็นกรรมฐาน และวิปัสสนานี้มีได้ในเฉพาะพระพุทธศาสนาเท่านั้น หมายความว่า ถ้าพระพุทธไม่อุบัติขึ้นมาในโลกนี้แล้ว วิปัสสนาก็มีไม่ได้ หรือถ้าหากว่าพระพุทธศาสนาวิบัติสูญหายไปจากโลกนี้ หรือหายไปจากความเข้าใจของชาวโลก วิปัสสนาก็ต้องหมดไป เพราะผู้ที่จะเข้าถึงเหตุผลมีน้อยลง หรือจะทำวิปัสสนาให้ถูกต้องมีน้อยลง

โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 เม.ย. 2550 , 09:23:58 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 7



ขณะนี้พระพุทธศาสนาได้ล่วงเลยมาถึง ๒๕๔๒ ปีแล้ว และการปฏิบัติวิปัสสนาก็แพร่หลายอยู่ทั่วไป หรือมองไปทางไหนต่างก็บอกว่าเป็นวิปัสสนากรรมฐานกันหมด เห็นนรกเห็นสวรรค์ก็เรียกว่าเป็นวิปัสสนา ทั้งที่ตนเองทำสมถะแล้วมาบอกว่าเป็นวิปัสสนา

จึงขอให้ท่านใช้ปัญญาพิจารณาว่า ถ้าอะไรก็เหมือนกันหมด ปฏิบัติอย่างไรก็เหมือนกันหมด ข้อปฏิบัติผิดกันไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็คงไม่จำเป็นต้องอุบัติขึ้นมา หรือจะมองอีกนัยหนึ่ง คือ ข้อปฏิบัติต่าง ๆ เช่น ทาน ศีล และการทำสมาธิจนได้ถึงอรูปฌาน

สิ่งเหล่านี้มีเกิดขึ้นมาก่อนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะอุบัติขึ้นมา แต่ข้อปฏิบัติเหล่านี้ก็ไม่สามารถทำให้เราพ้นจากวัฎภัยหรือพ้นทุกข์ได้ ถ้าอะไร ๆ เหมือนกันหมด ข้อปฏิบัติเหล่านั้นก็คงทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้เหมือนกัน

แท้จริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะกิเลสแบ่งเป็นกิเลสอย่างหยาบ อย่างกลาง อย่างละเอียด โดยต้องอาศัย ศีล สมาธิ และปัญญา เป็นตัวเข้าปรับปรุงและตัดกิเลสให้หมดไป พระพุทธศาสนาจึงไม่เหมือนศาสนาอื่น ศีลก็ไม่เหมือนกับสมาธิ สมาธิก็ไม่เหมือนกับปัญญา

เรื่องวิปัสสนาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง จะต้องทำความเข้าใจว่า วิปัสสนาคืออะไร มีหน้าที่การงานอย่างไร วิปัสสนาเป็นชื่อของปัญญาที่เข้าไปเห็นนามรูปเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา รายการหันหน้าเข้าวัดก็หมดเวลาลงอีกแล้ว ต้องขอลาท่านผู้ฟังไปก่อน

โปรดติดตามเรื่องต่อไป


โดย น้องกิ๊ฟ ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 เม.ย. 2550 , 09:25:02 น.] ( IP = 203.113.67.37 : : )


  สลักธรรม 8

มาตามติดเรื่องความสงบที่หาได้ง่ายต่อครับ และมาอ่านเพื่อย้ำความรู้ความเข้าใจในเรื่องของศีล สมาธิ และปัญญาต่อครับน้องกิ้ฟ

และเห็นความจำเป็นของการสร้างสัมมาทิฏฐิอย่างยิ่งเลยครับว่าสำคัญต่อการดำรงทางให้เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์จากเครื่องเศร้าหมองได้อย่างดีเยี่ยมเลยครับ

เพราะถ้าไม่รู้ จะเดินทางสู่ความพ้นทุกข์ไม่ได้จริงๆเลยครับ
ขอบพระคุณอย่างสูงครับน้องกิ้ฟ ที่นำเสนอสิ่งที่มีค่าต่อความคิดนะครับผม.

โดย พี่เณร (พี่เณร) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 เม.ย. 2550 , 10:19:53 น.] ( IP = 58.9.96.176 : : )


  สลักธรรม 9

มาติดตามอ่านต่อค่ะ จะได้รู้วิธีเพื่อทำให้เกิดความสงบนั้น จะต้องอาศัยทั้ง ศีล สมาธิ และปัญญา

ขอบพระคุณค่ะ..ที่นำสิ่งดีๆ มาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [12 เม.ย. 2550 , 16:08:08 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org