มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๓




ห้องนั่งเล่นแห่งความรัก ตอนที่ ๓


ระยะนี้ข่าวคราวสถานการณ์ต่างๆ รอบตัวเรานับวันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม จนหลายๆท่านที่ฟัง-ดู ทั้งจากทีวี วิทยุ โทรทัศน์ หรือแม้หนังสือพิมพ์ ต่างก็บ่นว่าน่ากลัวจัง ประกอบกับอากาศที่ร้อนจัด แถมยังมีพายุจนดูแปรปรวนไปหมด ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน แม้นั่งอยู่ในรถแท็กซี่ก็ไม่เว้นที่จะพูดกันเรื่องนี้ จนทำให้รู้สึกว่าความสุข และความสงบที่มีอยู่เลือนหายไปโดยไม่รู้ตัว สัปดาห์ที่ผ่านมานี้จึงได้รับธรรมปฏิสันถารจากหลวงพ่อผ่านท่านอาจารย์มาว่า...

พ่ออยากให้ลูกดำรงชีวิตเสียใหม่ คิดใหม่ให้ถูก
...อย่าไปคิดโดยทำลายความสุขที่มีอยู่ ณ ขณะนี้ ด้วยความทุกข์ที่อยู่ห่างไกลจากชีวิตลูกมาก ซึ่งบางเรื่องบางเหตุการณ์อาจจะไม่เกิดขึ้นกับชีวิตของลูกเลยก็ได้ เช่น กลัวคลื่นยักษ์ กลัวลูกหลงจากปืนใต้ กลัวภูเขาไฟจะระเบิด เพราะโลกร้อนจัดแล้ว กลัวน้ำป่า คือ การกลัวในสิ่งที่ไกลจากชีวิตลูกเอง …เพราะทุกๆ ความเศร้าหมองที่เกิดมากมายในปัจจุบันนั้น ส่วนมากเกิดจากความคิดของลูกเองทั้งนั้น

และในความเป็นจริง ความทุกข์นั้นเกิดกับตัวลูกเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น เช่น รูปเป็นทุกข์ นามเป็นทุกข์ หรือไม่ก็ รูปนามนั่นแหละเป็นทุกข์เพราะนอกจากนั้น เป็นทุกข์ เพราะความคิดทั้งนั้น...นะลูก

คิดใหม่... ใช้ชีวิตอยู่กับสุขให้ได้ สุขที่เป็นคนดี มีศีลมีธรรมประจำชีวิตและเมื่อลูกอาศัยสุขนี้ สร้างสุขที่ประณีตงดงามมากขึ้นๆ ด้วยปัญญาวุธแล้ว ลูกพ่อจะเดินทางไปถึงความสุขอันสถาพรได้ เพราะลูกเป็นผู้ฉลาดหลักแหลมในความคิดถูกนั่นเอง

จาก พ่อเสือ
๘ เมษายน ๒๕๕๐

โดย วยุรี [17 เม.ย. 2550 , 09:02:37 น.] ( IP = 58.9.145.144 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อาจารย์บอกว่า พวกเราส่วนใหญ่นอกจากไม่ปฏิบัติ(ธรรม)แล้ว ยังปฏิวัติความสุขของตนเองอีกด้วย ชีวิตจึงเป็นอย่างเช่นทุกวันนี้ หลวงพ่อจึงห่วงใยในชีวิตและความเป็นไปของลูกๆ จนต้องฝากข้อธรรมมาเตือนใจเป็นระยะๆ อย่างเช่นวันนี้ธรรมะที่หลวงพ่อมอบให้มานั้นเพื่อให้เรามาปฏิวัติความคิดของเราให้ถูกต้องนั่นเอง คือ ท่านต้องการให้เรา คิดให้ได้ คิดให้เป็น และคิดให้ดี

คิดให้ได้... ว่า ทุกๆ ความเศร้าหมองที่เกิดมากมายในปัจจุบันนั้น ส่วนมากเกิดจากความคิดของตัวเราเองทั้งนั้น

คิดให้เป็น...ว่าทุกข์ที่เราเป็นอยู่ แท้ที่จริงเกิดจากรูปนามเท่านั้น แต่ที่เป็นมากมายนั้นล้วนเพราะความคิด

คิดให้ดี... ด้วยการคิดใหม่ให้ดีๆ ว่า ต่อไปนี้เราจะใช้ชีวิตอยู่กับสุข (ที่ไม่ใช่สุขจากภายนอก) แต่เป็นสุขจากการเป็นคนดี มีศีลมีธรรม แล้วจะอาศัยสุขนี้ สร้างสุขที่ประณีตงดงามมากขึ้นๆ ตามลำดับ

เมื่อพูดถึงคำหลวงพ่อที่กล่าวว่า “คิดใหม่... ใช้ชีวิตอยู่กับสุขให้ได้ สุขที่เป็นคนดี มีศีลมีธรรมประจำชีวิต…”ก็เลยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า...

มีวันหนึ่งอาจารย์ไปสอนการปฏิบัติวิปัสสนาให้กับผู้ที่ต้องการเข้าปฏิบัติ แล้วมีคำถามจากผู้เข้าปฏิบัติท่านหนึ่งว่า ...ทำอย่างไรในชีวิตประจำวันเราจึงจะลดกิเลสของตนเองได้ ขณะที่นั่งฟังอยู่นั้น สังเกตได้ว่าผู้ที่ถามนั้นก็มีสีหน้าอมทุกข์ด้วย ...ในขณะที่ผู้ตอบ คืออาจารย์มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มสดชื่น เมื่ออาจารย์ตอบคำถามเก่าเสร็จ ผู้ถามก็มีมีคำถามใหม่ๆ ขึ้นมาอีก ซึ่งแต่ละคำถามล้วนเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว และยังไม่เกิดขึ้นทั้งสิ้น จนอาจารย์ต้องบอกให้เขาหยุดถาม และตั้งใจฟังในสิ่งที่อาจารย์อธิบายพร้อมทำความเข้าใจเสียก่อน

...การถามตอบวันนั้นก็เห็นได้ชัดกับข้อความที่หลวงพ่อบอกว่า คนเราเป็นทุกข์ เพราะความคิดทั้งนั้น ทั้งๆที่ในขณะนั้นผู้ถามได้พาแม่มาเข้าปฏิบัติด้วย นับได้ว่าเป็นคนดี มีศีลธรรมคือความกตัญญู แต่เนื่องจากเป็นผู้ที่คิดไม่ถูก คือทั้งคิดไม่ได้ คิดไม่เป็น และที่สำคัญยังคิดไม่ดี ชีวิตจึงมีแต่ความทุกข์

โดย วยุรี [17 เม.ย. 2550 , 09:13:44 น.] ( IP = 58.9.145.144 : : )


  สลักธรรม 2

ยิ่งเมื่อได้รับฟังธรรมปฏิสันถารตอนสุดท้ายในวันนี้ ก็ทำให้ได้คำตอบว่า ทำไมช่วงหลังอาจารย์จึงเน้นหนักให้พวกเราทำสมาธิ คงเป็นเพราะท่านคงเห็นว่าจิตใจของพวกเรายังไม่สงบเท่าที่ควร ส่วนใหญ่จะซัดส่ายไปกับเรื่องราวรอบตัว แม้เราจะใช้ชีวิตอยู่กับการเรียนพระปริยัติธรรม ก็ยังคิดฟุ้งไปกับเรื่องราวที่เรียนที่สอนนั้น จนจิตไม่สงบ

ทุกวันนี้หลายๆ คน...๕ วันจันทร์ถึงศุกร์ต้องไปทำงาน ชีวิตก็วุ่นวายอยู่กับเรื่องการงาน พอเสาร์อาทิตย์มาเรียนพระอภิธรรม ผู้เรียนก็มัววุ่นวายอยู่กับองค์ธรรมที่จำไม่หมด ผู้สอนก็ต้องไปค้นหาความรู้เพิ่มเติม จนทั้งผู้สอนผู้เรียนไม่มีเวลาที่จะนำธรรมะมาปฏิบัติที่ตน ...

แม้ว่าสภาพทุกวันนี้จะเป็นชีวิตที่ดี มีความสุข คือสุขการการเรียนพระอภิธรรม สุขกับการเป็นคนดีมีศีลธรรม แต่ชีวิตก็ไม่พ้นการวนเวียนอยู่อย่างนี้เรื่อยไป ท่านจึงหาวิธีการที่ให้เราทำจิตให้สงบ ด้วยการทำสมาธิ เพื่อสร้างสุขที่ประณีตมากขึ้น และเมื่อมีเวลาที่ควรปฏิบัติวิปัสสนา ก็ควรหาเวลาเข้าปฏิบัติ เพื่อจะได้สร้างสุขที่ประณีตงดงามมากขึ้นอีก เพราะเมื่อใดที่เราปฏิบัติจนมากขึ้นด้วยปัญญาวุธแล้ว เราก็คงจะเดินทางไปถึงความสุขอันสถาพรตามที่พ่อต้องการได้

ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อพวกเราต้องฉลาดในการคิดถูก ...ดังที่หลวงพ่อท่านเตือนมานั่นเอง

โดย วยุรี [17 เม.ย. 2550 , 09:18:04 น.] ( IP = 58.9.145.144 : : )


  สลักธรรม 3

ขออนุโมทนากับคุณวยุรีอย่างยิ่งครับ ที่กรุณานำคำเตือนคำสอนของหลวงพ่อท่านมาเรียบเรียงให้ได้อ่านกันทั่วไป

นับได้ว่าเป็นความโชคดีของพวกเราทุกคน ที่ได้รับคำชี้แนะตักเตือนของหลวงพ่อท่าน แต่ความโชคดีนั้นๆ จะเป็นเพียงชั่วครู่ หรือจะเป็นความโชคดีที่นำไปสู่ความสวัสดีนั้น ก็อยู่ที่ตนเองเท่านั้นจริงๆนะครับ เพราะไม่มีใครเดินแทนใครได้เลย

ที่สำคัญอยู่ตรงนี้ ตรงที่นำสอนสอนสั่งไปประพฤติปฏิบัติขัดเกลาจิตใจ เพื่อสร้างความเจริญให้แก่ชีวิตเพื่อจุดหมายปลายทางคือความสวัสดีนั่นเอง แต่ถ้าเพียงได้รับความมีโชคดี เพียงแค่ได้ฟังสิ่งดีๆ ก็มิต่างอะไรไปจากการได้เห็นอาหารที่ดีโภชนาการสมบรูณ์ แต่ไม่ได้รับประทานเข้าไปไฉนเลยโอชะอันอุดมจะเข้าไปหล่อเลี้ยงชีวิตให้อุดมได้

ต้องขอเรียนเพิ่มเติมไว้เพื่อเป็นข้อเตือนใจกันบ้างนะครับว่า...ในโลกนี้ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าเพื่อเตือนเราได้ตลอดไป เราควรจะรีบปรับปรุงแก้ไขตนเองใหม่ให้ดี ด้วยการคิดให้ได้ คิดให้เป็น และคิดให้ดีดั่งที่หลวงพ่อท่านฝากเตือนมาเสียตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะไม่มีผู้มาเตือนคือความหมดโชคนั้นไปได้แล้วนะครับ.

ด้วยความปรารถนาดีครับ
เทพธรรม


โดย เทพธรรม [17 เม.ย. 2550 , 09:34:21 น.] ( IP = 58.9.145.144 : : )


  สลักธรรม 4

สวัสดีครับคุณวยุรี ได้อ่านเรื่องแห่งรักภายใต้บ้านที่อบอุ่นนี้ และได้อ่านคำเตือนของท่านเทพธรรมหลายรอบเลยครับ ให้ความรู้สึกมากมายทั้งที่ตนเองและผู้อื่นด้วยครับ เพราะคิดไปถึงเรื่องต่างๆที่ผ่านมา รวมถึงความตั้งใจของแต่ละคนที่จะพยายามพาตนเองเป็นผู้รู้ในเรื่องต่างๆ แม้กระทั่งรู้หลักธรรมนะครับ

ทำให้เห็นได้ว่า ทุกวันนี้มี ผู้รู้มากมายและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆครับ แต่ยังหายากมากๆในความเป็น ผู้ละ ตรงนี้นี่เองละครับ ความไม่สิ้นไปหมดไปของปัญหาจึงมีอย่างมั่นคงกับชีวิต ทำให้พี่เณรนึกถึงสิ่งที่พี่ดอกแก้วจดไว้ในสมุดบันทึกไว้ว่า

ไม่มีใครเกิดมาก็เปรื่องปราชญ์
เมื่อเกิดแล้วก็ฉลาดปราชญ์เปรื่องได้
เพราะศึกษาค้นคว้าและวิจัย
ฝึกฝนไปจนฉลาดสามารถจริง


ก่อนนั้นพี่เณรก็ไม่เข้าใจเท่าไรกับคำว่าสามารถจริง คำนี้นะครับ เพราะดูไปแล้วคนที่เก่งๆและสามารถถ่ายทอดความรู้ออกมาสู่ผู้อื่นได้ เก่งที่จะตอบอะไรๆถูกเสมอๆ พี่เณรก็คิดว่านั้นเขามีความสามารถจริงๆนะครับ

แต่มาคราวนี้รู้สึกว่า นั่นไม่ใช่เสียแล้ว ยังเป็นแค่ผู้รู้เท่านั้น ตราบใดที่ไม่สามารถนำความรู้มาเป็นเครื่องมือในการละมานะทิฏฐิแล้ว ก็ไม่จัดได้ว่า เป็นผู้มีความสามารถจริงนะครับ เพราะผู้มีความสามารถนั้นๆต้องเป็นผู้ที่มีทุกข์แห่งวัฏฏะน้อยลงไปด้วยจริงๆนั่นเองครับ

นี้คือความคิดจากการที่พี่เณรได้อ่านกระทู้นี้นะครับผม จึงเขียนมาร่วมแจมด้วยครับ.

โดย พี่เณรดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 เม.ย. 2550 , 10:02:58 น.] ( IP = 58.9.145.144 : : )


  สลักธรรม 5


ยิ่งอ่านก็ยิ่งพบว่าตัวการของความสุขและทุกข์ก็คือตัวเองนั่นแหละที่เป็นผู้กำหนด..มานั่งพักในห้องนั่งเล่นคราวนี้..ได้อะไรหลายอย่างจากการอ่าน

ทั้งเรื่องการสร้างความสุขในปัจจุบันให้ตนด้วยการเป็นคนดีมีศีลธรรมประจำชีวิต

ทั้งคำเตือนใจให้รำพึงถึงความโชคดีจากท่านเทพธรรมที่เปรียบไว้ว่าเสมือนการได้เห็นอาหารที่ดีโภชนาการสมบรูณ์ แต่ไม่ได้รับประทานเข้าไปไฉนเลยโอชะอันอุดมจะเข้าไปหล่อเลี้ยงชีวิตให้อุดมได้ ...ตรงนี้นับเป็นข้อเตือนใจอย่างดียิ่งที่ไม่ให้ประมาทในความโชคดี

และสุดท้ายก็ได้ความแตกต่างระหว่างผู้รู้ ..กับผู้ละ ที่มีความสามารถจริงจากความเห็นของพี่เณร และข้อคิดจากบทกลอนคมๆ ของพี่ดอกแก้ว

กราบขอบพระคุณความเมตตาและความปรารถนาจากหลวงพ่อและครูบาอาจารย์ทุกท่านที่มิให้ใช้ชีวิตอย่างประมาท

และขอบพระคุณอาจารย์วยุรีที่มีจิตสงเคราะห์นำคำสอนของหลวงพ่อตลอดจนเหตุการณ์อันเป็นบทเรียนมาให้ทราบและทำความเข้าใจอยู่เสมอ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 เม.ย. 2550 , 11:29:12 น.] ( IP = 58.9.101.168 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณหลวงพ่อสำหรับคำสอนเพื่อให้ลูกๆ รู้จักคิดให้เป็น คิดให้ถูก คือ ความทุกข์นั้นเกิดขึ้นกับชีวิตของเราเอง แต่เราไม่รู้ไม่ไปกำหนด แต่กลับไปนำสิ่งภายนอกมาคิดกังวลให้เป็นความทุกข์แทน

และจากข้อเตือนของท่านเทพธรรมนั้น “ความโชคดีที่นำไปสู่ความสวัสดี” นั้น ก็อยู่ที่ตนเองเท่านั้นจริงๆ เพราะได้รับคำสอนคำเตือนแต่ไม่นำไปประพฤติปฏิบัติให้เกิดประโยชน์กับชีวิตแล้ว ความสุขความสวัสดีก็จะเกิดขึ้นไม่ได้

ขอบพระคุณพี่วยุรีด้วยค่ะ ที่ได้นำคำสอนมาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 เม.ย. 2550 , 12:30:22 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 7


ได้มาพักร้อนที่ห้องนั่งเล่นแห่งความรักอีกครั้ง
ก็ต้องพูดเหมือนทุกๆครั้งว่า โชคดีที่มีหลวงพ่อคอยเตือน มีครูบาอาจารย์คอยสอนสั่ง

แต่ก็อย่างที่ท่านอาจารย์เทพธรรมให้ข้อคิดไว้..
ในโลกนี้ไม่มีใครจะอยู่ค้ำฟ้าเพื่อเตือนเราได้ตลอดไป..เป็นการตอกย้ำมิให้ประมาท

กราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ทุกๆท่านค่ะ.

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [17 เม.ย. 2550 , 16:39:14 น.] ( IP = 124.121.172.42 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณพี่วยุรีมากค่ะที่นำคำเตือนและคำสอนของหลวงพ่อมาฝาก สำหรับดำเนินชีวิต ที่หัดให้คิดถูก โดย คิดให้ได้ คิดให้เป็น และคิดให้ดี

หากจะเอาแต่ละด้านมาประเมินตนแล้ว ก็ยังเห็นความประมาทอีกมากมาย

ขอบพระคุณท่านเทพธรรมพี่เณรและพี่ดอกแก้ว มากค่ะ ที่ย้ำให้เห็นว่า ในโลกนี้ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าเพื่อเตือนเราได้ตลอดไป และสอนให้เป็นผู้ที่มีความสามารถที่แท้จริง

มาพักร้อนครั้งนี้ ..นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งค่ะ





โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 เม.ย. 2550 , 17:27:57 น.] ( IP = 125.24.41.159 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org